ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก เมษายน, 2016

สิ่งที่ยากจะหยั่งรู้ / คนขายของ

สิ่งที่ยากจะหยั่งรู้ / โดย คนขายของ “อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ” เป็นคำพูดที่ Warren Buffett ได้กล่าวไว้ แต่ทุกวันนี้นักลงทุน หลายท่านต้องทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่า สิ่งที่ไม่มีความชัดเจนและยากจะคาดเดานั้น ปกติมีความผันผวนสูง และเพราะว่ามีความผันผวนสูง จึงทำให้นักลงทุนบางกลุ่มคาดหวังว่าจะสามารถทำกำไรได้จากความผันผวนนั้น แต่หากเราศึกษาการคาดเดาของผู้รู้ หรือ กูรูที่เป็นคนซึ่งอยู่ในธุรกิจนั้นๆในอดีต เราจะพบว่าการทำนายราคาในอนาคตของเขาเหล่านั้น มีความคลาดเคลื่อนอยู่หลายครั้ง ในบทความนี้ผมจะขอยกเรื่องราคาน้ำมันมาเป็นตัวอย่าง เนื่องจากเป็น สิ่งที่มีความผันผวนสูงยากแก่การคาดเดา แต่การคาดเดาราคาน้ำมันนั้นเป็นสิ่งที่มีให้เห็นอยู่เสมอ ในปี 2008 หลังจากที่ราคาน้ำมันซึ่งเป็นขาขึ้นมาตลอดในปี 2007 ก็ได้ทะยานขึ้นต่อจากราคา 96$ ต่อบาเรล ในเดือนมกราคม ขึ้นมาสูงถึง 140$ ในตอนกลางปี ในช่วงนั้น Jim Rogers ผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้จุดประกายกระทิงในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งเริ่มก่อตัวตั้งแต่ปี 2003 และในอดีตเขา ยังเคยเป็นคู่หูของ George Soros ผู้ถล่มค่าเงินปอนด์ในตำนาน ได้ตอบคำถา...

ผลกระทบของดอกเบี้ยต่ำ /ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

อัตราดอกเบี้ยคงที่ของพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีที่ประกาศมาล่าสุดที่ประมาณ 1.7% ต่อปีนั้นทำให้ผมรู้สึก  “ช็อก”  ยิ่งกว่าอัตราดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลางของหลาย ๆ  ประเทศที่พัฒนาแล้ว  เพราะนี่คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของอัตราดอกเบี้ยที่คนฝากเงินหรือนักลงทุนไทยจะได้รับในการนำเงินไปลงทุนในเงินฝากหรือตราสารหนี้ในระยะ 10 ปีข้างหน้า  พูดให้ง่าย ๆ  ก็คือ  ถ้าคุณมีเงินสดเหลือและไม่สามารถที่จะนำไปทำธุรกิจหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือลงทุนในหุ้น  โอกาสก็คือ  คุณจะต้องไปลงทุนในเงินฝากหรือตราสารหนี้ทั้งระยะยาวและสั้นที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นที่ยอมรับได้    ผลตอบแทนที่จะได้ก็คือประมาณปีละ 2-3% เป็นอย่างมากและมีโอกาสน้อยมากที่อัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า การที่ดอกเบี้ยต่ำมากและจะต่ำอยู่นานมากเป็น 10 ปี ขึ้นไปนั้น  ผลกระทบของมันในแง่ของการลงทุนโดยเฉพาะในหุ้นนั้นย่อมมีมหาศาลและมันอาจจะเปลี่ยน “ข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์”ของการลงทุนไปอย่างมากมาย  ลองมาดูว่าอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากนี้อาจจะทำให้เกิดอะไรขึ้นในตลาดทุนหลังจ...

Mega Trend ยุคของหุ่นยนต์ (2) /วีระพงษ์ ธัม

เราอาจจะไม่รู้ว่า ธุรกิจขนาดใหญ่บนโลกในยุคนี้ ก้าวขึ้นมาได้ไม่ใช่เพราะความสามารถของ “คน” เพียงอย่างเดียว แต่มี “มือที่มองไม่เห็น” ที่ฉลาดขึ้นทุกวันอย่าง AI (Artificial Intelligence) เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง นับตั้งแต่ที่มนุษย์ให้กำเนิด AI ในปี 1958 พวกมันพิสูจน์ตัวเอง ว่าสามารถช่วยงานมนุษย์ได้จริง จนในที่สุด AI ก็ชนะมนุษย์แล้วในหลาย ๆ หน้าที่ มันกำลังผนวกเข้ากับชีวิตผู้คน เข้ากับธุรกิจ และสังคมมนุษย์ AI กำลังก้าวขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว             ชัยชนะของ AI ที่ชาญฉลาดช่วยให้ Google ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยความฉลาดในการ ของ Search Engine ที่ช่วย “ค้นหา” ทุกสิ่งที่มนุษย์อยากได้ ทุกสิ่งที่มนุษย์อยากรู้ นี่คือ “ผู้ช่วยที่มองไม่เห็น” ของมนุษย์ที่เราสามารถนำไปติดตัวไปทุกที่บนมือถือของคนทุกคน APPLE สร้าง AI ที่จัดการงานสั่งงานด้วยเสียงอย่าง SIRI การคาดการณ์การพิมพ์โดย AI (ซึ่งแต่เดิมเราต้องใช้ปากกา Stylus จิ้มหน้าจอ) ก็ช่วยให้ iPhone 1 ชนะ Smart Phone ทุกรุ่นไปอย่างรวดเร็ว       ...

นกในกงสี/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

 ผมมีเพื่อนสมัยที่เรียนในมหาวิทยาลัยหลายคนที่ในตอนนั้นเป็นลูกของครอบครัวคนรวยที่ทำธุรกิจ  ในขณะนั้นผมและเพื่อนคนอื่น ๆ  ต่างก็เห็นว่าพวกเขาก็คือคนที่โชคดีที่ “เกิดมารวย”  มีเงินใช้จ่ายได้ฟุ่มเฟือย  บางคนมีรถขับ  บางคนได้รับการ “ยอมรับ”  จาก “ผู้ใหญ่” และสังคมมากกว่าคนอื่น  ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ  พวกเขามักได้ “แฟนสวย”  หรือเป็นแฟนที่ “ไฮโซ”  เป็น “ดอกฟ้า”  ที่คนในมหาวิทยาลัยต่างก็หมายปอง   ผมไม่ได้อิจฉาอะไรกับพวกเขา  เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ  น่าจะพูดได้ว่าแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์  จริง ๆ  ก็น่าจะต้องเป็นอย่างนั้น  เพราะในสมัยก่อนนั้น  กิจกรรมที่ทำร่วมกันก็มักจะวนเวียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ได้ใช้เงินทองอะไร  ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นนอกรั้วมหาวิทยาลัยหรือความเป็นอยู่ที่บ้านเขาจะเป็นอย่างไรนั้น  เราก็ไม่ได้รับรู้อยู่แล้ว   แต่ความคิดลึก ๆ  ของผมในตอนนั้นก็คือ  เราจะไม่มีทางเป็นแบบพวกเขาหรือรวยเท่าได้  โอกาสที่จะร่ำรวยอย่างสุจร...

Magic Formula โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

ปัญหาของนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าหรือ Value Investor ที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ  เขาไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะวิเคราะห์ตัวหุ้นที่เขาจะเลือกลงทุน  นอกจากนั้น  เขาก็อาจจะไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะวิเคราะห์คุณภาพของกิจการหรือคาดการณ์อนาคตของบริษัทว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง  เหตุที่เป็นเช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะว่าเขา  “ไม่เก่งพอ”  หรืออาจจะเพราะว่าเขาไม่มีเวลาพอที่จะทำอย่างนั้น  เช่น  การลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่เขามักไม่ค่อยมีโอกาสสัมผัสกับธุรกิจของบริษัทมากนัก  ในกรณีแบบนี้ VI จะทำอย่างไร? ถ้าเป็นในอดีตที่ข้อมูลโดยเฉพาะที่เป็นตัวเลขของกิจการและหุ้นยังเป็นสิ่งที่หาได้ยาก  การลงทุนในแบบ VI ก็ทำได้ยาก  แต่ในปัจจุบันที่มีความก้าวหน้าสูงมากในด้านของอินเตอร์เน็ตและข้อมูลต่าง ๆ  ที่หาได้ง่าย  “เพียงแค่ปลายนิ้ว”  การลงทุน “แบบ VI” ก็ทำได้ง่ายขึ้นมาก  และอาจจะไม่ต่างจากการลงทุน “แบบเทคนิค” ที่ทำได้ในชั่วพริบตา    ลองมาดูกันว่าทำอย่างไร วิธีลงทุนแบบ VI ที่ “ไม่ต้องวิเคราะห์” นี้ก็คือการลงทุนที่เรียกว่า Mechanical Trading หร...

หลุมพราง PE / โดย คนขายของ

“จะเลือกหุ้นที่จะลงทุนต้องดูอะไร?” เป็นคำถามยอดฮิตที่นักลงทุนมือใหม่มักถามรุ่นพี่ๆในทุกยุคทุกสมัย คำตอบแบบสั้นๆกระชับรวบรัดที่มักได้ยินก็คือ “ดูค่า PE อันไหนต่ำแสดงว่าถูก” ข้อมูลนี้ดูเหมือนจะถูกถ่ายทอดกันมายาวนานตั้งแต่สมัยยังไม่มีอินเตอร์เน็ต นักลงทุนต้องเปิดตารางหุ้นในหนังสือพิมพ์ แล้วไล่ดู ค่า PE จากตารางหุ้นแล้วเอาปากกาวงหุ้นที่ PE ต่ำทีละตัว ความเชื่อเรื่องการดูค่า PE นั้นยังถูกใช้ อ้างอิงในอีกหลายรูปแบบ เช่น PE กลุ่มอุตสาหกรรม และ PE ในอดีต เพื่อใช้หาราคาที่เหมาะสม และ มีการใช้ในบทวิเคราะห์เพื่อหาราคาเป้าหมาย บทสรุปเหล่านี้จะใช้ได้จริงหรือไม่? มีประเด็นไหนที่เป็น จุดอ่อนบ้าง? ในบทความนี้เราจะลองมาพิจารณากัน PE คือค่าอัตราส่วนระหว่างตัวเลข 2 ตัวคือ ราคาต่อหุ้น หารด้วย กำไรต่อหุ้น ตัวเลข PE ที่เรามักเห็นใน หน้าหนังสือพิมพ์ หรือ ตามอินเตอร์เนต มักเป็นตัวเลข PE ที่ใช้ราคาปัจจุบัน หารด้วยกำไรต่อหุ้นย้อน หลังไปสี่ไตรมาส (Trailing 12 Months PE หรือ TTM PE) หากเราใช้ตัวเลขนี้เป็นหลักในการเลือกหุ้น ก็อาจจะเข้าทำนอง การขับรถโดยการมองแต่กระจกมองหลัง เพราะเป็นการให้ น้ำหนักกับกำไรที...

แนวรบด้านตะวันออก /โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

       หลังจากการเริ่มเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียตนามในช่วงกลางปี 2557 หรือเป็นเวลาประมาณ 1 ปี กับอีก 9 เดือน ผมก็มี  “การประเมินสถานการณ์” เพื่อที่จะดูว่าผลการลงทุนเป็นอย่างไรบ้างและน่าจะทำอะไรต่อไป  แต่นี่ก็แน่นอนว่าไม่ใช่เป็นการประเมินครั้งแรก  ว่าที่จริงผมประเมินมาตลอด  ดูว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือผิดพลาดอย่างไรโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่คาดหวังไว้ก่อนเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียตนาม  และผมควรที่จะปรับตัวหรือปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อที่จะทำให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น  หรือเพื่อที่จะ “ถอย” เพื่อที่จะลดความสูญเสียให้น้อยลงในกรณีที่เห็นว่าตนเองจะ  “พ่ายแพ้”  ดูไปแล้วผมคิดเหมือนกับเป็นเสนาธิการหรือแม่ทัพที่ส่งกองทัพออกไปสู้รบกับฝ่ายตรงข้ามในสงคราม  ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ  การประเมินว่าเราน่าจะมีโอกาสชนะหรือไม่มากน้อยแค่ไหนถ้าเราเข้าไปรุกรบในสมรภูมินั้น  ประเด็นต่อมาก็คือการวางยุทธวิธีที่จะรบให้ได้ชัยชนะโดยคำนึงถึงศักยภาพของทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์และการส่งกำลังบำรุงเป็นต้น  หลังจากนั้นเราก็ต้องประเมินผลกา...

Mega Trend ยุคของหุ่นยนต์ / โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

ชัยชนะของหุ่นยนต์ “Alpha Go” ต่อมนุษย์ ในเกมกระดานที่ซับซ้อนที่สุดอย่างเกมหมากล้อมในช่วงต้นปี 2016 ถือเป็นก้าวสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) สิ่งนี้กำลังบอกว่า “ยุคของหุ่นยนต์” กำลังเข้าใกล้มนุษย์มากขึ้นอีกก้าวใหญ่ ๆ หุ่นยนต์แบบโดราเอมอน หรือหนังวิทยาศาสตร์ฝรั่งกำลังจะเป็นเรื่องจริง และอาจจะได้เห็นเร็วกว่าที่คิด ถ้าความก้าวหน้าของ AI ยังเกิดขึ้นในอัตราเร่ง “ยุคของหุ่นยนต์” คืออีก Mega Trend ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล             ความพยายามของมนุษย์ในการเลียนแบบ “ความคิด” หรือ “มันสมองของมนุษย์” มีมายาวนานเป็นพันปี ตั้งแต่การเข้าใจตรรกะ ปรัชญา สมัยกรีก พัฒนาการสู่การใช้คณิตศาสตร์พีชคณิต (Algebra) มาเป็นรากฐานของโครงสร้างทางความคิด Algorithm ของ AI แต่การจำลอง “วิธีคิด” ของมนุษย์ซึ่งมีเซลล์ 100,000 ล้านเซลล์เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ขนาดซับซ้อนใกล้เคียงกับ “จำนวนใบไม้ในป่าอเมซอน” นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในที่สุดประวัติศาสตร์ของ AI เริ่มนับหนึ่งในการประชุมที่ Dartmouth ในปี 1956 นักวิทยาศาสตร์ของ IBM ร่วมกับอ...