ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤษภาคม, 2015

Innovation ฝันสลาย / คนขายของ

        หลังจากที่บริษัท APPLE ประสบความสำเร็จด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถสร้างทั้งยอดขาย และกำไร ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในโลก ทำให้ผู้บริหาร ของบริษัทต่างๆให้ความสนใจกับกลยุทธ์ทางด้าน “INNOVATION” (นวัตกรรม) มากขึ้น เป้าหมาย ทางด้านยอดขายของบางบริษัทได้มีการแยกชัดเจนว่าต้องมีสัดส่วนจากผลิตภัณฑ์ใหม่ซึงเป็นนวัตกรรม ล่าสุดกี่เปอร์เซนต์ บางบริษัทได้ทุ่มงบด้านวิจัยและพัฒนาอย่างมากมาย ด้วยหวังที่จะเลียนแบบความ สำเร็จของ APPLE บ้าง แต่การพัฒนาและออกสินค้าใหม่นั้นเพื่อเพิ่มผลกำไรนั้นจะสามารถทำขึ้นมา กันได้ง่ายๆหรือไม่?   ศาสตราจารย์ Dawn Iacobucci อดีตอาจารย์ของ Kellogg School of Management ได้เขียนไว้ ในหนังสือ Kellogg on Marketingว่า อัตราการการล้มเหลวของการออกผลิตภัณฑ์ใหม่โดยทั่วไปอยู่ที่ 40% Harvard Business Review ได้ประเมินว่าอัตราดังกล่าวจะสูงขึ้นไปถึงราว 75% สำหรับ ผลิตภัณฑ์จำพวกสินค้าอุปโภคบริโภค นิตยสาร Forbes รายงานว่าในช่วงปี 1995 บริษัท Michelin ได้ออก ผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นยางพร้อมตัว เซนเซอร์วัดระดับความด...

นิสัยแมงเม่าไทย / วีระพงษ์ ธัม

      อย่างที่รู้กันว่า นักลงทุนรายย่อยในประเทศไทย ในระยะยาว ๆ นั้น มีสัดส่วนที่ขาดทุนจากหุ้นมากกว่ากำไร สถิติของบางสำนักอาจจะว่าไปถึง มีคนขาดทุน 80% และมีคนกำไรเพียงแค่ 20% เลยทีเดียว ผมเคยสงสัยว่าอะไรคือองค์ประกอบที่ทำให้คนจำนวนมากไม่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับผมลองศึกษาเรื่อง “นิสัยคนไทย” ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และผมพบว่านิสัยกลุ่มเดียวกันนี้เอง ที่เป็นอุปสรรคของนักลงทุนเช่นเดียวกัน ซึ่งผมขอเรียกนิสัยเหล่านี้ว่า “นิสัยแมงเม่าไทย” ครับ             1. เชื่อเรื่องเวรกรรม คนไทยเชื่อเรื่องบุญพาวาสนาส่ง ดังนั้นเราจะแนวโน้มที่จะ “ยอมรับ” สถานะปัจจุบันของเรา ไม่ดิ้นรนขวนขวาย และพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ตามสุภาษิตไทยที่ว่า “แข่งเรือแข่งแพแข่งได้ แต่อย่าแข่งวาสนา” คนจำนวนมากอาจจะคิดว่าดวงไม่ดี ที่ซื้อหุ้นตัวนี้ หรือเข้าออกตลอดผิดจังหวะ มากกว่าโทษตัวเอง หรือคนมากกว่านั้นคิดว่าเราไม่อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตเราได้ จึงไม่กล้าริเริ่มต้นมองหาโอกาสในการลงทุน เรื่องโชคชะตา ควรตั้งอยู่บนความคิดบนกรอบของวาทะทั้ง 4 ของท่านเหลี่ยวฝาน คือ เราสามารถเปลี่ยนโช...

สัญญาณจากเว็บบอร์ด / ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

     ในยุคที่คนจำนวนมากต่างก็เฝ้าหน้าจอและสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตกันวันละหลายชั่วโมง  เว็บบอร์ดยอดนิยมเกี่ยวกับหุ้นคือห้องสินธรในเว็บพันธ์ทิพจึงเป็นที่ที่อารมณ์ ความรู้สึก ความรู้  ความเข้าใจ และความสนใจของคนเกี่ยวกับหุ้นถูกแสดงออกผ่านกระทู้และการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง  หมดยุคของการพูดคุยตามงานปาร์ตี้หรือการคุยกับช่างตัดผมหรือคนขับแท็กซี่เพื่อตรวจสอบจิตวิทยาของคนเกี่ยวกับตลาดหุ้นอย่างที่ปีเตอร์ ลินช์ เคยพูดไว้ในหนังสือของเขา  เดี๋ยวนี้ถ้าอยากรู้หรือติดตามสถานการณ์ของสังคมในวงกว้างต่าง ๆ  เกี่ยวกับหุ้น  เราก็เข้าไปดูกระทู้และสิ่งที่เขาคุยกันในเว็บไซ้ต์เกี่ยวกับหุ้นที่มีมากมาย เมื่อเร็ว ๆ  นี้ ผมได้พบกระทู้หนึ่งในเว็บสินธรที่น่าสนใจจึงอยากนำมาวิเคราะห์ดูว่ามัน  “ส่งสัญญาณ”  อะไรเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นในช่วงนี้  แต่ก็ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้ตั้งใจที่จะดูแคลนคนที่ตั้งหรือตอบกระทู้ในทุก ๆ  ด้าน  ผมเพียงแต่ต้องการอธิบายข้อเท็จจริงและให้ข้อสังเกตว่าตอนนี้คนทั่ว ๆ ไป  นักลงทุนมือใหม่  หรือคนที่ไม...

บริษัทมหาอำนาจ / คนขายของ

     ถ้าพูดกันถึงประเทศระดับมหาอำนาจของโลก หลายท่านคงนึกถึง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ จีน รัสเซีย เป็นต้น เหตุผลหนึ่งที่ประเทศเหล่านี้เป็นมหาอำนาจเพราะว่าสามารถต่อรอง เรียกร้อง ให้ประเทศที่มี ขนาดเล็กกว่ายอมทำตามสิ่งที่ต้องการได้เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีแสนยานุภาพทางทหารมีอำนาจ ต่อรองทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า  แต่ถ้าเรามาพูดถึงบริษัทที่เป็นมหาอำนาจบ้าง เราจะนึกบริษัทอะไร กันบ้าง? และ บริษัทเหล่านี้จะมีลักษณะอย่างไร มีจุดไหนที่จะพอเป็นที่สังเกตุได้บ้างว่าบริษัทไหน เป็นบริษัท “มหาอำนาจ”?   อำนาจอย่างหนึ่งที่สำคัญ อีกทั้งยังเป็นประเด็นหลักในการเลือกหุ้นที่ Warren Buffett จะเลือกลงทุนคือ “อำนาจในการกำหนดราคา” (Pricing Power) บริษัทที่มีอำนาจในด้านนี้สูงโดยมากจะสามารถ ผลักดันต้นทุนที่สูงขึ้นไปให้ลูกค้าได้ จึงทำให้กำไรสุทธิของบริษัทไม่แกว่งไปแกว่งมาเหมือนบางบริษัท ที่ไม่สามารถกำหนดราคาขายได้ด้วยตัวเอง เราจะเห็นได้ว่าบริษัทขายสินค้าประเภทสินค้าโภคภัณฑ์นั้น มีการแกว่งตัวของกำไรสุทธิอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้เพราะว่าราคาขายสินค้าต้องอิงกับราคาตลาดโลก ไม่สามารถกำหนดราคาขายได้ด้วยต...

Q&A เปลี่ยนชีวิต / วีระพงษ์ ธัม

    ทุกต้นเดือนพค. กิจกรรมที่ผมชอบที่สุดคือนั่งไล่อ่าน Q&A ของประชุมผู้ถือหุ้นที่ผ่านมาของบริษัทจดทะเบียน โดยอ่านผ่านหลาย ๆ สื่อ เช่นรายงานการประชุม ข่าวหนังสือพิมพ์ Blog หรือ Webboard ของ Thaivi.org หนึ่งในบริษัทที่ผมไม่พลาดเลยคือ Q&A ของบริษัท Berkshire Hathaway เพราะผู้ตอบคำถาม คือที่สุดต้นแบบนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ และชาร์ลี มังเกอร์ ผมขอรวบรวมคำถามและขอสรุปเนื้อหาที่ผมชอบในปีนี้ ดังนี้ครับ             Q: อยากให้แชร์ไอเดียว่า 5 องค์ประกอบสำคัญของบริษัทที่คุณซื้อแล้วสามารถถือได้นาน 10 ปี             Munger: มันไม่เคยมีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้ตลอด ทุก ๆ บริษัทแตกต่างกันเสมอ ๆ แต่สิ่งที่เราทำคือการเรียนรู้ประสบการณ์จากอดีต             Buffett: ผมไม่มี 5 องค์ประกอบอะไรแบบนั้น แต่ผมชอบบริษัทที่ผมพอจะมีไอเดียและเหตุผลเพียงพอว่าบริษัทจะเป็นอย่างไรใน 5 ปีข้างหน้า คำถามที่สำคัญของผมคือ ผมอยากจะเป็นหุ้นส่วนกับผู้บริหารของบริษัทรึเปล่า และสามารถพึ่งพาในการตัดสินใจห...

ลงทุนหุ้นเปลี่ยนชีวิต

    ถ้าจะถามว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ VI จำนวนมากที่เราเห็นอยู่ในวันนี้มาจากอะไร  คำตอบผมคงเป็นว่า  พวกเขาหรือพวกเราถ้ารวมผมเข้าไปด้วยก็คือ  เราเริ่มการลงทุนอย่างจริงจังและเป็นการลงทุน  “เพื่อชีวิต”  อย่างเต็มตัวในช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของตลาดหุ้นไทย  นั่นก็คือ  เราเริ่มลงทุนในตลาดหุ้นในช่วงหลังปี 2540 ที่เป็นปีวิกฤติครั้งใหญ่ในระบบเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย  หลังปี 2540 เฉพาะอย่างยิ่งประมาณปี 2542-2543 นั้น  เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวอย่างมั่นคง  GDP ของไทยเริ่มเติบโตประมาณ 4-5%  ต่อปีและรักษาระดับนั้นต่อไปได้ยาวนาน  อานิสงค์ส่วนหนึ่งที่สำคัญจากการที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงมากประกอบกับการลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนสร้างโรงงานก่อนหน้านั้นและในเวลาต่อมา  ทำให้การส่งออกของไทยเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ  อีกส่วนหนึ่งมาจากการที่อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงมาอย่าง  “มโหฬาร” เหลือเพียงไม่เกิน 2-3% ต่อปีต่อเนื่องกันมานับสิบปี  นี่ทำให้การบริโภคของคนไทยเติบโตขึ้นมากเพราะคนไทยสามารถกู้เงินได้ง่ายและมากเพื่อการใ...

จิตวิทยาของคนเล่นหุ้น/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

 แม้ว่า Value Investor ผู้มุ่งมั่นส่วนใหญ่อาจจะบอกว่าตนเองไม่ใคร่สนใจภาวะตลาดหลักทรัพย์มากนักเพราะว่าเขา  “ลงทุนหุ้นเป็นรายตัว”  ไม่ได้ลงทุนในดัชนีหุ้น  แต่การดูภาวะตลาดหุ้นว่ามันน่าจะแพงหรือถูกก็ไม่ได้เสียอะไร  แต่ข้อดีก็คือ  อย่างน้อยมันอาจจะช่วยเตือนให้เราระมัดระวังมากขึ้นในยามที่คน  “กำลังโลภ”  หรือกล้ามากขึ้นในยามที่คน  “กำลังกลัว”  อย่างที่วอเร็น บัฟเฟตต์ พูดไว้     วิธีที่จะดูว่าภาวะตลาดหุ้นอยู่ในช่วงไหนนั้น  นอกจากการดูตัวเลขดัชนีหุ้นหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น  ค่า P/E  P/B  Dividend Yield หรือเครื่องชี้อย่างอื่นเช่น จำนวนของหุ้น IPO และราคาที่เพิ่มขึ้นเมื่อเข้าซื้อขายในตลาดวันแรก ๆ  แล้ว  อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เราเห็น “ภาพใหญ่” ก็คือ  การวิเคราะห์เรื่องของ  “จิตวิทยา”  ของคนเล่นหุ้น   เพราะจิตวิทยาหรือความคิดของคนแต่ละคนจะสะท้อนไปถึงหรือเป็นตัวกำหนดการซื้อหรือขายหุ้นของเขา  และเมื่อรวมเอาความคิดของคนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้น  มันก็จะสะท้อนไปถึงหุ้นส่วนใหญ่ในตลาด...

อนาคตตลาดหุ้นไทย

ตลาดหุ้นไทยได้ครบรอบ 4 ทศวรรษในวันที่ 30 เมษายน 2558 ซึ่งต้องบอกว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาพร้อม ๆ กับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน ผมอยากจะใช้โอกาสนี้แสดงความยินดีกับตลาดหุ้นไทย ที่สร้างความมั่งคั่งให้ทั้งบริษัทจดทะเบียน นักลงทุน และระบบเศรษฐกิจไทย ทำให้ประเทศไทยมีแหล่งระดมทุนที่มีคุณภาพ และช่วยยกระดับให้บริษัทจดทะเบียนไทยจำนวนมากก้าวขึ้นมาเป็นระดับภูมิภาคจนถึงระดับโลกได้ และผมจะใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อวิเคราะห์ภาพสิ่งที่เกิดขึ้นของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน และมุมมองสู่อนาคต     ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันมาได้ไกลแค่ไหน ผมจะลองยกสถิติต่าง ๆ มาเปรียบเทียบให้ดู จำนวนบริษัทจดทะเบียน ณ สิ้นปี 2014 มี 613 บริษัท มีมูลค่าตลาดหรือ Market Capitalization ราว 14 ล้านล้านบาท ตลาดหุ้นในภูมิภาคที่มีขนาดใกล้เคียงกับเราคือตลาดหุ้นของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ส่วนตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้คือสิงค์โปร์ มีขนาดใหญ่กว่าเราราว 80% ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์เล็กกว่าเราครึ่งนึง ส่วนตลาดหุ้นเวียดนามมีขนาดแค่ 1 ใน 10 ของไทย ตลาดหุ้นอื่น ๆ ยังมีขนาดเล็กมาก หรือกำลังจัดตั้ง แต่อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นเรายังคงอยู่ในระดับกลาง ...

หุ้นสามัญชน / คนขายของ

     สิ่งหนึ่งที่ Warren Buffett เน้นย้ำเรื่องการลงทุนคือให้ลงทุนในกิจการที่นักลงทุนมีความรู้ความเข้าใจ เป็นอย่างดี แม้ Buffett จะลงทุนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยังหนุ่มยังแน่นจนอายุย่าง 85 ปี จากพอร์ตเล็กๆ จนกลายมาเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก Buffett เองก็ยังยอมรับว่ามีกิจการบางอย่างที่ยากเกินไป สำหรับเขา กิิจการเหล่านี้เขาไม่เข้าใจในตัวธุรกิจดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงที่จะลงทุนในบริษัทเหล่านั้น เพราะมันเป็นการยากที่จะประเมินมูลค่าที่แท้จริง อุตสาหกรรมบางอย่างมีความยากในการประเมิน กำไรในอนาคต ทั้งนี้เพราะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญพิเศษ หรือ ความรู้เฉพาะทาง ดังนั้นจึงเป็นการยาก สำหรับสามัญชนคนทั่วไปจะประเมินกำไรในอนาคตเพื่อหามูลค่าที่แท้จริงได้ โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่า นักลงทุนโดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการลงทุนในกิจการที่มีลักษณะดังต่อไปนี้   หนึ่ง กิจการที่มีราคาขายต่อหน่วยลดลงตลอด ขอยกตัวอย่างหนึ่งที่ผมคุ้นเคย เพราะเคยอยู่ในวงการ นี้มาก่อน คือกิจการผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กที่ใช้ตามบ้าน ซึ่งก็เหมือนกิจการ เครื่องใช้ไฟฟ้าโดยทั่วไปซึ่งราคาต่อหน่วยเป็นขาลงตลอด สมัยเมื่อสา...

ฟองสบู่ของนักลงทุน / ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

  ในแวดวงตลาดหุ้นและการลงทุนนั้น  เราคุ้นเคยกับเรื่องของการ  “เฟ้อ” ของราคาหลักทรัพย์หรือที่มักเรียกกันว่า  “ฟองสบู่”  ซึ่งความหมายก็คือ  ราคาหลักทรัพย์ปรับขึ้นไปสูงกว่า “พื้นฐาน” ที่ควรเป็นอันมาก  ซึ่งอาการแบบนั้น  ในที่สุดแล้วมันก็มักจะ “แตก”  นั่นก็คือ  ราคาก็จะตกลงมาแรงจนถึงราคาพื้นฐานหรือต่ำกว่านั้น    เช่นเดียวกับราคาหุ้นหรือหลักทรัพย์   สิ่งอื่น ๆ  ที่ปรับตัวขึ้นไปมากเกินกว่าที่ควรเป็นมาก  อาจจะไม่ใช่เรื่องของราคา  แต่เป็นเรื่องของปริมาณหรือแม้แต่ความรู้สึกทางสังคม  เราก็อาจจะเรียกว่าเป็น  “ฟองสบู่” ได้เหมือนกัน  และฟองสบู่ที่ว่านั้น  ในที่สุดมันก็มักจะ “แตก” และทุกอย่างก็จะปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมซึ่งเป็นระดับที่น้อยลงไปมาก   หนึ่งใน  “ฟองสบู่”  ที่ผมเห็นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพร้อม ๆ  กับการปรับตัวขึ้นอย่างแรงของหุ้นโดยเฉพาะที่เป็นหุ้นขนาดเล็กก็คือ  “ฟองสบู่ของนักลงทุนส่วนบุคคล”   อาการ “ฟองสบู่ของนักลงทุน” นั้น  เห็นได้ชัดจากเครื่อง...