ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก สิงหาคม, 2015

ปัจจัยด้านต้นทุน / ดร.นิเวศน์

      นักธุรกิจและนักลงทุนไทยนั้น ดูเหมือนจะไม่ใคร่ให้ความสำคัญกับการ “ลดต้นทุน” ของการผลิตมากเท่ากับการ “เพิ่มรายได้” โดยการขยายธุรกิจหรือการเพิ่มยอดขาย เหตุผลอาจจะเป็นเพราะการลดต้นทุนนั้น มักจะถูกมองว่าเป็นเรื่องของการมองย้อนหลังหรืออยู่กับที่ เป็นการมองด้านลบ เป็นเรื่องของงาน “หลังบ้าน” ที่คนทำไม่ได้เครดิตหรือหน้าตาแต่มักจะถูกต่อว่าจากเพื่อนร่วมงานที่บ่อยครั้งต้องถูกลดผลตอบแทนหรือรายได้หรือก่อให้เกิดความไม่สะดวกต่าง ๆ ที่เคยได้รับ       ดังนั้น เวลาที่บริษัทอยากที่จะทำกำไรเพิ่มหรือรักษากำไรไว้ให้ได้ กลยุทธ์หลักจึงมักจะเน้นไปที่การเพิ่มรายได้แทนที่จะลดรายจ่ายหรือต้นทุนของสินค้าหรือบริการ แต่นั่นคือกลยุทธ์ในอดีตที่อาจจะเหมาะกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตดีมีโอกาสที่จะขายสินค้าเพิ่มได้ง่าย ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยลงและการเติบโตเร็ว ๆ อาจจะเกิดยากขึ้นเรื่อย ๆ กลยุทธ์การทำกำไรของธุรกิจในอนาคตอาจจะต้องเปลี่ยนไป การ “ลดต้นทุน” อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องทำมากขึ้นเรื่อย ๆ “ปัจจัยด้านต้นทุน” อาจจะเป็นสิ่งสำคัญที่กำหนด...

คาถาของ..บัฟเฟตต์ “เงินสด..เงินสด..เงินสด”

วอร์เรน บัฟเฟตต์ หนึ่งในมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่รวยที่สุดคนหนึ่งของโลก อาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นคนธรรมดาๆที่พลิกผันชีวิตของตนด้วยการลงทุนและการซื้อกิจการ จนกลายไปเป็นบุคคลที่มั่งคั่งติดอันดับโลก บัฟเฟตต์เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับ “การถือเงินสด” เป็นอย่างยิ่ง โดยสังเกตได้จากปริมาณเงินสดที่บริษัทของบัฟเฟตต์ที่ชื่อ เบิร์กไชร์ ฮาทาเวย์ ถืออยู่ซึ่งพบว่า งบดุลของเบิร์กไชร์เมื่อสิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2555 มีเงินสดอยู่ 40.7 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท หรือประมาณครึ่งหนึ่งของงบประมาณของประเทศไทยทั้งประเทศ) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมากทีเดียว แล้วทำไม? บัฟเฟตต์จึงต้องถือเงินสดมากมายถึงเพียงนี้ ผมพอมีคำตอบที่อยากจะเล่าให้คุณผู้อ่านได้อ่านดังนี้ครับ หนึ่ง เงินสด สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่..แย่มาก แต่อาจให้โอกาสการลงทุนที่..ดีมาก ในเวลานี้อัตราผลตอบแทนของการฝากเงินในสถาบันการเงินของกลุ่มประเทศยูโรโซน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ต่างให้อัตราผลตอบแทนเกือบจะเป็นศูนย์ ดังนั้นการถือครองเงินสดโดยหวังว่าจะได้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยนั้น ในระยะยาวคงจะให้ผลตอบแทนที่..แทบจะไม่ได้อะไรเลย ในช่วงเหตุการณ์...

อารมณ์ของนักลงทุน / ดร.นิเวศน์

       สิ่งที่นักลงทุนจะต้องคิดและจัดการนั้น  นอกจากการศึกษาหาข้อมูลและวิเคราะห์กิจการและตัวหุ้นแล้วก็คือ  “อารมณ์และความรู้สึก” ของตัวเองเวลาลงทุน  เพราะเรื่องนี้มีผลต่อความสำเร็จ  อาจจะไม่น้อยไปกว่าความสามารถในการเลือกหุ้น  ลองมาดูกันว่ามีอารมณ์ที่สำคัญอะไรบ้างที่เราจะต้อง “ควบคุมดูแล” หรือจัดการให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้ลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ   ความโลภ  นี่เป็นอารมณ์ที่สำคัญมากที่มักจะมีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างแรง  สุภาษิตโบราณของไทยบอกว่า  “โลภมากมักลาภหาย”  แต่ในการลงทุนนั้น  นอกจากลาภจะหายแล้ว  เราก็อาจจะ “หมดตัว” ได้ด้วย  ความโลภในเรื่องของการลงทุนนั้นก็คือ  เราไม่ได้ต้องการเพียงผลตอบแทนที่ “เหมาะสม” จากการลงทุนซึ่งมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เหมาะสมด้วย  แต่เรา  “โลภมาก”  อยากได้ผลตอบแทนที่สูงลิ่วเกินกว่าที่ตัวกิจการหรือหุ้นจะให้ได้  ดังนั้นหลาย ๆ  คนจึงใช้ “เครื่องมือขยายผล” ที่จะเพิ่มผลตอบแทน  เช่น  การเล่นหุ้นด้วยมาร์จินซึ่งก็คือการกู้เง...

บทเรียนหุ้นขาลง /ดร.นิเวศน์

     ถ้าดูโดยภาพรวมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้วเราก็จะพบว่าดัชนีหรือราคาตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีมาถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2558 นั้น  ไม่ได้มีการปรับตัวลงมามากนัก  ดัชนีตลาดลดลงมาเพียง 94 จุดหรือเป็นการปรับลงมาประมาณ 6.3% และถ้าคิดรวมปันผลที่ได้ประมาณ 3% นักลงทุนระยะยาวโดยเฉลี่ยก็น่าจะขาดทุนประมาณ 3.3% ถือว่าน้อยมาก  แต่ถ้าคุยกับนักลงทุนส่วนบุคคลจำนวนมากก็จะพบว่าตลาดปรับตัว “รอบนี้” ค่อนข้าง “หนัก”  หลายคน  “ร้องไห้หนักมาก”  เพราะเพิ่งเข้ามาเล่นหุ้นในตลาด  ไม่เคยได้กำไรแต่ขาดทุนหนักมากเนื่องจากหุ้นที่เข้าไปเล่นนั้นเป็นหุ้นตัวเล็กที่มีความผันผวนสูง  จำนวนมากจดทะเบียนในตลาดหุ้น MAI อย่างไรก็ตาม  ดูเหมือนว่านักลงทุนส่วนบุคคลส่วนใหญ่ก็ยังไม่ถอนใจออกจากตลาด  ความหวังที่จะ “เอาคืน” หรือทำกำไรจากตลาดหุ้นยังมีอยู่  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  พวกเขาอาจจะคิดว่าหุ้นก็ลงมามากแล้ว  คงไม่ลงไปอีกมากนักแต่น่าจะเริ่มฟื้นตัวได้  เขาอาจจะเชื่อว่าการเล่นหุ้นนั้น  “ต้องกล้าในยามที่คนอื่นกลัว”   ลองวิเคราะห์ดูข้อมูล...

ลงทุนเองหรือผ่านกองทุนรวม / วีระพงษ์ ธัม

          คำถามที่ว่าเราควร “ลงทุนเอง” หรือ “ซื้อกองทุน” เป็นคำถามแรก ๆ ที่สำคัญสำหรับการเริ่มต้นลงทุน แต่กลับเป็นคำถามที่ผมได้ยินไม่บ่อยนัก บ่อยครั้งจะเป็นว่า “เราจะเริ่มต้นเล่นหุ้นยังไงดี” หรือ “เราควรลงทุนแนว VI หรือแนวเทคนิคดี” ซึ่งคำถามเหล่านี้ ควรจะเป็นคำถามที่สองหลังจากที่เราสามารถตอบ “วิธี” การลงทุนตัวเองได้ชัดเจนที่สุดก่อน และที่สำคัญกว่านั้น คำถามนี้ไม่ควร “มีคำตอบเดียว” เพราะแม้ว่าเราเป็นนักลงทุนที่ลงทุนมายาวนานแล้ว ก็ยังต้องกลับไปคิดทบทวนกับคำถามนี้ตลอดเวลา อันที่จริงนักธุรกิจนักลงทุนระดับโลกหลาย ๆ คนก็ “หยุด” ลงทุนเองเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งของชีวิต หรือถ้าเราลงทุนผ่านกองทุนมายาวนานก็ไม่ควร “ปิดโอกาส” การเลือกหุ้นลงทุนเองเช่นกัน             ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนสองแบบนี้ มีการถกกันพอสมควร แต่ผมอยากจะยกตัวอย่างที่จะเป็นความเข้าใจที่ค่อนข้างผิด เรื่องแรกคือ ถ้าจะลงทุนเอง คุณต้องมีเวลาติดตามมาก ที่จริงแล้ว การลงทุนเองอาจจะต้องใช้เวลาจำนวนมากแค่ช่วงแรก ๆ แต่พออยู่ตัวแล้ว คุณแค่ใช้เวลาชั่วโมงสองชั่วโมง หรือแม้กระทั่งผูกเข...

เวลาขายหุ้นซุปเปอร์สต็อก/ดร.นิเวศน์

 นักลงทุนแนว VI “พันธุ์แท้” ที่ชื่นชมและศรัทธา วอเร็น บัฟเฟตต์ หลายคนมักชอบที่จะอ้างคำพูดที่ “คลาสสิก” ของ วอเร็น บัฟเฟตต์ ที่ว่า  “หุ้นนั้นไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน  สิ่งที่คุณต้องทำทั้งหมดก็คือ  ซื้อหุ้นในธุรกิจที่ยิ่งใหญ่  บริหารโดยผู้จัดการที่มีความสามารถและความซื่อสัตย์สูงสุด  ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่แท้จริงของมัน  เสร็จแล้วคุณก็ถือหุ้นนั้นไว้ตลอดกาล” ผมเองก็ยึดถือแนวทางส่วนใหญ่ของบัฟเฟตต์ในการลงทุนมานาน  อย่างไรก็ตาม  “ดีกรี” หรือความเข้มข้นในการที่จะปฏิบัติตามหลักการของบัฟเฟตต์นั้น  ก็ยังคงไม่เท่าสิ่งที่บัฟเฟตต์ทำ  เหตุผลไม่ใช่เพราะผมไม่เชื่อเขา  แต่เป็นเพราะสถานการณ์และตัวบริษัทหรือหุ้นที่อยู่ในประเทศไทยนั้น  ด้อยกว่าในตลาดหุ้นสหรัฐมาก   ประการแรกก็คือ  บริษัทที่  “ยิ่งใหญ่” ในตลาดหุ้นไทยนั้น  ยังห่างชั้นจากตลาดหุ้นสหรัฐมาก  เราเป็นได้เพียงบริษัทที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไทยในขณะที่บริษัทในสหรัฐที่ยิ่งใหญ่นั้น  ยิ่งใหญ่ในระดับโลกทั้งนั้น  ประการที่สองก็คือเรื่องของความรู้ความสาม...

Warrant=Worry / ดร.นิเวศน์

      ถ้าจะถามว่ามีหลักทรัพย์อะไรที่ผมไม่ชอบและไม่อยากเกี่ยวข้องหรือลงทุนถ้าไม่มีเหตุผลพิเศษจริง ๆ  แล้วละก็  มันก็คือ  Warrant หรือ “สิทธิที่จะซื้อหุ้นออกใหม่ของบริษัท”   โดยธรรมชาติแล้ว  หลักทรัพย์ที่มีการคิดค้นขึ้นมาและมีการนำออกมาใช้อย่างแพร่หลายในโลกทุกประเภทนั้น  มันก็จะต้องมีประโยชน์ต่อบริษัทหรือหน่วยธุรกิจที่ออกมัน  และก็แน่นอน  มันก็ต้องมีประโยชน์ต่อการดำรงอยู่หรือการเติบโตของธุรกิจและต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวม  อย่างไรก็ตาม  ในกรณีของวอแรนต์ที่มีการนำออกมาใช้กันมากมายในตลาดหุ้นไทยนั้น  ผมเห็นว่าจำนวนมากเป็นการออกมาด้วยวัตถุประสงค์ที่ผิดจากที่ควรเป็นเพื่อผลประโยชน์ของคนบางคนหรือบางกลุ่มมากกว่าที่จะเป็นผลดีต่อตัวบริษัทหรือถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือ  ต่อมูลค่าของบริษัท  ซึ่งก็คือไม่เป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม  และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ มันอาจจะเป็น  “ยาพิษ” ต่อนักลงทุนที่เข้าไปซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทในราคาสูงเพราะคิดว่าวอแรนต์เป็นสิ่งที่ดีและจะทำให้บริษัทเติบโตหรือมีคุณค่ามากขึ้น   เหตุผลห...

การลงทุนของ Barack Obama / โดย คนขายของ

     ประธานาธิบดีของสหรัฐได้ชื่อว่าเป็นผู้ซึ่งทรงอิทธิพลคนหนึ่งของโลก ซึ่งคงเป็นธรรมดาของคน ที่อยู่ในตำแหน่งทางการเมืองระดับสูงที่ต้องมีเรื่องวุ่นๆเข้ามามากมาย  แล้วประธานาธิปบดีสหรัฐ มีการวางแผนทางการเงินอย่างไร? เขาลงทุนในสินทรัพย์ชนิดไหนมากที่สุด? การลงทุนของ โอบามามีจุดอ่อนจุดแข็งตรงไหน? ผมเชื่อว่าการมองผ่านการวางแผนทางการเงินของ ประธานาธิบดีสหรัฐคงให้แนวความคิดเพื่อที่เราจะมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้บ้าง เว็ปไซด์ therichest.com ได้รายงานว่าประธานาธิบดีโอบามามีรายได้จากเงินเดือนปีละ 400,000 เหรียญคิดเป็นเงินไทยก็ตกเดือนละประมาณ 1.16 ล้านบาท นอกจากนั้นยังมีรายได้ จากการเขียนหนังสือประมาณปีละเกือบ 10 ล้านบาท ท่านประธานาธิบดีมีบ้านหนึ่งหลัง ราคา ประมาณ​ 1.6 ล้านเหรียญอยู่ที่ชิคาโก้ ซึ่งยังคงติดจำนองอยู่ 1 ล้านเหรียญ และ ผ่อนด้วยอัตรา ดอกเบี้ย 5.625% นิตยสาร Forbes และ Casey Research บริษัททำงานวิจัยเรื่อง การเงินการลงทุนประเมินว่า โอบามามีความมั่งคั่งสุทธิ Net Worth) สูงถึงราวๆ 7 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 210 ล้านบาท จากที่ผมได้รวบรวมข้อมูลจาก CNBC และ Ca...