ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มกราคม, 2017

คอร์รับชั่นกับหุ้น โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ข่าวคราวเกี่ยวกับการคอร์รับชั่นที่เกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะที่เป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงนี้นั้น  ในสายตาของ VI เราควรจะมองอย่างไร  เลิกลงทุนในหุ้นที่เป็นข่าวหรือไม่?  ปรับการให้มูลค่าหุ้น?  หรือ  อยู่เฉย ๆ?   เหนือสิ่งอื่นใด  ข่าวทั้งหลายเป็นเรื่องของ “อดีต”  ปัจจุบันทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว  หรือไม่ก็  อนาคตก็คงไม่เป็นอย่างนั้นอีก   มาดูกัน เรื่องของการคอร์รับชั่นหรือกินสินบนในวงราชการและรัฐวิสาหกิจนั้น  ถ้าจะพูดไปก็อาจจะบอกได้ว่ามีมาตลอดในประวัติศาสตร์ของไทย   แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติไปจากประเทศอื่น ๆ  ที่มีการพัฒนา  มีระบบการปกครองและเศรษฐกิจ  และมีรายได้ต่อหัวในระดับเดียวกัน  เพราะการคอร์รับชั่นนั้น   สำหรับผมแล้ว  มันเป็นเรื่องของ  “ระบบ” เป็นส่วนใหญ่   ไม่ใช่เรื่องของคุณสมบัติส่วนบุคคลของคนในแต่ละประเทศ สิ่งที่ผมสังเกตเห็นก็คือ  ประเทศที่พัฒนาแล้วและผู้คนมีรายได้สูงนั้น  การคอร์รับชั่นก็จะน้อยลง  ดูตัวอย่างประเทศในสแ...

สองดีกว่าหนึ่ง ลงทุนแบบ ICAHN / โดย คนขายของ

มหาเศรษฐีนักลงทุนวัยแปดสิบปี ผู้ซึ่งติดอันดับ 43 มหาเศรษฐีโลกจากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Forbes มีความมั่งคั่งระดับหกแสนล้านบาท เป็น “Activist Investor” ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นแค่นักลงทุน แต่มักขอเข้าไปนั่ง เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารเพื่อร่วมกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัท การลงทุนของ Icahn ที่ให้ผลในระดับตำนานเช่น การเริ่มซื้อหุ้น Netflix ผู้ในบริการดูหนังออนไลน์ในราคาเพียง 9 เหรียญในปี 2012 และขายออกไปจนหมดในกลางปี 2015 ซึ่งราคาหุ้นขึ้นมาราว 10 เท่าในสามปี ทำกำไรให้กับ Ichan ราวๆ 5.6 หมื่นล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนระดับโลกมักจัดพอร์ตแบบกระจายตัว เช่น George Soros ถือหุ้น 207 ตัว Jim Simons ถือ 3,301 ตัว แต่ Ichan มีความคล้ายกับ Warren Buffett ซึ่งเน้นการจัดพอร์ตแบบ “Focus” มีหุ้นน้อยตัว จากพอร์ตที่เขาบริหารอยู่มูลค่าราวเจ็ดแสนล้านบาท Icahn กลับถือหุ้นเพียง 20 ตัวเท่านั้น ในบทความนี้เราจะมาลองดูกันว่า ทำไมเขาถึงลงทุนในหุ้น XEROX ผู้ผลิตเครื่องใช้ในสำนักงาน ที่ดูเหมือนเป็นธุรกิจที่น่าเบื่อหน่ายในช่วงปลายปี 2015 โดยเข้าถือราว 10% ของหุ้นทั้งหมด ผ่านมาประมาณหนึ่งปี ผลตอบแทนของเขาเป็นอย่าง...

BE อันตราย โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ช่วงเร็ว ๆ นี้มีข่าวทางการเงินและการลงทุนที่เป็น “สัญญาณอันตราย” ที่นักลงทุนจะต้องจับตามองนั่นก็คือ  “การเบี้ยวหนี้ BE” ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายบริษัทต่อเนื่องกัน  แม้ว่าขนาดของเม็ดเงินโดยรวมที่บริษัทผู้ออกตราสาร BE ที่ไม่สามารถชำระได้ตามกำหนดจะไม่สูงมาก  แต่การที่บริษัทเหล่านั้นเป็นบริษัทจดทะเบียนที่คนมักจะเชื่อว่ามีความเข้มแข็งทางการเงินมากกว่าบริษัทเอกชนโดยทั่วไป  อีกทั้งบริษัทที่เบี้ยวหนี้เองก็เป็นหุ้นจดทะเบียนที่มีนักลงทุนซื้อขายหุ้นอย่างคึกคัก  หลายบริษัทนั้นก่อนหน้านี้ก็เคยเป็นหุ้น “ขวัญใจ” ของนักลงทุนรายย่อยเนื่องจากราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไปสูงลิ่วพร้อมกับปริมาณการซื้อขายมหาศาล  พูดง่าย ๆ  หุ้นเหล่านั้นบางตัวแทบจะเคยเป็น  “หุ้นแห่งอนาคต”  ของนักเล่นหุ้นทั้งรายย่อย  ขาใหญ่  หรือแม้แต่ “เซียน VI”   ดังนั้น  การที่อยู่ ๆ  บริษัทก็  “เน่า” เสียอย่างนั้น  จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรและมันจะนำไปสู่ปัญหาหรือวิกฤติทางการเงินหรือไม่  แต่ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องนั้น ...

MONEY TALK ลงทุนอะไรดีปี60 มกราคม 2560

พฤติกรรมชวนสงสัยในตลาดหุ้น / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

 การเป็นนักลงทุนแบบ “Focus” ที่เลือกหุ้นลงทุนเพียงไม่กี่ตัวและ “ถือยาว”  นั้น  เราจะต้องวิเคราะห์กิจการรวมถึงราคาของหุ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน  หนึ่งในนั้นก็คือการดูผู้บริหารและเจ้าของว่ามีการบริหารงานอย่างไร  ในเรื่องของฝีมือหรือความสามารถในการทำงานนั้น  โดยปกติเราก็จะดูได้จากผลประกอบการย้อนหลังหลาย ๆ  ปีและผลงานการค้าขายสินค้าแข่งกับคู่แข่งในตลาดได้  แต่ในด้านของคุณสมบัติทางด้านความประพฤติซึ่งรวมถึงความซื่อสัตย์สุจริตนั้น  สิ่งที่เราจะต้องดูก็คือดูพฤติกรรมหรือการกระทำเป็นครั้ง ๆ ที่เขาทำในฐานะผู้บริหารที่บางเรื่องก็ต้องประกาศผ่านตลาดหลักทรัพย์             ทุกครั้งที่มีข่าวของบริษัทจากปากของผู้บริหารนั้น  ผมก็มักจะอ่านหรือรับฟังและก็คิดว่ามันมีความหมายอย่างไรต่อบริษัทหรือต่อหุ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  แต่บางครั้งผมก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นดู  “แปลก” หรือ  “ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ” ในสายตาของผม  แต่แน่นอนว่าต้องเป็นประโยชน์แก่เจ้าของหรือผู้บริหารมิฉะนั้นเขาก็คงไม่ทำ  นี่ก็เป็นเรื่...

ลงทุนปี 2560 โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

    ทุกต้นปีตามธรรมเนียม ผมก็จะมาสรุปมุมมองว่าปีใหม่ 2560 น่าจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ซึ่งถ้าดูรวม ๆ แล้ว ก็น่าจะเห็นคล้ายกันว่าทุกภาคส่วนโดยเฉพาะรัฐบาลร่วมด้วยช่วยกันผลักดันให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น ดูเหมือนหลายอุตสาหกรรมเริ่มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เช่นอุตสาหกรรมพลังงาน กลุ่มโภคภัณฑ์รวมถึงเกษตรหลายตัวมีราคาดีขึ้น กลุ่มอุปโภคบริโภคฟื้นตัว แม้แต่กลุ่มส่งออกก็เริ่มเห็นแสงสว่างในบางสินค้า หลังจากติดลบมาสองปีกำไรของบริษัทจดทะเบียนก็น่าจะเพิ่มขึ้นในเกือบทุกกลุ่ม แต่ถ้าจะให้พูดถึงปัจจัยสำคัญที่สุดในปี 2560 ผมคิดว่ามันคือเรื่อง “ความไม่แน่นอน”             สิ่งที่แน่นอนที่สุดบนโลกใบนี้คือความไม่แน่นอน เป็นวลีที่ผมเห็นด้วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคที่ทุกอย่างเร็วขึ้น ความไม่แน่นอนก็ยิ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดูได้จากอายุเฉลี่ยของธุรกิจหรืออุตสาหกรรมก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ การคาดการณ์อนาคตจึงเริ่มเป็นสิ่งที่ยากขึ้น และดูเหมือนไร้ประสิทธิภาพมากขึ้น กูรูทางเศรษฐศาสตร์หลายท่านถึงขนาดบอกว่าปัจจุบันเราคาดการณ์เศรษฐกิจได้ราว ๆ ไตรมาสข้างหน้าเท่านั้น บางครั้งผมยังรู้สึกว่าการท...

แต้มต่อของเจ้ามือหุ้น โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

แต้มต่อของเจ้ามือหุ้น โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร คนที่เคยเล่นไพ่  “ป๊อกเด้ง” หรือแม้แต่เกมการพนันอื่น ๆ   และเป็นคนที่เข้าใจหลักการทางสถิติและผลตอบแทนจากผลลัพธ์ที่ออกมาจากเกมการพนันก็จะเข้าใจว่า  ในเกม “การพนัน” นั้น  “เจ้ามือ”  จะมี “แต้มต่อ”  หรือมีความได้เปรียบ  “คนเล่น”  บางอย่างทาง “สถิติ”  นั่นก็คือ  ถ้าเกมการพนันนั้นดำเนินไปเรื่อย ๆ  บ่อย ๆ ครั้ง  เจ้ามือก็จะ  “กิน” หรือ “ได้เงิน” จากคนเล่น  ส่วนคนเล่นโดยเฉลี่ยแล้วก็จะ “ถูกกิน”  หรือเสียเงินให้กับเจ้ามือ   นี่ยังไม่นับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียให้กับ “เจ้าของบ่อน” ที่เป็นคนจัดสถานที่และอุปกรณ์ต่าง ๆ  ที่ใช้ในการเล่นแต่ละครั้ง   แน่นอนว่าในการเล่นพนันแต่ละรอบนั้น  บางทีคนเล่นก็ได้กำไรกินเงินเจ้ามือ  บางครั้งบางช่วงก็กินติดต่อกันหลาย ๆ รอบจนเจ้ามือแทบจะหมดตัวหรือหมดตัวได้  อย่างไรก็ตาม  ถ้าเจ้ามือมีเงินมากพอที่จะเล่นไปได้เรื่อย ๆ  และคนเล่นก็พร้อมที่จะเล่นต่อไปเรื่อย ๆ    โอกาสก็เป็นไปได้ว่าเจ้ามือจะทำกำไรได...