ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มิถุนายน, 2015

เสาหลักของการลงทุน/ดร.นิเวศน์

  ถ้าจะเป็นนักลงทุนที่ดีนั้นเราจำเป็นต้องรู้อะไรบ้าง?  นี่คือคำถามที่ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนแต่ละคนจะตอบไม่เหมือนกัน—ขึ้นอยู่กับว่าเขามีแนวความคิดและกลยุทธ์การลงทุนแบบไหนและอย่างไร  สำหรับผมซึ่งมีแนวทางการลงทุนระยะยาวที่เน้นพื้นฐานของกิจการเป็นหลัก  ผมคิดว่าความรู้และวิชาต่อไปนี้เป็น  “เสาหลัก”  หรือพื้นฐานที่สำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการลงทุน   เสาที่หนึ่งหรือความรู้พื้นฐานกลุ่มแรกก็คือ  “ทฤษฎีการลงทุน”  นี่คือทฤษฎีเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนโดยเฉพาะที่มีการศึกษาและพิสูจน์ว่ามีความถูกต้องเป็นที่ยอมรับในทางวิชาการแล้ว  หัวใจที่สำคัญก็คือกลุ่มทฤษฎี  “ตลาดหุ้นที่มีประสิทธิภาพ” และ  “การลงทุนแบบพอร์ตโฟลิโอสมัยใหม่”  ที่บอกว่าตลาดทุนหรือตลาดหลักทรัพย์นั้นมีประสิทธิภาพสูงในการกำหนดราคาหุ้นทุกตัว  พูดง่าย ๆ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะหาหุ้นหรือหลักทรัพย์ราคาถูกหรือราคาแพงได้ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง  ผลตอบแทนที่เราจะได้จากการลงทุนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ “ความเสี่ยง” ของหลักทรัพย์  กล่าวคือหุ้นที่จะให้ผลตอบแทนสูง...

ฮือฮา! เศรษฐีดัง “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” ยอมเผยเคล็ดลับ “การลงทุนที่ได้กำไรงดงามที่สุดในโลก”

วอร์เร็น บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีและนักลงทุนชื่อก้องโลกชาวอเมริกัน เผยเคล็ดลับ ระบุ ช่องทาง “การลงทุนที่ได้กำไรงดงามที่สุด” คือ “การลงทุนกับตัวเอง”                วอร์เร็น เอ็ดเวิร์ด บัฟเฟตต์ ซีอีโอวัย 84 ปีแห่งบริษัท “เบิร์กไชร์ แฮธาเวย์” ผู้ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ทรงอิทธิพลและประสบความสำเร็จที่สุดของโลก กล่าวระหว่างเข้าร่วมงานเสวนาด้านการศึกษาที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยเนบราสกา โอมาฮา (ยูเอ็นโอ) โดยระบุการลงทุนที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด และได้ผลกำไรเยอะที่สุด คือ การลงทุนในตัวของคุณเอง                บัฟเฟตต์ซึ่งมีทรัพย์สินในความครอบครองคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 68,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว “2.3 ล้านล้านบาท” ระบุว่า การลงทุนในตัวเองที่เขาหมายความถึงนี้ก็คือ การมอบการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ให้กับตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ที่อยู่ภายในห้องเรียน หรือความรู้ที่อยู่ในโลกกว้างนอกเหนือจากในตำรา       ...

แม่น้ำร้อยสาย / โดย คนขายของ

มีนักลงทุนท่านหนึ่งซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานและมีมุมมองในการลงทุนที่เฉียบคมมากได้กล่าวไว้ว่า หากเราจะเชื่อในหลักการลงทุนของใครให้ดูผลงานในอดีตของเขาก่อนว่าประสบความสำเร็จมากน้อย เพียงใด คำพูดนี้ทำให้ผมได้ลองเริ่มค้นหาแนวทางการลงทุนของนักลงทุนท่านอื่น นอกเหนือจากที่เรา รู้จักกันดี เช่น Warren Buffett และ George Soros ว่าเป็นอย่างไร ผมเริ่มต้นโดยการไล่ดูรายชื่อ มหาเศรษฐีที่มีระดับความมั่งคั่งเกินกว่า 10,000 ล้านเหรียญขึ้นไป และมีรายได้หลักมาจากการลงทุนว่า มีใครบ้าง และ ศึกษาดูแนวทางในการลงทุนของเขาเป็นอย่างไร จะมีแต่เฉพาะแนวเน้นคุณค่า (VI) เท่านั้นหรือไม่ที่สามารถสร้างความมั่งคั่งระดับนี้ได้? โดยในบทความนี้ผมขอยกมาสามท่านเพื่อเป็น กรณีศึกษากัน   ท่านที่หนึ่ง Ray Dalio ผู้ก่อตั้งบริษัทเพื่อการลงทุน Bridgewater Associates มีสินทรัพย์ส่วนตัว ราว 15.4 พันล้านเหรียญ เขาเริ่มลงทุนในหุ้นครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี โดยได้ยินเรื่องหุ้นจากในสนาม กอล์ฟระหว่างที่ทำงานเป็นแคดดี้ แนวการลงทุนของ Dalio นั้นใช้ทั้งการมองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ และ การวิเคราะห์บริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันประกอบกัน...

อุตสาหกรรมดาวตก/ดร.นิเวศน์

      ถ้าจะมีอุตสาหกรรมอะไรที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว—จากอุตสาหกรรมที่ดีมากกลายเป็นธุรกิจที่ย่ำแย่เพียงชั่วเวลา “ข้ามคืน”  ผมคิดว่ามันคือธุรกิจการออกอากาศทางโทรทัศน์หรือเรียกง่าย ๆ ว่า  ธุรกิจ “TV” สาเหตุนั้นเกิดจากการให้ใบอนุญาตคลื่นความถี่เพื่อออกอากาศแบบดิจิตอลจำนวน 24 ใบของ กสทช. ซึ่งก่อให้เกิดทีวีขึ้นใหม่ 24 ช่องที่ผู้ชมสามารถรับชมรายการต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  การที่อุตสาหกรรมนี้เปลี่ยนแปลงไปมากนั้น  มาจากการที่  “พลังขับเคลื่อน” ของอุตสาหกรรม 5 พลัง  หรือที่เรียกกันว่า “Five Forces Model” ของ Michael Porter ของอุตสาหกรรมทีวีของไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง  “จากหน้ามือเป็นหลังมือ”  มาดูกันว่าเป็นอย่างไร   พลังขับเคลื่อนแรกคือ  “การแข่งขันระหว่างบริษัท”   ตามแนวคิดของพอร์ตเตอร์ก็คือ  อุตสาหกรรมอะไรก็ตาม  หากคู่แข่งที่อยู่ในอุตสาหกรรมมีน้อย  การแข่งขันกันของบริษัทต่าง ๆ  ก็จะมีน้อยเพราะความต้องการของคนใช้มีมากกว่าจำนวนผู้ให้บริการ  และนั่นก็คือพลังที...

ม้าลายในดงสิงห์/ดร.นิเวศน์

   หนึ่งในนักลงทุนที่ “ยิ่งใหญ่” ของโลกแต่เดี๋ยวนี้คนรุ่นหลังก็อาจจะไม่ค่อยรู้จักก็คือ Ralph Wanger อดีตผู้จัดการกองทุนตระกูล “Acorn” ที่โด่งดังในช่วงกว่า 30 ปี ตั้งแต่ปี 1970-2003  เขาดังเพราะว่าผลงานในช่วง 33 ปี ของเขานั้นให้ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยถึงปีละ 16.3% ในขณะที่ดัชนี S&P หรือดัชนีตลาดนั้นให้ผลตอบแทนเพียง 12.1%  ความแตกต่างถึงปีละกว่า 4% ต่อปีเป็นเวลายาวนานกว่า 30 ปีนั้น  เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากสำหรับการลงทุนที่มีพอร์ตขนาดใหญ่เป็นแสนล้านบาท  นอกจากเรื่องของผลงานแล้ว  สิ่งที่ทำให้แวงเกอร์ดังเป็นพิเศษก็คือ  เขาเป็นผู้จัดการกองทุนที่เป็นผู้นำในการลงทุนในหุ้น “ขนาดเล็ก”  ที่โตเร็วทั้งในตลาดหุ้นสหรัฐและต่างประเทศเป็นคนแรก ๆ   อีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้คนกล่าวขวัญถึงก็คือ  “รายงานถึงผู้ถือหน่วยลงทุน” ที่เขาส่งให้ลูกค้าของเขาเป็นประจำทุกไตรมาศนั้น  ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยสาระความรู้และน่าอ่าน  ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ศึกษาแต่มันคงจะคล้าย ๆ  กับรายงานประจำปีของเบิร์กไชร์  และหลังจาก  “ประสบความสำเร็จสูง” ก็เป็น  “ธ...

รวยหุ้นรุ่นใหม่ / โดย คนขายของ

     หากคุณลองเดินเข้าไปในร้านหนังสือวันนี้  คุณจะเห็นหนังสือที่หน้าปกมีคำว่า “รวย” กับคำว่า "หุ้น" อยู่มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นแสดงว่าผู้คนต่างให้ความสนใจกับการลงทุนมากขึ้นกว่าสมัยก่อน แต่ถ้าหากจะถามว่าคนอ่านหนังสือพวก "รวยหุ้น" นั้นเป็นคนกลุ่มไหน ผมเชื่อว่ากลุ่ม เป้าหมายน่า จะเป็นคนวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 20-35 ปี หรือ ที่ฝรั่งเขาเรียกว่ากลุ่ม "Millennials" ที่ได้ชื่อว่า "Millennials" นั้นเป็นเพราะว่าเป็นคนที่เริ่มใช้ชีวิตวัยทำงานตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ผมเองทำ งานให้ทางสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า ประเทศไทย) ก็สังเกตุว่าสมาชิกสมาคม­­ส่วนใหญ่มีอายุ อยู่ในช่วงนี้เช่นกัน ทำไมคนรุ่นนี้ถึงมาสนใจการลงทุนหุ้นกันมาก? จริงหรือไม่ที่เขาว่ากันว่าการ ลงทุนในหุ้นเป็นงานง่ายๆสบายๆ ดังนั้นจึงเหมาะกับนิสัยรักงานสบายของคนกลุ่มนี้?   ในช่วงที่ผ่านมามีหลายบทความที่เขียนถึงพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ความเชื่อโดยทั่วไปเห็นว่าพวก Millennials นี้เป็นพวกไม่จงรักภัคดีต่อองค์กรเหมือนรุ่นก่อน ไม่สู้งานหนัก และ รักงานสบาย ในปี 2010 บริษัท PricewaterhouseCoopers PwC) เริ่ม...

M&A ยี่ห้อบัฟเฟตต์ / ดร.นิเวศน์

      การทำ M&A หรือการซื้อหรือควบรวมกิจการนับวันจะเป็นเรื่องปกติของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ต้องการเติบโตอย่างรวดเร็วแต่กิจการเดิมที่มีอยู่นั้นไม่สามารถสร้างรายได้เพิ่มเร็วและมากพอเนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ   การซื้อกิจการต่าง ๆ  ทั้งที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดิมหรือธุรกิจใหม่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่บริษัทที่มีทรัพยากรทางการเงินเหลือเลือกใช้   ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า  มันคุ้มค่าไหมที่จะทำ?  เพราะแม้ว่าการซื้อกิจการจะทำให้มีรายได้และอาจจะทำกำไรเพิ่มทันทีแต่ราคาที่ซื้อก็มักจะแพงกว่าปกติค่อนข้างมาก  ถ้าเป็นบริษัทหรือหุ้นในตลาดก็มักจะแพงกว่าอย่างน้อยก็ 30-40% จากราคาก่อนมีข่าวเทคโอเวอร์  อย่างไรก็ตาม  คนที่ซื้อกิจการก็มักจะมี “ข้อแก้ตัว” หรือมีเหตุผลว่าตนเองจะสามารถปรับปรุงหรือพัฒนากิจการที่ซื้อมาให้ดีขึ้นได้อย่าง “ก้าวกระโดด” ผ่านกิจกรรมบางอย่างเช่น  เปลี่ยนผู้บริหาร  หรือไม่ก็โดยการทำ  “Synergies” หรือสามารถสร้างรายได้เพิ่มและ/หรือลดต้นทุนให้กับกิจการเมื่อนำธุรกิจใหม่และธุรกิจเดิมที่มีอยู่มา “บริหารร่วมกัน” ...

กำลังเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจไทย? / ดร.วิรไท สันติประภพ

ช่วงนี้ผมมักถูกถามว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจไทย หลายคนกังวลกับข่าวและตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัว บางคนสับสนกับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่กำลังเกิดขึ้น(หรือไม่เกิดขึ้น) และบางคงหงุดหงิดกับนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐที่ไม่เกิดผลแบบทันอกทันใจ หลายคนสงสัยและหงุดหงิดเพราะมองไม่ออกว่าปัญหาของเศรษฐกิจไทยเวลานี้เป็นปัญหาวัฏจักรทางเศรษฐกิจช่วงสั้นๆ (cyclical) หรือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง (structural) ที่ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด คนที่มองว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับปัญหาวัฎจักรทางเศรษฐกิจ มักหวังให้ภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากเข้าไว้เพื่อจุดเครื่องยนต์ภาคเอกชนให้กลับมาเดินเครื่องใหม่ แต่สำหรับคนที่มองว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างแล้ว การกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเกิดผลเพียงเล็กน้อยในช่วงสั้นๆ ไม่สามารถขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้จริง ที่สำคัญผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสั้นๆ จะทำให้เราชะล่าใจ ผลักปัญหาไปข้างหน้า ไม่จัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้าง ซ่อนไว้เป็นปัญหาใหญ่ขึ้นในอนาคต ผมเชื่อว่าระบบเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างหลายจุด ถ้าจะเปรียบกับร่างกายคน เศรษฐกิจไท...

จัดกลุ่มหุ้นจากผลประกอบการ

    เทคนิคการวิเคราะห์และคัดเลือกหุ้นที่จะซื้อ—และขาย  ที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มากอย่างหนึ่งก็คือ  การวิเคราะห์และแยกแยะหุ้นออกเป็น 6 แบบในสไตล์ของปีเตอร์ ลินช์ เซียนหุ้น “ในตำนาน” ชื่อดัง  โดยหุ้นแต่ละตัวนั้นจะถูกคัดแยกหรือกำหนดออกมาว่ามันเป็น 1 ใน 6 กลุ่มดังต่อไปนี้คือ  1 หุ้นโตช้า  2 หุ้นโตเร็ว  3 หุ้นแข็งแกร่ง 4 หุ้นทรัพย์สินมาก 5 หุ้นวัฎจักร หรือ 6 หุ้นฟื้นตัว  ในกรณีที่เป็นหุ้นโตช้า  ปีเตอร์ ลินช์ บอกว่าเราไม่ควรซื้อเลย  เขาจะชอบหุ้นโตเร็วเพราะราคาหุ้นจะขึ้นไปมากซึ่งเขาก็จะถือไว้จนกระทั่งหุ้นหรือบริษัทเริ่มหยุดโตซึ่งก็มักจะใช้เวลาหลาย ๆ  ปี และนี่คือหุ้นที่ทำให้ผลตอบแทนของพอร์ตเพิ่มขึ้นมาก  บางครั้งเขาก็ซื้อหุ้นที่แข็งแกร่งในเวลาที่มันไม่แพงและจ่ายปันผลที่ดีและจะขายเมื่อหุ้นปรับตัวขึ้นไป 20-30% ต่อปี  หุ้นเหล่านี้มักเป็นหุ้นตัวใหญ่ที่เขามักจะต้องซื้อเก็บไว้บ้างเพราะมันช่วย “ถ่วง” ไม่ให้พอร์ตผันผวนเกินไป  หุ้นกลุ่มทรัพย์สินมากนั้นเมื่อเราเจอว่าทรัพย์สินมีค่ามากเมื่อเทียบกับราคาหุ้นและเป็นทรัพย์สินที่จะสามารถ...