ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤศจิกายน, 2015

ปรับใจสู่ความเป็นจริง / ดร.นิเวศน์

   ถึงวันนี้ผมคิดว่ามันอาจจะเป็น “จุดเริ่ม”  ของการเปลี่ยนแปลง  “ทิศทาง”  ของภาวะตลาดหลักทรัพย์และการลงทุนของประเทศไทย  ไม่ใช่เพราะดัชนีตลาดหุ้นและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ตกต่ำลงมาตั้งแต่ต้นปี  เพราะดัชนีตลาดหุ้นและปริมาณการซื้อขายหุ้นของไทยนั้นตกลงมาน้อยมาก  แต่สิ่งที่ผมเห็นก็คือ  การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยรวมถึงศักยภาพทางเศรษฐกิจและการแข่งขันของไทยนั้นถดถอยลงต่อเนื่องมาหลายปีอย่างเห็นได้ชัดและผมก็ยังไม่เห็นว่าเราจะสามารถปรับตัวให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไร  นอกจากนั้น  ดัชนีตลาดหุ้นของไทยเองก็มีราคาแพงกว่าที่ควรเป็นเมื่อเทียบกับอดีต  สิ่งเดียวที่ผมเห็นว่ายังทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นยังเป็นทางเลือกที่มีเหตุผลก็คือการที่ทางเลือกอื่นนั้นก็ไม่ได้ดีกว่า  เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ  อัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้นต่ำมากเป็นประวัติการณ์และยังไม่เห็นแนวโน้มว่าจะปรับเพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันสั้น  เช่นเดียวกับทรัพย์สินอย่างอื่นเช่นอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาแพงลิ่วหรือการลงทุนในทองคำที่มีความเสี่ยงสูงและไม่จ่ายผลตอบแทนเป็นเงินสด...

เหมือนกัน แต่ ไม่เหมือนกัน / โดย คนขายของ

เมื่อสิบกว่าปีก่อน มีนักลงทุนไทยหลายท่านได้เริ่มลงทุนในธุรกิจที่เรียกว่ากลุ่ม “Modern Trade” หรือ “ค้าปลีกสมัยใหม่” เช่นหุ้นของ CP7-11, BIGC และ HomePro เพราะได้ศึกษาการเติบโตของธุรกิจ ประเภทนี้ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป และเห็นว่าการเติบโตในลักษณะที่เคยเกิดขึ้นในต่างแดน กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะจับกระแสได้ถูกต้อง นักลงทุนเหล่านั้นสามารถสร้างผลกำไรในการลงทุน ได้อย่างมากมาย ผ่านมาร่วมสิบปี นักลงทุนไทยหลายท่านเริ่มสนใจไปลงทุนในต่างประเทศ เมื่อมาถึง ขั้นตอนแรกที่จะเริ่มลงทุน มักเลือกหุ้นที่มีความคุ้นเคย หรือ ที่เคยประสบความสำเร็จในการลงทุนใน หุ้นกลุ่มนั้นๆในไทยมาก่อน เช่น ค้าปลีก ร้านอาหาร ผู้ผลิตเครื่องดื่ม หรือ กลุ่มสื่อสาร เพราะเห็นว่า หุ้นเหล่านี้อยู่ในกระแสหลักของโลกที่ชนชั้นกลางมีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น ผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้น ทำให้รสนิยมในการบริโภคคล้ายคลึงกัน บทสรุปนี้จะถูกต้องหรือไม่? เราลองมาดูกรณีศึกษา ที่เกิดขึ้นจริงของหุ้นเหล่านี้ในต่างประเทศกัน ในขณะที่หุ้น Hypermarket อย่าง BIGC Supercenter ในไทย ราคาหุ้นได้ขึ้นมาถึง 10 เท่าในรอบ สิบปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าหุ...

วันหวย (หุ้น)ออก / โดยดร.นิเวศน์

        การศึกษาเรื่องของยีนส์มนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตวิทยานั้นพบว่า  คนเรานั้นมีพฤติกรรมที่  “ชอบลุ้น”  ซึ่งนี่ก็คงเกี่ยวข้องกับการ  “พนัน” หรือการชอบ “เสี่ยง” เราจะรู้สึกตื่นเต้นที่จะเห็น “ผลลัพธ์” ที่จะออกมาว่ามันดีหรือไม่ดีนั่นคือเราจะชนะหรือแพ้  เราจะได้หรือจะเสีย  หรือเราจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีมีโอกาสที่จะชนะหรือได้หรือไม่  ถ้าเราชนะหรือได้  เราก็จะดีใจ  แต่ถ้าออกมาแย่หรือเสีย  เราก็จะเสียใจ  หลังจากนั้น  เราก็จะเริ่มไปลุ้นเรื่องใหม่หรือรอลุ้นเรื่องเดิมในรอบต่อไป ถ้ามี)   ยิ่งรางวัลที่จะได้รับนั้นสูงเมื่อเทียบกับฐานะของเราถ้าเราชนะ  เราก็ยิ่งอยากลุ้นเพิ่มเป็นทวีคูณแม้ว่าโอกาสที่จะแพ้นั้นสูงลิ่วจนไม่คุ้มที่จะเสี่ยง  แต่เราก็อยากที่จะเสี่ยง  และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมคนที่มีเงินน้อยจึงชอบ “แทงหวย”  และคนที่มีเงินมากจึงชอบ  “เล่นหุ้น”  โดยเฉพาะหุ้นเก็งกำไรหรือ  “หุ้นปั่น”  ที่มีโอกาส “ได้เสีย”  สูงโดยเฉพาะที่เป็นการ “ได้เสีย” แบบว่า  ถ้าได้แ...

5 เทรนด์อสังหาฯ /วีระพงษ์ ธัม

             ช่วงที่ผ่านมาผมใช้เวลาพอสมควร ในการเลือกที่อยู่อาศัยในอนาคตให้กับครอบครัว ทำให้ได้เห็นแนวโน้มบางอย่างที่น่าจะมาจากสภาพสังคม แนวคิด วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนเมือง และนี่คือ 5 เทรนด์ที่ผมคิดว่ากำลังจะเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ และอาจจะเป็นกระแสหลักในอนาคต ทำให้ได้ไอเดียในการลงทุนในหุ้นและเลือกบ้านครับ             กระแสแรกคือ การโตกลับข้างของเมือง Urbanization หรือวิถีชีวิตคนเมือง จะยิ่งทำให้คนเมืองเป็นเมืองยิ่งกว่าเดิม ในอดีตคนส่วนหนึ่งเบื่อการอาศัยในเมือง จึงไปสร้างบ้านชานเมืองที่มีสภาพแวดล้อมดีกว่า บ้านกว้างกว่า มีพื้นที่สีเขียวมากกว่า ทำให้เมืองโตออกไปในแนวราบจนกรุงเทพฯ มีขนาดเมืองใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เกิดเมืองรอบนอก หรือเราเรียกว่าปริมณฑลรอบกรุงเทพฯ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ การเดินทางเข้าเมืองยากขึ้นเรื่อย ๆ จากปัญหาจราจร เพราะงานส่วนมากกระจุกตัวในเขตตัวเมืองชั้นในอยู่ดี เหตุผลนี้เองทำให้เกิดเมืองแนวสูงขึ้น แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาคอนโดฯ ในเมืองเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนระยะหลัง ๆ เมื่อต้นทุนที่ดินในเมืองสูงขึ้น เกิดก...

หุ้นมือถือ / ดร.นิเวศน์

         สัปดาห์ที่แล้วข่าวใหญ่ในแวดวงโทรคมนาคมและตลาดหุ้นก็คือ  การประมูลคลื่นความถี่วิทยุย่าน 1800 MHz เพื่อที่จะใช้กับโทรศัพท์มือถือระบบ 4G  เหตุผลแรกก็คือ  มันจะเป็น “ก้าวใหญ่” ของการพัฒนาระบบสื่อสารของไทยให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่าง “ก้าวกระโดด” และตามทันประเทศอื่น ๆ  หลังจากที่ไทยค่อนข้างจะล้าหลังมานาน  เหตุผลต่อมาก็คือ  การแข่งขันของผู้เข้าประมูลนั้นมีความจริงจังและรุนแรงซึ่งทำให้ตัวเลขเม็ดเงินของผู้ชนะ 2 ราย คือ AIS และ TRUE สูงมากกว่าที่เคยคือสูงถึงรายละประมาณ 4 หมื่นล้านบาทต่ออายุสิทธิการใช้ 15 ปี ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่สูงกว่าที่คาดถึงเท่าตัว  และสุดท้ายสำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้นก็คือ ราคาหุ้นของบริษัทสื่อสารที่เข้าประมูล 4 ราย ที่ต่างก็ตกลงมาอย่างทั่วหน้าทั้งผู้ชนะและผู้แพ้  โดยที่หุ้น AIS ตกลงมาประมาณ 6.6% ในวันที่กำลังประมูลและตัวเลขราคาการประมูลสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าตกใจ  หุ้น TRUE ตกลงมาถึง 8% หุ้น DTAC ตกลงมา 8.2% และหุ้น JAS ซึ่งถึงแม้จะไม่ตกแต่ก็ได้ตกลงมาก่อนแล้วตั้งแต่วันเริ่มประมูลที่ประมาณ 6% ...

นิสัยบัฟเฟตต์ / โดยดร.นิเวศน์

ถ้าจะพูดถึงคนที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงมากระดับโลกและจะเป็น  “ตำนาน” ที่คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ต่อไปอีกนานนั้น  แน่นอนว่าบัฟเฟตต์ต้องเป็นหนึ่งในนั้น  นิสัยหรือพฤติกรรมของคนที่อยู่ในระดับนี้ส่วนใหญ่ที่เราได้รับรู้ก็คือ  พวกเขามีชีวิตที่หรูหรา  อยู่ในสังคมของ “คนชั้นสูง”  มีความรู้สึกและวางตัวที่อาจจะเรียกว่า  “เย่อหยิ่ง”  และ “โอ้อวดตนเอง” เป็นต้น  แต่สำหรับบัฟเฟตต์เองแล้ว  เขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น  หรือถ้าจะมีก็น้อยกว่าคนอื่นที่อยู่ในระดับใกล้เคียงมาก  ผมไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวหรือเป็นเพราะว่าบัฟเฟตต์เป็น  Value Investor และ VI นั้นโดยธรรมชาติมักจะมีนิสัยหรือพฤติกรรมที่แตกต่างจากคนรวยกลุ่มอื่นตั้งแต่ต้น  พอรวยแล้วก็ยังไม่ได้เปลี่ยนนิสัยแบบคนที่รวยจากอาชีพอื่น มาดูกันว่าบัฟเฟตต์มีนิสัยแบบไหนที่ค่อนข้างจะแปลกจากคนรวยและมีชื่อเสียงอื่น—และคนธรรมดา  บางทีนิสัยแบบบัฟเฟตต์นั้นอาจจะเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จสูงสุด  และถ้าเป็นแบบนั้น  การเรียนรู้นิสัยบัฟเฟตต์ก็น่าจะมีป...

มูลค่าของสาวก / วีระพงษ์ ธัม

        มูลค่าของธุรกิจต่าง ๆ เกิดจากปัจจัยจำนวนมาก และปัจจัยที่สร้างมูลค่ามีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ในฐานะนักลงทุนเน้นคุณค่าที่เน้นการมอง “มูลค่า” ของธุรกิจเป็นหลักนั้น จะต้องศึกษาแหล่งสร้างมูลค่าตลอดเวลา โดยเฉพาะระยะหลัง มูลค่าของธุรกิจมีโครงสร้างเปลี่ยนไปจากในอดีตมาก สินทรัพย์ที่จับต้องได้ เช่น ที่ดินทำเลดี อาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ทันสมัย ที่เคยเป็นมูลค่าหลักของระบบธุรกิจมาก่อน มีบทบาทลดลง เปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนและจับต้องไม่ได้มากขึ้น เช่น มูลค่าของตราสินค้าหรือแบรนด์ มูลค่าของระบบการจัดการ มูลค่าของผู้บริหารที่มีความสามารถ แต่สิ่งที่เริ่มเห็นในเศรษฐกิจยุคใหม่ คือมูลค่าของลูกค้า ซึ่งผมขอใช้ศัพท์ที่แทนความหมายในยุคนี้ได้ดีที่สุด คือ “มูลค่าของสาวก”             ในเชิงทฤษฎี กลยุทธ์ในการแข่งขันสร้างคุณค่า (Value Disciplines) นั้น สร้างได้จากสามรูปแบบ คือ 1. การผลิตที่ยอดเยี่ยม (Operational Excellence) คือเน้นต้นทุนที่ต่ำกว่า 2. มีสินค้าใหม่ที่เป็นผู้นำตลาด (Product Leadership) เช่นมีเทคโนโลยีเหนือกว่า สินค้าดีกว่าเร็วก...

TPP กับหุ้น/ โดยดร.นิเวศน์

เรื่องของการเปิดเขตการค้าเสรีของไทยกับประเทศอื่นนั้น  เท่าที่ผ่านมาก็มักจะไม่เป็นประเด็นการโต้แย้งกันมากมายนัก  เหตุผลก็เพราะดูเหมือนว่าจะไม่มีข้อเสียอะไรกับคนไทยที่เป็นคนธรรมดามากนัก  แต่ข้อดีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจนั้นค่อนข้างชัดเจนกว่าในแง่ที่ว่าการค้าขายโดยเฉพาะการส่งออกจะมากขึ้นเนื่องจากผู้ส่งออกจะได้รับการยกเว้นหรือลดภาษีการนำเข้าจากประเทศที่เป็นคู่สัญญากับเรา  ทำให้สินค้าของเราได้เปรียบคู่แข่งส่งผลให้สามารถส่งออกไปขายได้มากขึ้น  ในส่วนของการนำเข้าเองนั้น  ก็ดูเหมือนว่าเราก็อาจจะนำเข้าเท่าเดิม  เพียงแต่เปลี่ยนจากการนำเข้าจากประเทศอื่น  เราก็นำเข้าจากประเทศคู่สัญญาแทน  ดังนั้น  การทำสัญญาเปิดการค้าเสรีจึงเป็นสิ่งที่ให้ผลดีและไม่ค่อยจะมีอะไรเสียมากนัก  สถิติการส่งออกไปสู่ประเทศที่มีสัญญากับเราก็ดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการส่งออกไปประเทศอื่น  ตัวอย่างที่ชัดเจนก็เช่นการส่งออกรถยนต์ของไทยไปออสเตรเลียที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังมีสัญญาเปิดการค้าเสรี  นี่ยังไม่พูดถึงจีนและประเทศใน AEC ที่การค้าขายระหว่างกันเพิ่มขึ้นมาก...

มหาสงครามค้าปลีก / โดย คนขายของ

     ถ้ามีคนถามว่าบริษัทค้าปลีกไหนที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในโลก คุณจะนึกถึงบริษัทอะไร? ห้าง Walmart ที่ขายของเหมือน ห้างโลตัส บิ๊กซี บ้านเรา หรือ กิจการขายของตกแต่งบ้านอย่าง Home Depot ใช่หรือไม่? แต่คำตอบจากตัวเลขล่าสุดเมื่อกลางเดือนตุลาคมคงทำให้หลายคนแปลกใจ ในตอนนี้ AMAZON.COM กลายเป็นบริษัทค้าปลีกที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่ากิจการสูงถึง 250,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำไมนักลงทุนถึงให้มูลค่ากิจการขายของออนไลน์ที่มียอดขายในปีที่แล้ว เพียง 20% ของ Walmart แถมยังขาดทุนด้วยมูลค่าสูงถึงขนาดนี้? บริษัทนี้มีอะไรดี ซ่อนอยู่บ้าง? เราจะลองสำรวจ AMAZON (AMZN) เปรียบเทียบกับ Walmart (WMT) กัน WMT ก่อตั้งเมื่อปี 1962 ใช้เวลา 24 ปีที่จะทำยอดขายทะลุ 10,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ AMZN ก่อตั้งเมื่อปี 1994 ใช้เวลาเพียง 12 ปีในการบรรลุตัวเลขเดียวกัน ในตอนนี้ WMT มียอดขายต่อปีเกือบ 5แสนล้านเหรียญ ในขณะที่ตัวเลขของ AMZN อยู่ที่ราว 9หมื่นล้าน แต่WMT ใช้พนักงานกว่า 2,200,000 คนทั่วโลกเพื่อทำยอดขายนี้ ในขณะที่ AMZN มีพนักงาน154,000 คน ถ้าเราดูยอดขายต่อหัวของพนักงาน จะเห็นว่าของ AMZN สูงก...

Corner / ดร.นิเวศน์

       บ่อยครั้งในตลาดหุ้นจะมีหุ้นบางตัวที่ราคาวิ่งขึ้นไปสูงลิ่ว  “เกินพื้นฐาน”  ไปมากโดยที่หา “เหตุผล” ไม่ได้  หุ้นที่มี PE เป็น 50 หรือ 100 เท่า และค่า PB สูง 5 หรือ 10 เท่านั้น  โดยปกติก็จะต้องเป็น  “Super Stock” นั่นคือ  มันควรที่จะมีคุณสมบัติทางธุรกิจดีเยี่ยม  มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนเหนือกว่าคู่แข่ง  มีกำไรดี  มีการเติบโต  มีฐานะทางการเงินดี  มีผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูง และอื่น ๆ  อีกมาก  หรือไม่อย่างนั้นหุ้นก็อาจจะต้องเป็นกิจการที่กำลัง “ฟื้นตัว” จากภาวะวิกฤติและกำไรอาจจะยังไม่มาแต่เห็นได้ชัดว่ากำไรจะโตก้าวกระโดดในไม่ช้า  แต่หุ้นแบบนี้ก็จะต้องมี Market Cap. หรือมูลค่าตลาดที่ต่ำเมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจของบริษัทวัดจากยอดขายและเปรียบเทียบกับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หุ้นที่มีราคาแพงมากโดยที่ไม่ได้เป็นหุ้นซุปเปอร์สต็อกหรือไม่ได้เป็นหุ้นที่กำลังฟื้นตัว  และที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเดียวกันที่มีคุณสมบัติดีกว่า  มีความไ...