ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มีนาคม, 2014

การเอาชนะ "เกมชีวิต" การลงทุนแบบ VI

              ตามที่เคยรู้กันมาแล้วว่า  การลงทุนแบบซื้อขายน้อยครั้งนั้นเป็นกลยุทธ์การลงทุนทีชาญฉลาด   การลงทุนแบบนี้จะทำให้คุณสามารถเอาชนะเกมที่สำคัญมากได้นั่นคือ  เกมชีวิต  เรื่องราวต่อไปนี้จะแสดงคำอธิบายของใจความข้างต้น             ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารเวลาคนหนึ่งได้รับเชิญให้ไปบรรยายในห้องเรียนของนักศึกษาหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) แห่งหนึ่งหลังจากที่เธอได้เกริ่นบทนำไปแล้ว  เธอก็นำกระปุกแก้วใบหนึ่งออกมาวางไว้บนโต๊ะข้างหน้าเธอ  จากนั้นเธอนำกล่องที่บรรจุหินก้อนใหญ่ออกมา  แล้วค่อยๆ หย่อนหินก้อนใหญ่เหล่านั้นลงในกระปุกแ้ก้วทีละก้อน  จนกระปุกแก้วเต็มไปด้วยก้อนหินและไม่สามารถใส่เข้าไปได้อีกแล้ว  เธอถามนักศึกษาในห้องว่า "กระปุกเต็มหรือยัง?" ทุกคนตะโกนตอบว่า "เต็มแล้ว"         จากนั้นเธอหยิบถังที่เต็มไปด้วยกรวดออกมาวางบนโต๊ะและค่อยๆ หย่อนใส่ลงไป  จากนั้นก็เขย่ากระปุกแก้วให้กรวด...

การวางแผนจัดสรรเงินทุน และตารางการปรับสมดุล หุ้นแบบ VI

การวางแผนจัดสรรการลงทุน  และตารางการปรับสมดุล       การวางแผนการลงทุนควรจะรวมถึงการจัดสรรการลงทุนและตารางการปรับสมดุล  ตารางควรจะรวมทั้งระดับเป้าหมายของสินทรัพย์ในแต่ละประเภท  ระดับต่ำสุด  และระดับสูงสุด  เพื่อให้สามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้ในระดับหนึ่งเพราะการปรับสมดุลทุกครั้งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น  รวมถึงค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมหรือภาษีที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย กระบวนการปรับสมดุล       ในช่วงการสะสมเงินลงทุนนั้น  จะมีวิธีการปรับสมดุลอยู่ 2 วิธี  วิธีแรกคือ การขายสิ่งที่มีราคาสูงออกไป  และซื้อสิ่งที่มีราคาต่ำเข้ามาแทนที่  วิธีที่สองคือการเพิ่มเงินสดใหม่ๆ เข้ามาในการจัดสรรการลงทุนของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่มีระดับต่ำกว่าเป้าหมาย  การผสมผสานกลยุทธ์ทั้งสองวิธียังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้อีกด้วย  แต่การเพิ่มเงินสดจะเป็นวิธีที่ดีกว่าเกิดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่ำกว่า  และยังไม่ก่อให้เกิดภาษีที่เกิดจากกำไรส่วนต่างมูลค่าหุ้นจากการขายสิ่งที่มีราคาสูงออกไปตามวิธีแรกอีกด้วยและในช่วงเ...

Value Investor หุ้นตัวเล็ก - ตัวใหญ่ มุมมอง VI

                   Value Investor จำนวนมากหรืออาจจะเรียกว่าส่วนใหญ่ ชอบลงทุนในหุ้นตัวเล็กหรือบริษัทขนาดเล็ก เหตุผลก็คือ พวกเขาเชื่อว่าหุ้นตัวเล็กนั้นจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าปกติได้   หลักฐานที่ปรากฏในตลาดหุ้นก็ “ชัดเจน” หุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลายเท่า บางตัวเป็นสิบเท่าภายในเวลาเพียงไม่เกิน 1- 2 ปี ที่ผ่านมานั้น มักจะเป็นหุ้นตัวเล็กที่มีมูลค่าตลาดของหุ้นหรือ Market Cap. ไม่เกิน 3-4 พันล้านบาท หลายตัวอาจจะไม่เกินพันล้านบาทด้วยซ้ำ หุ้นตัวเล็กนั้นมีเสน่ห์สำหรับนักลงทุนไม่เฉพาะที่เป็นนักเก็งกำไรเล่นหุ้นรายวัน แต่เป็นขวัญใจของ VI ด้วย ว่าที่จริง VI ระดับ “เซียน” ที่ทำผลตอบแทนมหาศาลในช่วงเร็ว ๆ ต่างก็รวยมาด้วยหุ้นตัวเล็กเป็นส่วนใหญ่ แทบจะเป็นข้อสรุปได้เลยว่า ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในหุ้นสูงมากโดยเฉพาะเมื่อพอร์ตของคุณยังเล็กอยู่นั้น ไม่มีทางอื่นนอกจากลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก         ลองมาดูกันว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่ และความเสี่ยงอยู่ที่ไหน           ประเด็นแรก มองกันที่พื้นฐาน หุ...

การดูแลรักษาพอร์ตการลงทุน

     การดูแลรักษาพอร์ตการลงทุนก็เช่นเดียวกับการจัดการสวนที่ต้องการดูแลรักษาอยู่เป็นประจำ  พอร์ตการลงทุนก็ต้องการการดูแลรักษาด้วยเช่นกัน  หากไม่เป็นเช่นนั้นคุณก็อาจจะต้องสูญเสียการควบคุมในปัจจัยที่สำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลตอบแทนของการจัดสรรการลงทุนในพอร์ตการลงทุนของคุณ   ดังนั้นการปรับสมดุลจึงเป็นหนึ่่งในสองหัวข้อสำคัญที่เราจะพูดกันในข้างหน้านี้  ส่วนหนึ่งคือการวางแผนภาษี  ซึ่งเราจะคุยกันอีกหัวข้อหนึ่งแต่ต้นนี้ขอเริ่มต้นที่ เรื่องการปรับสมดุลก่อนดังนี้      การปรับสมดุลของพอร์ตการลงทุน     การปรับสมดุลจะทำให้พอร์ตการลงทุนของคุณยังคงมีระดับความเสี่ยงตามที่วางแผนไว้  หากปราศจากการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอมันจะทำให้เกิด "แนวทางที่คลาดเคลื่อนไปจากแผนการลงทุน" ในช่วงตลาดขาขึ้น  คุณจะมีความกล้าที่จะถือหุ้นเป็นส่วนใหญ่ในพอร์ตการลงทุนของคุณและถ้ายังไม่มีการปรับสมดุล....การลงทุนในหุ้นก็จะเพิ่มขึ้นไปโดยอัตโนมัติ  ทำให้มีการประเมินราคาหุ้นสูงขึ้น  และควาคาดหวังต่อผลตอบแทนก็จะลดลง ในตลาดขาลง...

กำไร (ขาดทุน) กำไรก่อนหักภาษี และภาษีจ่าย

กำไร (ขาดทุน) จากการขายสินทรัพย์และอื่นๆ           เมื่อบริษัททำการขายสินทรัพย์ (ที่ไม่ใช่สินค้าคงคลัง) กำไรหรือขาดทุนจากการขายจะได้รับการบันทึกภายใต้ กำไร (ขาดทุน) จากการขายสินทรัพย์ โดยกำไรคือส่วนต่างของเงินที่ได้รับจากการขายและมูลค่าของสินทรัพย์ที่ปรากฏในบัญชีของบริษัท  หากบริษัทมีอาคารที่ได้มาในราคา $1 ล้าน  หลังจากตัดค่าเสื่อมไปเหลือมูลค่าเพียง $500,000 แล้วขายไป $800,000 บริษัทจะบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์เท่ากับ $300,000  ในทางเดียวกัน  หากบริษัทขายอาคารไปในราคา $400,000 เหรียญ  บริษัทก็จะบันทึกขาดทุนเท่ากับ $100,000         สำหรับบัญชีอื่นๆ ก็เป็นไปในทำนองเดียวกันนี้ บัญชีนี้คือที่ที่รายได้และค่าใช้จ่ายซึ่งไม่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการ  ค่าใช้จ่ายที่ไม่ปกติและไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ได้รับการคำนวณออกมาและบันทึกลงในงบกำไรขาดทุน  รายการเหล่านี้รวมถึงการขายสินทรัพย์ถาวร  เช่น  ที่ดิน  โรงงาน และเครื่องจักร  ส่วนที่รวมอยู่ในรายการ อื่นๆ อาจมี  เช่น การอนุญาติใช้สิท...

กำไรสุทธิ และกำไรต่อหุ้น การตีความงบการเงิน วอร์เร็น บัฟเฟตต์

กำไรสุทธิ : สิ่งที่วอร์เรนมองหา         หลังจากค่าใช้จ่ายทั้งหมดและภาษีถูกนำมาหักออกจากรายได้ของบริษัทแล้ว  เราก็จะได้กำไรสุทธิของบริษัท  และตรงนี้คือที่ซึ่งเราจะทราบว่าบริษัททำเงินได้เท่าใดหลังจากที่จ่ายภาษีรายได้แล้ว  มีแนวคิดสองสามแนวคิดที่วอร์เรนใช้อยู่เมื่อเขาดูตัวเลขนี้  ซึ่งจะช่วยให้เขาตัดสินใจได้ว่าบริษัทนั้นๆ มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนหรือไม่.....เพราะฉะนั้น  ทำไมเราไม่เริ่มที่นี่เลยล่ะ          แรกสุด  ในรายการของวอร์เรน บัฟเฟตต์คือ  ประวัติของกำไรสุทธินี้มีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่  ตัวเลขกำไรสุทธิเพียงปีเดียวไม่มีค่าสำหรับวอร์เรน บัฟเฟตต์  สิ่งที่วอร์เรนสนใจคือภาพกำไรนั้นมีความสม่ำเสมอหรือไม่ และแนวโน้มในระยะยาวสูงขึ้นเรื่อยๆ ไหม --- ทั้ง 2 ข้อนี้แปลความหมายได้เท่ากับ "ความยั่งยืน" ของความได้เปรียบในการแข่งขัน... สำหรับวอร์เรนแล้ว  การเดินทางไม่จำเป็นต้องราบรื่นเสมอ  สิ่งที่เขามองหาคือประวัติแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ          อย่างไรก็...

ดอกเบี้ยจ่าย การตีความงบการเงิน วอร์เรน บัฟเฟตต์

ดอกเบี้ยจ่าย : วอร์เรน บัฟเฟตต์ไม่ต้องการ         ดอกเบี้ยจ่าย  คือ ดอกเบี้นที่บริษัทจ่ายออกไประหว่างไตรมาสหรือปี  สำหรับหนี้ของบริษัทซึ่งปรากฏในงบดุลในหมวด   หนี้สิน   ในขณะที่เป็นไปได้ที่บริษัทจะมีรายรับจากดอกเบี้ยมากกว่าที่จ่ายออกไป  เช่น ธนาคาร แต่ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและการขายปลีกส่วนใหญ่มักจะมีดอกเบี้ยจ่ายมากกว่าดอกเบี้ยรับ            ค่าใช้จ่ายนี้เรียกว่าต้นทุนทางการเงิน  ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ และจะแยกออกมาเป็นอีกรายการโดดๆ เพราะดอกเบี้ยจ่ายจะไม่ผูกพันกับการผลิตหรือการขาย  แต่สะท้อนให้เห็นถึงหนี้ทั้งหมดที่บริษัทมีในบัญชี  ยิ่งบริษัทมีหนี้เท่าใด  ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็สูงขึ้นเท่านั้น           ในบริษัทที่มีดอกเบี้ยจ่ายสูงเทียบกับรายได้จากการดำเนินกิจการมีแนวโน้มที่จะเป็น 1 ใน 2 ประเภทนี้ คือ : เป็นบริษัทซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันรุนแรง  ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการลงทุนสูงเพื่อให้สามารถแข่งขันได้  หรือเป็นบริษัทที่มีเศร...

ค่าใช้จ่ายในการวิจัยพัฒนาและค่าเสื่อมราคา การตีความงบการเงิน

การวิจัยและพัฒนา : ทำไมวอร์เรน บัฟเฟตต์จึงถอยห่าง         นี่คือค่าใช้จ่ายสำคัญเมื่อจะค้นหาบริษัที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน  สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความได้เปรียบในระยะยาวของบริษัทมักจะเป็นข้อได้เปรียบซึ่งบริษัทได้จากลิขสิทธิบัตรหรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  แต่หากบริษัทมีข้อได้เปรียบจากลิขสิทธิ์เช่น  บริษัทยา ฎ จุดหนึ่งสิทธิบัตรจะหมดอายุ และความได้เปรียบของบริษัทก็จะหมดไป         หากความได้เปรียบของบริษัทเป็นผลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีบางอย่าง  ความน่ากลัวคือ  เมื่อมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทนที่  นี่เป็นสาเหตุที่ทำไมไมโครซอฟท์จึงกลัวความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของกูเกิ้ลหนักหนา  ...เพราะความได้เปรียบในวันนี้อาจเป็นความล้าสมัยในวันพรุ่งนี้ได้         ไม่เพียงแต่บริษัทเหล่านี้ต้องใช้จ่ายเงินมหาศาลกับการวิจัยและพัฒนาเท่านั้น  แต่พวกเขายังต้องประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ใหม่  ออกแบบผลิตภัณฑ์ใใหม่  และปรับแผนการขายอยู่เสมอ  ซึ่งหมายความว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายและการบริหารสู...

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ การขาย และการบริหาร การตีความงบการเงิน วอร์เรน บัฟเฟตต์

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ : วอร์เรน  บัฟเฟตต์ จะจับตาดูอย่างระมัดระวัง         แถวถัดลงมาจากกำไรขั้นต้นในงบกำไรขาดทุน  คือกลุ่มของค่าใช้จ่ายซึ่งเรียกว่า  ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ  ค่าใช้จ่ายเหล่านี้คือค่าใช้จ่ายสำคัญเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่  ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารงาน  ค่าใช้จ่ายในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด  ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย  ค่าปรับปรุงโครงสร้างและการด้อยค่าของทรัพย์สิน  และค่าใช้จ่าย "อื่นๆ" ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ ทั้งค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่จากการดำเนินกิจการ และค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว          รายการเหล่านี้รวมกันเป็น "รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ"  ของบริษัท  ซึ่งจะนำมาหักออกจากกำไรขั้นต้นเพื่อที่จะได้ตัวเลขกำไรหรือขาดทุนจากการดำเนินกิจการของบริษัท  เนื่องจากรายการเหล่านี้ทุกรายการล้วนมีผลกระทบต่อธรรมชาติของเศรษฐกิจของธุรกิจในระยะยาว  เราจะมาดูรายการเหล่านี้ทีละรายการอย่าเจาลึกตามสไตล์ของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ กันต่อไป ค่าใช้จ...

กำไรขั้นต้น / ส่วนต่างกำไรขั้นต้น การตีความงบการเงิน วอร์เรน บัฟเฟตต์

กำไรขั้นต้น/ส่วนต่างกำไรขั้นต้น  ตัวเลขสำคัญสำหรับวอร์เรนในการค้นหาขุมทองในระยะยาว            ตอนนี้หากเรานำตัวเลขที่บริษัทรายงานว่าคือ  ต้นทุนสินค้าขายมาหักจากยอด  รวมรายได้ ของบริษัท  เราจะได้กำไรขั้นต้น  ตัวอย่าง เช่น : ยอดรวมรายได้ $10 ล้าน  ลบต้นทุนสินค้าขาย $7 ล้าน เท่ากับกำไรขั้นต้น $3 ล้าน             กำไรขึ้นต้น  คือเงินที่บริษัททำได้จากรายได้ขั้นต้นหลังจากหักต้นทุนของวัตถุดิบและแรงงานที่ใช้ในการทำสินค้าแล้ว  แต่ยังไม่รวมค่าใช้จ่าย  เช่น  ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร  ค่าเสื่อมราคา และต้นทุนของดอกเบี้ยในการดำเนินธุรกิจ                ตัวเลขกำไรขั้นต้นเพียงตัวเดียวบอกอะไรได้น้อยมาก  แต่เราสามารถนำตัวเลขนี้มาคำนวณส่วนต่างกำไรขั้นต้นของบริษัท  ซึ่งจะบอกให้เราได้ทราบอะไรบางอย่างเกี่ยวกับธรรมชาติของเศรษฐกิจของบริษัทนั้นๆ ได้อย่างดี  สมการในการหาส่วนต่างกำไรขั้นต้น คือ             กำไ...

รายได้ และต้นทุนขาย การตีความงบการเงิน วอร์เรน บัฟเฟตต์

   รายได้  : ที่ซึ่งเงินเข้า           บรรทัดแรกในงบกำไรขาดทุนจะเป็น ยอด รวมรายได้หรือรายได้ขั้นต้น  ซึ่งคือจำนวนเงินที่เข้ามาในบริษัทในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งอาจเป็นไตรมาสหรือปี  หากเราผลิตรองเท้า และขายรองเท้าได้ $120 ล้าน ในปีนั้น  งบกำไรขาดทุนของเราจะรายงานว่า ยอด รวมรายได้ เท่ากับ 120 ล้าน สำหรับปีนั้น           ตอนนี้  ความจริงที่ว่าบริษัทมีรายได้มากไม่ได้หมายความว่าวายได้ที่เข้ามาเป็นกำไร  ในการดูว่าบริษัทมีกำไรเท่าใด  จะต้องนำต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของธุรกิจมาหักจากยอดรวมรายได้  รายได้ลยค่าใช้จ่ายเท่ากับรายได้สุทธิ  อย่างไรก็ตาม  รายได้รวมตัวเดียวไม่ได้บอกอะไรเลยจนกว่าจะหักค่าใช้จ่ายออก และดูว่ารายได้สุทธิมีจำนวนเท่าใด           หลังจากที่วอร์เรนดูยอดรวมรายได้ของธุรกิจแล้ว  เขาจะเริ่มพิจารณาด้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด  เพราะเขารู้ว่าหนึ่งในความลับที่ยิ่งใหญ่ของการทำเงินให้ได้มากขึ้นคือ  การใช้จ่ายน้อยลง     ...

งบกำไรขาดทุน การตีความงบการเงิน วอร์เรน บัฟเฟตต์

                ในการค้นหาบริษัทชั้นยอดที่มีความได้เปรียบในการแข่'ขันที่ยั่งยืน  วอร์เรน  บัฟเฟตต์จะเริ่มที่งบกำไรขาดทุนของบริษัทเสมอ  งบกำไรขาดทุนบอกให้นักลงทุนทราบถึงผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงเวลาหนึ่งๆ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ  บริษัทจะจัดทำงบกำไรขาดทุนทุก 3 เดือนและตอนสิ้นปี  งบกำไรขาดทุนจะใส่ช่วงเวลาที่ครอบคลุมเสมอ  เช่น 1 มกราคม 2007 ถึง 31 ธันวาคม 2007         งบกำไรขาดทุนมีส่วนประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน คือ : หนึ่ง  ส่วนรายได้ของบริษัท  ตามด้วยส่วนค่าใช้จ่าย  ซึ่งจะถูกหักออกจากรายได้และบอกว่าบริษัทได้กำไรหรือขาดทุน  ฟังดูง่ายๆ ใช่มั้ย? มันง่ายจริงๆ นั่นแหล่ะ          ในยุคแรกของการวิเคราะห์หุ้น  นักวิเคราะห์ชั้นนำในสมัยนั้น เช่น เบนจามิน  เกรแฮม  อาจารย์ของ วอร์เรน  บัฟเฟตต์   จะเน้นที่การดูว่าบริษัทสามารถทำกำไรได้หรือไม่อย่างเดียว  ให้ความสนใจน้อยมากหรือไม่ให้เลยกับความสามารถในการเจริญเติบโตในอนาคตของแหล่งรายได้  ...

กฏการลงทุนอย่างรอบคอบ 30 ข้อ สำหรับนักลงทุน VI

               ขณะที่พวกเราพยายามค้นหาคำตอบว่าจะทำอย่างไรให้มีชีวิตยืนยาว มันก็มีคำตอบง่ายๆ อยู่ไม่น้อยที่ส่งผลกระทบใจได้มาก ซึ่งก็ยากทีเดียวที่จะสรรหาคำแนะนำเรื่องนี้ได้ดีไปกว่าคำตอบที่ว่า อย่าสูบบุรี่ อย่าดื่มเหล้า ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และคาดเข็มขัดนิรภัยก่อนขับรถ  ความคิดที่ก่อปัญหาให้ซับซ้อนแล้วสามารถหาคำตอบได้ง่ายๆ นั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แต่คำถามเรื่องการมีชีวิตยืนยาวเท่านั้น        ผมได้รวบรวมกฏข้อปฏิบัติไว้ 30 ข้อที่จะทำให้คุณมีโอกาสบรรลุถึงเป้าหมายทางการเงินได้ดังตั้งใจลองดูและนำไปปฏิบัติกันครับ             1.  จงอย่าเพิ่มความเสี่ยงมากเกินกว่าที่คุณจะรับไหว  แผนหลายฉบับล้มเหลวก็เพราะนักลงทุนแบกรับความเสี่ยงมากเกินกว่าที่ตนจะรับไว้ได้  ความเสี่ยงมักจะปรากฏออกมาอย่างคาดไม่ถึงซึ่งจะนำไปสู่การยกเลิกแผนการลงทุน  ดังนั้นเมื่อคุณกำลังสร้างแผนการลงทุนอยู่  จงพิจารณาถึงขีดความสามารถ  เสถียรภาพของรายได้  ความสามารถที่จะทนรับภาวะ...