ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กุมภาพันธ์, 2016

ธนาคารของ Bill Gates / โดย คนขายของ

  จากการศึกษาการลงทุนของ บิล เกตส์ ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ผมสังเกตุว่าพอร์ตการลงทุนของมูลนิธิ Bill & Melinda Gates แทบไม่เคยลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารเลย แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมแปลกใจมากที่ได้ข่าวว่า บิล เกตส์ ได้ร่วมลงทุนในสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง และ ยิ่งแปลกใจขึ้นไปอีก เมื่อได้ทราบว่าสถาบันการเงินแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในอเมริกา แต่อยู่ในประเทศบังกลาเทศ ประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย มีประชากรราว 170 ล้านคน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ราว 80% อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท แม้จะมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อเดือนเพียง 3,600 บาท แต่มีประชากรที่มีโทรศัพท์มือถือถึง 70 ล้านคน   “bKash” คือชื่อของธนาคารที่มูลนิธิของ บิล เกตส์ ได้ร่วมลงทุนตั้งแต่ปี 2014 ธนาคารแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2011 โดย BRAC Bank บังกลาเทศ และ Money In Motion จากอเมริกา โดยมุ่งเน้นการให้บริการ Mobile Financial Service (MFS) แก่ผู้ที่มีรายได้น้อย   บริการหลักที่มีในตอนนี้ได้แก่ การฝาก-ถอน, การโอนเงิน และ การรับชำระเงิน Bill Payment) โดยทำรายการผ่าน “ตัวแทน” ซึ่งโดยมากเป็นร้านโชห่วย ร้านให้บริการเติมเงินมือถือ หรือ ร้านขายยา ในก...

ดราม่าในตลาดหุ้น /โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

สิ่งที่ตามมาจากความแพร่หลายของการใช้อินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมสมัยใหม่อย่างหนึ่งก็คือปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า “Drama” นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมที่คนจำนวนมากสนใจและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในเวบไซ้ต์  สื่อสังคมบนอินเตอร์เน็ต  สื่อสิ่งพิมพ์และอื่น ๆ   บ่อยครั้งการวิจารณ์โต้เถียงกันนั้นขัดแย้งรุนแรงเนื่องจากผู้เข้ามาร่วมนั้นต่างก็ไม่ต้องปรากฏตัวหรือเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงกันข้าม  บางครั้งเรื่องที่พูดกันก็เป็นเรื่องที่ซาบซึ้งกินใจที่คนอยากจะแสดงออก  บางครั้งก็เป็นเรื่องที่คนต่างก็ประณามการกระทำที่ “เลวร้าย” และในบางเรื่องก็เป็นแค่การ  “ลุ้น” ว่าใครจะ “ชนะ” หรือใครจะ “แพ้” เพราะอะไร    นอกจากคนที่เข้าไปคอมเม้นต์หรือออกความเห็นแล้ว   ก็ยังมีคนจำนวนมากมายที่เข้าไปดูแล้วก็เก็บไว้ในใจหรือไม่ก็ไปพูดคุยต่อกับคนรู้จักหรือคนในกลุ่มอื่น ๆ  จนสุดท้ายสังคมแทบทั้งหมดก็จะรู้เรื่องและมีความคิดและความเห็นต่อเรื่องราวหรือเหตุการณ์ดังกล่าว  ถ้าจะพูดก็คือ  เกิดเป็น “กระแสสังคม” ที่จะไปมีผลกับคนหรือหน่วยงานต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้อง  ใ...

ปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 /โดยคุณวีรพงษ์ ธัม

    อุตสาหกรรม หรือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจเพื่อผลิตสินค้าและบริการผ่านการ “ปฏิวัติ” มาหลายครั้งในประวัติศาสตร์ โดยเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1760 ที่มนุษย์รู้จักใช้พลังงานไอน้ำมาสร้างผลผลิตทวีคูณแทนช้างม้าวัวควาย ต่อเนื่องมาถึงค.ศ. 1870 เราก็เอาพลังงานเหล่านั้นมาสร้างระบบการผลิตอย่างเป็นระบบจำนวนมากบนสายพาน การกำเนิดโรงงานที่สามารถผลิตสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง พาโลกเข้าสู่ยุคทองของสินค้าอุตสาหกรรม เช่นรถยนต์ เรือ น้ำมัน เหล็ก จนกระทั่งปี 1960s เราก็เข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สาม หรือบางครั้งเราก็เรียกว่ายุคดิจิตอล เมื่อเราสามารถผลิตเซมิคอนดักเตอร์ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และอินเตอร์เน็ต และโลกกำลังจะก้าวสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 คือการเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าหากัน จนเกิดความเป็นไปได้ที่ไม่จำกัด             ประเทศมหาอำนาจของโลกรวมไปถึงประเทศพัฒนาแล้ว ล้วนผ่านการปฏิวัติอุตสาหกรรมแต่ละครั้งอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พวกเขาอาศัย First Mover advantage เก็บเกี่ยวความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจจนขึ้นมาเป็นผู้นำ ในขณะเดียวกันประเทศกำลังพัฒนาที่ตามมาทีหลังก...

รายการตรวจสอบซุปเปอร์สต็อก /โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

      นึกย้อนหลังไปนาน ๆ  ผมรู้สึกว่าผมได้พูดถึงเรื่องของหุ้นที่เป็น “ซุปเปอร์สต็อก” ค่อนข้างบ่อย  เหตุผลก็คงเป็นเพราะว่าผมเน้นลงทุนในหุ้นซุปเปอร์สต็อกและก็มีความเชื่อว่านี่คือหุ้นที่สามารถลงทุนระยะยาวและให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีโดยที่มีความเสี่ยงต่ำ  โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เป็น  “หายนะ”  ประสบการณ์ของผมก็คือ  หุ้นที่เป็นซุปเปอร์สต็อกนั้นมักจะโตขึ้นเรื่อย ๆ  แม้ว่าหุ้นจะ “สะดุด”  ไม่ไปไหน บางที 2-3 ปี  หรือตกลงมาแรงตามภาวะตลาดหรือเพราะปัญหาของบริษัทเอง  การตกลงมานั้นก็มักไม่ถึงกับรุนแรงมากจนรับไม่ไหว  แต่เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็น  “ปกติ”  ราคาหุ้นก็กลับขึ้นมาใหม่และสูงกว่าเดิม  นี่คือเหตุผลข้อแรก  เหตุผลข้อสองก็คือ  การเรียนรู้จักซุปเปอร์สต็อกนั้น  จะทำให้เรารู้จักหรือเข้าใจวิธีวิเคราะห์  “คุณภาพของกิจการ” ทุกประเภท  เพราะซุปเปอร์สต็อกก็คือบริษัทที่มี Business Model ที่ดีสุดยอดในแทบทุกด้าน  พูดง่าย ๆ  โครงสร้างของธุรกิจและการแข่งขันทางธุรกิจของหุ้นที่เข้าข่ายเป็นซุปเปอร์...

ถูกหรือแพง? / โดย คนขายของ

 ถ้ารถที่เรานั่งอยู่ขับด้วยความเร็ว 100 กม/ชม และรถที่อยู่ข้างหน้าเราขับด้วยความเร็ว120 กม/ชม เราจะรู้สึกว่ารถคันหน้าขับด้วยความเร็วแค่ 20 กม/ชม เท่านั้น บทเรียนนี้อยู่ในสมัยมัธยมปลาย ในหัวข้อเรื่อง “ความเร็วสัมพัทธ์” ในการลงทุนในหุ้นผมคิดว่า การที่จะบอกได้ว่าตอนนี้หุ้นส่วนใหญ่ ถูกหรือแพง เราอาจจะไม่สามารถบอกโดยดูข้อมูลจากหุ้นเพียงอย่างเดียว เราอาจจะต้องดูผลตอบแทน ที่ได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นเพื่อเปรียบเทียบก่อนการตัดสินใจ                 Warren Buffett ให้สัมภาษณ์ CNBC เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2015  ซึ่งขณะนั้นดัชนี Dow Jones อยู่ที่เกือบ All-Time-High ที่ 18,000 โดยได้กล่าวว่า  “ถ้าดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำแบบนี้ไปอีก 10 ปี ราคาหุ้นตอนนี้ถือว่าถูกมาก” จากบทสัมภาษณ์เราจะเห็นว่า Buffett ใช้ดอกเบี้ยเป็นตัวอ้างอิงที่จะ บอกว่าหุ้นนั้นถูกหรือแพง ซึ่งส่วนมากดอกเบี้ยที่ใช้ในการเปรียบเทียบในการลงทุนระยะยาว มักจะใช้ ดอกเบี้ยของพันธบัตร 10 ปีเป็นเกณฑ์ หลังจากการให้สัมภาษณ์ในครั้งนั้นราว 6 เดือน FED ก็ได้ ประกาศขึ้นดอกเบี้ย หุ้น...

สามคำสามปี โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

วิธีการลงทุนที่ผมคิดว่าง่ายและปลอดภัยพอสมควรและได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีในระยะยาวก็คือ  การลงทุนใน “ซุปเปอร์สต็อก” คือซื้อหุ้นของบริษัทที่  “ดีเยี่ยม”  ในด้านของการตลาด  เช่น  เป็นบริษัทที่ขายสินค้าได้มากเป็นอันดับหนึ่งและมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าคู่แข่งอันดับรองลงมาเป็นเท่าตัว  หรือมีสินค้าที่เป็นที่นิยมของผู้ใช้มากกว่าคู่แข่งมากจนทำให้ลูกค้ายินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นพอสมควรเพื่อใช้สินค้าของบริษัท  หรือเป็นบริษัทที่ยังไงผู้บริโภคหรือลูกค้าก็ต้องใช้เนื่องจากเป็นกิจการที่ “ผูกขาด” ธุรกิจในพื้นที่นั้น  เป็นต้น  ในด้านของการเงินเองนั้น  บริษัทก็มีฐานะและผลประกอบการที่ดีมาก  มีกำไร  “งดงาม” เมื่อเทียบกับคู่แข่งและเงินลงทุนของตนเอง มีงบการเงินที่  “แข็งแกร่ง”  เนื่องจากธุรกิจนั้นสร้างกระแสเงินสดได้ดีและไม่ต้องลงทุนในเครื่องจักรอุปกรณ์มาก  และสุดท้าย  เราสามารถซื้อหุ้นในราคาที่ถูกหรือ  “ไม่แพง” คิดจากค่า PE และ PB ที่ไม่สูงเกินไป  และ ปันผลตอบแทนที่ไม่ต่ำเกินไป  หรือในกรณีของบริษัทที่ยังไม่ค่อยมีกำไ...

ปรับตัวรับเศรษฐกิจยุคใหม่ /โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

    ในปี 1990 สามบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของเมืองดีทรอยต์ เมืองที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งของยุคอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกา มีขนาดตลาดหรือ Market Capitalization 36,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีรายได้รวม 250,000 ล้านเหรียญ และมีพนักงาน 1.2 ล้านคน ในขณะที่ปี 2014 สามบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในซิลิคอนวัลเลย์ สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งของ “เศรษฐกิจยุคใหม่” ยุคดิจิตอลในสหรัฐอเมริกา มี Market Capitalization 1.09 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีรายได้เกือบเท่า ๆ กันคือ 247,000 ล้านเหรียญ และที่น่าสนใจคือมีพนักงานเพียงแค่ 137,000 คน หรือน้อยกว่าเศรษฐกิจยุคเดิมเกือบ 10 เท่า             อีกตัวอย่างหนึ่งคือ Walmart บริษัทที่เคยเป็นอันดับหนึ่งหลายปีใน Fortune 500 มีพนักงาน 2.2 ล้านคน ในขณะเดียวกันธุรกิจในเศรษฐกิจยุคใหม่อย่าง e-commerce อย่างบริษัท Alibaba มีพนักงานแค่ 35,000 คน มีขนาดตลาดใกล้เคียงกับ Walmart และยังมีการเติบโตของรายได้ปีล่าสุดสูงกว่า Walmart เป็นสิบ ๆ เท่า             ทฤษฏีทางเศรษฐศาสตร์ในการผลิตบอกว่า เราจะมีความถดถอยทางผลตอบแทน ( D...

โคมไฟสามดวง โดย ดร.นิเวศน์

กฎแห่งความมั่งคั่งต่อไปนี้ถ้าคนรู้และปฏิบัติตามเขาก็จะต้องร่ำรวยหรือมั่งคั่งขึ้น  การที่จะร่ำรวยเท่าไรนั้น  ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้เองทั้งหมด  บางคนไม่ต้องทำอะไรก็ร่ำรวยได้  บางคนทำแทบตายก็ไม่รวย  เพราะความร่ำรวยนั้นขึ้นอยู่กับ  “ดวง”  เช่นเดียวกับความสามารถและความพยายามของเจ้าตัว  สองอย่างนี้เกื้อกูลกัน  ถ้าอาศัยดวงหรือ “โชค” อย่างเดียว  โอกาสรวยก็ยาก  เช่นเดียวกัน  คนที่มีแต่ความสามารถและความพยายามเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่มี  “โชค” เลยนั้น  บางทีก็รวยได้ยาก  คนที่จะรวยได้มาก ๆ  นั้น  ส่วนใหญ่ก็น่าจะต้องมีทั้งโชคและความสามารถและความพยายาม  คำว่า “โชค”  ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าโชคดีถูกลอตเตอรี่เพียงอย่างเดียว  แต่รวมถึงโชคดีที่เกิดมารวย  โชคดีที่เกิดมาฉลาด  หรือโชคดีที่เกิดที่อเมริกา  หรือแม้แต่โชคดีที่เกิดมามียีนส์แข็งแรงทำให้อายุยืน  สิ่งต่าง ๆ  เหล่านี้ถือเป็นโชคดีทั้งสิ้นเพราะเราไม่ได้ทำหรือไม่ต้องทำ  มัน “บังเอิญ”  เกิดขึ้น จินตนาการว่าทุกคนต่างก็มีโ...