ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤศจิกายน, 2016

ห้าปีกับหุ้นห้าประเทศ โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

  VI ผู้มุ่งมั่นและหวังที่จะได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่ “ดีมาก”  จนทำให้ตนเองรวยหรือมี “อิสรภาพทางการเงิน” ได้ในชีวิตนั้น  ผมคิดว่าเขาควรจะต้องสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้ได้อย่างน้อยปีละ 10% โดยเฉลี่ยแบบทบต้นใน “ระยะยาวมาก”  คำว่าผลตอบแทนที่ดีมากนั้น  ผมคิดว่าควรจะได้ปีละประมาณ 15% แบบทบต้นขึ้นไปซึ่งจะทำให้เงินทุกบาทเพิ่มขึ้นเป็นสองบาทในเวลาไม่เกิน 5 ปี  ส่วนคำว่ายาวมากนั้น  ผมคิดว่าต้องอย่างน้อย 20-30 ปีขึ้นไป การที่จะสามารถลงทุนให้ได้ผลตอบแทนปีละ 10% ต่อปีแบบทบต้นในระยะยาวนั้น  คนจำนวนมากมักจะคิดว่าเป็นเรื่องง่ายถึงง่ายที่สุด  เหตุผลก็เพราะว่ามี “ผู้รู้” จำนวนมากบอกว่าการลงทุนในหุ้นระยะยาวโดยเฉลี่ยแล้วจะให้ผลตอบแทนปีละประมาณ 10% บางคนก็บอกว่า 12% แบบทบต้น  ดังนั้น  วิธีที่ง่ายก็คือ  ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นที่อิงดัชนี เช่น กองทุน SET 50  เป็นต้น  แต่นั่นเป็นเรื่องใน “อดีต” ของตลาดหุ้นไทย-และอเมริกา  ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีเยี่ยมมายาวนาน  แต่ “อนาคต”  นั้นผมเองไม่คิดว่าเราจะโตแบบเดิมได้ ...

หุ้น 100 เด้ง โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

      หุ้น 100 เด้ง หมายถึงหุ้นที่มีราคาหุ้นเติบโตเป็น 100 เท่าของวันแรก ซึ่งเป็นแนวคิดของหนังสือที่ชื่อว่า 100 Baggers ประวัติศาสตร์บอกว่าดัชนีดาวโจนส์ในช่วงปีคศ. 1962-1982 แทบไม่ไปไหน นี่คือตลาด Side Way ที่ยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา แต่ในช่วงเวลานี้เองมีหุ้นอย่างน้อย 187 ตัวที่สามารถเป็นหุ้น 100 เด้งได้ ไม่รวมถึงหุ้นอีกจำนวนมากที่เป็นหุ้น 10 เด้ง หนึ่งในนั้นเช่น หุ้น Berkshire Hathaways ซึ่งเป็นหุ้นมากกว่า 10,000 เด้ง หรือ Johnson & Johnson, Heinz, 3M, Mc Donald, PEPSI Co ไม่รวมถึงหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แข่งขันหนักอย่าง South West Airline ที่เป็นหุ้น 100 เด้งให้คุณภายในเวลาแค่ 10 ปี นี่คือข้อสรุปของหลักคิด 10 ข้อเพื่อให้หุ้น 100 เด้งอยู่ในพอร์ตของเรา             1.จงมองหาหุ้น 100 เด้ง ความคิดแรกสุดคือ เรามองหาสิ่งใด เราก็ย่อมได้สิ่งนั้น ถ้าเราตั้งใจจะล่าช้าง เราควรมองหาแต่ช้าง อย่าเสียเวลากับการมองหาสัตว์อื่น ๆ ข้างทาง การโฟกัสกับเป้าหมายคือจุดเริ่มต้นแรกที่สำคัญที่สุด             ...

ระดับของการเก็งกำไร โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การถือเงินสดคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่าปกติมากของผมในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นเรื่องที่น่า “อึดอัดใจ” โดยเฉพาะในช่วงหลัง ๆ  ที่ราคาหุ้นที่ผมสนใจไม่ได้ปรับลงมาจนน่าสนใจที่จะลงทุน  จริงอยู่  ในช่วงแรก ๆ  ที่มีเงินสดมากขึ้นนั้น  ผมรู้สึกดีว่ามีเงินพร้อมที่จะเข้าลงทุนซื้อหุ้นถ้ามีโอกาส  อย่างไรก็ตาม  เมื่อเวลาผ่านไปและหุ้นก็ไม่ตกลงมาแต่กลับปรับตัวขึ้นไปด้วย  ผมก็รู้สึกเสียดายที่มีหุ้นน้อยไปหน่อย  แต่ซักพักเดียวหุ้นก็กลับตกลงมาที่เดิมซึ่งผมก็ยังไม่ซื้อเพราะอยากรอให้มันตกลงมาถึงจุดที่น่าสนใจจริง ๆ   แต่แล้วมันก็ปรับตัวขึ้นไปอีก  ดูเหมือนว่าหุ้นนั้น  “ไม่พร้อมที่จะลง”  คล้าย ๆ  กับว่ามีคนพร้อมที่จะเข้าไปช้อนซื้อหุ้นทุกครั้งที่มันปรับตัวลงมาถึงจุดหนึ่ง  ดู ๆ  ไปราวกับว่าผมกำลังกลายเป็นคนที่ดูหุ้นแบบนักเท็คนิคที่รอจังหวะซื้อหุ้นที่ปรับตัวลงมา  เพียงแต่ว่าผมต้องการซื้อแล้วถือยาว  ไม่ได้ต้องการ “เล่นรอบ”  ผมต้องการลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนจากเงินสดที่ให้ดอกเบี้ยเพียงไม่ถึง 1% ต่อปี  ความคิดแบบ ...

พลิกฟื้นคืนชีพ กับ หุ้น Turnaround / โดย คนขายของ

“หุ้นพลิกฟื้นคืนชีพ” หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า “Turnaround Stocks” เป็นหนึ่งในหุ้น 6 ประเภทที่Peter Lynch ผู้จัดการกองทุนซึ่งมีผลงานเยี่ยมยอดได้กล่าวถึง ในหนังสือการลงทุนของเขาที่ชื่อ “One up on Wall Street” ซึ่งเขาได้เล่าว่าการซื้อหุ้นรถยนต์ Chrysler ตอนต้นปี 1982 ที่ราคา 6 เหรียญ ตอนที่ บริษัทเริ่มมีสัญญาณชัดเจนว่าจะสามารถปลดภาระหนี้สินได้และกำไรจะเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้ง สามารถทำกำไรได้อย่างงามถึง 5 เท่าให้กับกองทุนของเขาภายในระยะเวลาไม่ถึงสองปี ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าเราต้องการลงทุนในกิจการที่กำลังจะพลิกฟื้น จะต้องมีความรู้ความเข้าใจอะไรบ้าง? การ“Turnaournd” ของกิจการนั้นมักมีขั้นตอนอย่างไร? และจุดที่น่าจะเข้าไปลงทุนนั้นอยู่ในช่วงไหน? เพื่อที่จะเข้าใจเรื่องนี้ให้ดีขึ้น ผมจึงได้อ่าน 10 กรณีศึกษาของการพลิกฟื้นกิจการที่โด่งดังในสหรัฐอเมริกาซึ่งทำให้เข้าใจการพลิกฟื้นกิจการว่าโดยมากมักแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ หนึ่ง ปัญหาขององค์กรซึ่งหมักหมมมานานได้ทำความเสียหายให้แก่กิจการจนคณะกรรมการบริษัทยอมรับไม่ได้ สอง มีการเปลี่ยน แปลงผู้บริหารระดับสูง สาม ผู้บริหารใหม่ ทำการกระชับองค์กร ขายสิ...

ลงทุนหุ้นเวียดนาม โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

ตลาดหุ้นเวียดนามอยู่ในเป้าหมายหลักของนักลงทุนที่จะลงทุนใน Frontier Market หรือตลาดชายขอบมาหลายปี เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูงเพราะกระแสเงินลงทุนจากต่างประเทศ และการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลาด Frontier ในนิยามของ MSCI คือตลาดเกิดใหม่ที่มี “ขนาดเล็ก” โดยตลาด Frontier มีอยู่ 22 ประเทศทั่วโลก สำหรับในเอเชีย มีอยู่ 4 ประเทศคือ บังคลาเทศ ปากีสถาน ศรีลังกา และเวียดนาม และเวียดนามคือดาวดวงแรกที่ส่องแสงใน 4 ประเทศนี้             เวียดนามมีอยู่สองตลาดหุ้นหลัก ๆ คือ Ho Chi Minh Stock Exchange (HOSE) ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีบริษัทจดทะเบียนราว 300 กว่าบริษัท ก่อตั้งเมื่อปีคศ. 2000 มีอายุ 16 ปี ถือว่ายัง “อายุน้อยมาก” เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ และอีกตลาดหนึ่งคือ Hanoi Stock Exchange (HSX) ที่ก่อตั้งภายหลัง คือปี 2005 มีจำนวนบริษัทจดทะเบียนมากกว่า HOSE เล็กน้อย แต่มีขนาดตลาด หรือ Market Capitalization น้อยกว่าเกือบ 10 เท่าตัว เรียกได้ว่าเป็นตลาดสำหรับหุ้นตัวเล็ก นอกจากนั้นยังมีตลาดที่ชื่อว่า UPCoM (Unlisted Public Company ...

เศรษฐกิจพอเพียงกับ VI โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

  ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นั้น  สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเรื่องราวต่าง ๆ  ทางเศรษฐกิจของประชาชนทั่วไป  รวมถึงการลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ดังที่มีการศึกษาและตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจนิดา เล่มที่2/2550 โดย ดร. ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ที่สรุปว่าการลงทุนระยะยาวแบบอิงกับข้อมูลพื้นฐานและการลงทุนแบบ VI โดยที่มีการศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งและมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมนั้น  สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ตรงกันข้าม  การเก็งกำไรหวังผลระยะสั้นจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นนั้น  ไม่สอดคล้องกับเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง  ในบทความนี้ผมจะอธิบายและเพิ่มเติมความคิดของผมเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงและการลงทุนแบบ VI ว่ามีความสอดคล้องกันมากน้อยแค่ไหน หลักการหรือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นสามารถสรุปได้สั้น ๆ  ออกมาเป็น  “สามห่วง”  นั่นก็คือ  1)  ต้องมีเหตุผล  2) มีความพอประมาณ  และ 3)  ต้องมีภูมิคุ้มกัน  และทั้งหมดต้องตั้งอยู่บน   “สองเงื่อนไข”  นั่นก็คือ  1) ...

คุณภาพ-ราคา-ผลตอบแทน ของหุ้น / โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ในระยะยาวแล้ว  การลงทุนในหุ้นนั้นมักจะให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยตามคุณภาพของบริษัทและราคาของหุ้นที่เราซื้อ  แน่นอนว่าหุ้นบางตัวอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น  แต่ถ้าเราลงทุนเป็นพอร์ตโฟลิโอ  ถือหุ้นซัก 10 ตัวในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน  ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิดกับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง  โดยที่หุ้นทั้ง 10 ตัวที่เราซื้อนั้น  เราเลือกหุ้นที่มีคุณภาพและราคาในระดับหนึ่ง  ผลตอบแทนที่เราจะได้รับในระยะยาวก็จะเป็นไปตามคุณภาพและราคาที่เราซื้อนั้น ตัวอย่างเช่น  ถ้าเราซื้อหุ้นคุณภาพ “ดี”  ราคา  “ถูก” ทุกตัว จำนวน 10 ตัว ใน 10 อุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน  แล้วถือเก็บไว้ระยะยาวอย่างน้อยซัก 3-5 ปีขึ้นไป  ถ้าเป็นแบบนี้  คำทำนายหรือคาดการณ์ก็คือ  เราจะได้ผลตอบแทนที่ “ดี”  และนี่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยากอะไรเลย  แต่ประเด็นก็คือ  อะไรคือ  “คุณภาพ” ของบริษัท  อะไรคือ  “ราคาถูกหรือแพง” ของหุ้น  และอะไรคือผลตอบแทนที่ “ดีหรือเลว” ของการลงทุน คุณภาพของบริษัทนั้น  มักจะเป็นอะไรที่นักวิเครา...

เจ้าของ หรือ มืออาชีพ? / โดย คนขายของ

ผมเป็นสาวก Apple มานานใช้ IPHONE มาหลายรุ่น แต่ไม่มีรุ่นไหนที่เคยมีปัญหาจนกระทั่งเปลี่ยน มาใช้ IPHONE 6 เมื่อไปที่ศูนย์บริการ พนักงานบอกว่าปัญหานี้มีคนเคยเป็นมาก่อนหน้านี้ แต่ก็แก้ไม่ได้ แนะนำ ให้เปลี่ยนเครื่องใหม่ดีกว่า ทำให้ผมมีคำถามในใจว่า การบริหารจัดการของ Apple อาจมีปัญหาหลังการจากไปของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งบริษัทหรือไม่? และเมื่อไม่นานนี้ Apple ได้ประการผลประกอบการของปี 2016 (ตุลา 2015 - กันยา 2016) พบว่ายอดขายของ Apple ลดลงเมื่อเทียบปีที่แล้วเป็นครั้งแรกในรอบ15 ปี ทำให้ผมเกิดความสงสัยว่า ผู้บริหารมืออาชีพอาจจะบริหารองค์กรสู้เจ้าของหรือผู้ก่อตั้งบริษัทไม่ได้  ข้อสรุปนี้น่าจะเป็นจริงหรือไม่? เมื่อลองมองย้อนกลับไปในอดีตพบว่าผู้ก่อตั้งบริษัทหลายราย มีความสามารถบริหารจัดการที่เป็นเลิศ ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างมหาศาล อย่างเช่น Sam Walton ผู้ก่อตั้ง Walmart ค้าปลีก ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา จากร้านค้าปลีกเล็กๆในรัฐ Arkansas ด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง เทคนิคโปรโมชั่นที่แพรวพราว และ การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการบริหารงาน ทำให้ Walmart ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทข้อปลีกที่ใหญ่ที...

วีไอมองหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2559 กรกฏาคม 2559

กูรูนักลงทุนเน้นคุณค่า ( Value Investion ) พูดคุยเรื่องหุ้นในประเทศไทย ครึ่งปีหลัง 2559 

VI ไม่คาดเดา โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ผมมักจะถูกถามว่าดัชนีหุ้นจะไปที่กี่จุดในอนาคตเช่นเมื่อถึงสิ้นปีหรือบางทีก็ในสัปดาห์หน้า  บางทีก็ถูกให้คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอะไรจะเป็น “เมกาเทรนด์”  บ่อยครั้งก็จะถูกถามว่าอัตราดอกเบี้ยจะไปทางไหนหรือปรับตัวขึ้นเท่าไร  ดูเหมือนว่าคนต้องการรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อที่จะรู้ว่าเขาควรจะลงทุนในตลาดหุ้นหรือไม่  หรือเขาควรจะเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนหรือตัวไหน   สำหรับผมแล้ว  มันเป็นเรื่องยากที่จะตอบได้ถูกต้องจริง ๆ   หรือถ้าตอบได้ถูกต้อง  ในหลาย ๆ  ครั้ง  มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะใช้ในการลงทุน  เหตุผลอาจจะเป็นเพราะว่าคนอื่นส่วนใหญ่ก็สามารถตอบได้อย่างถูกต้องเช่นกันซึ่งก็จะทำให้คำตอบของผมไม่มีประโยชน์อะไร  เพราะราคาหุ้นก็จะสะท้อนหรือตอบสนองกับข่าวสารนั้นไปแล้ว  เวลาที่ข่าวออกมาตรงตามที่เราคาด  ราคาก็ไม่ขึ้นหรือลงตามที่ควรจะเป็น  บางครั้งกลับ “สวนทาง”  เข้ากับคำพูดในวงการหุ้นที่ว่า  “ซื้อ ขาย) ตามข่าวลือ  ขายซื้อ)เมื่อข่าวนั้นเป็นจริง”  ยกตัวอย่างเช่น  เราคาดว่าเฟดจะปรับดอกเบี้ยใน...

คำพ่อสอน กับ ปรัชญา VI โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

นับตั้งแต่วันที่ 13 ตค. 2559 จนถึงวันนี้ ความเศร้าโศกต่อการสูญเสียพ่อหลวง สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชก็ยังคงมีอยู่ในใจของพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ภาพความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเห็นได้ทั่วทั้งแผ่นดิน ตั้งแต่บน Social Media จนถึงภาพประชาชนชาวทั่วทุกทิศที่หลั่งไหลไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่ละคนต่างช่วยเหลือ เกื้อกูล เป็นภาพที่น่าประทับใจ และอิ่มเอิบสำหรับผู้คนที่เห็น และจากวันนี้ไปสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการนำเอาปรัชญา แนวคิดและคำสอนมาใช้ในการดำเนินชีวิต และสำหรับเรื่องการลงทุน เราสามารถเรียนรู้และนำแนวคิดจากพระองค์อะไรมาปฏิบัติได้บ้าง             1.ทรงเป็นต้นแบบของความเพียร การศึกษาความรู้ต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง โครงการในพระราชดำริที่หลากหลาย และพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งนวัตกรรม” หรือ “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” แสดงถึงความรู้จากการศึกษาอย่างถ่องแท้ ความรู้ลึกซึ้งที่เกิดจากการศึกษาด้วยพระองค์เอง เป็นที่ประจักษ์ว่า “ความเพียรอันบริสุทธ์” จากพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกนั้นเป็นหัวใจของความสำเร็จ ความเพียรอันบริสุทธ์ นั้นประกอบด้ว...