ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มกราคม, 2015

2558 ปีแห่งความท้าทายและโอกาสลงทุน

คอลัมน์ เล่าสู่กันฟัง โดย เกศรา มัญชุศรี สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านนะคะ ทักทายกันเป็นครั้งแรกสำหรับปีนี้ หากมองย้อนกลับไปดูความเคลื่อนไหวในปี 2557 ที่ผ่านมา แม้ตลาดเงินตลาดทุนโลกจะมีความผันผวนสูงจากหลายปัจจัยทั้งการชะลอมาตรการ QE ของสหรัฐอเมริกา ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในยูโรโซน และการลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่ก็ถือเป็นปีที่ดีสำหรับการลงทุนในพันธบัตรและหุ้น เนื่องจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศและไทยโดยรวมให้ผลตอบแทนถึงประมาณ 7-9% ส่วนการลงทุนในหุ้น ผลตอบแทนจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาคกล่าวคือ ตลาดหุ้นสหรัฐและญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนประมาณ 10-12% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงต่อเนื่องเป็นปีที่สาม ตลาดหุ้นอื่นในเอเชียก็เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง เริ่มจากตลาดหุ้นจีนที่ดัชนีเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก สูงกว่า 50% และใน 10 อันดับแรกก็เป็นตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียถึง 7 แห่งรวมทั้งตลาดหุ้นไทย ซึ่งให้ผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 15.32% เนื่องจากการเมืองภายในเริ่มมีเสถียรภาพ ทำให้รัฐบาลสามารถขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยตลาดหุ้นไทยเมื่อปีที่ผ่านมามีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 45,4...

เก็บตก "กลยุทธ์การลงทุน" จากเซียนหุ้นจีน

เก็บตก "กลยุทธ์การลงทุน" จากเซียนหุ้นจีน ในระหว่างการร่วมงานเปิดตัว Shanghai-HK “Stock Connect” ผมมีโอกาสได้ฟังวิทยากรชั้นนำของจีน บรรยายเกี่ยวกับกลยุทธ์และจิตวิทยาการลงทุนหัวข้อที่ชื่อว่า “ทำใจอย่างไร ให้มีโอกาสรวยมากที่สุด” ซึ่งบรรยายเป็นภาษาจีนล้วนๆ จึงขอถือโอกาสนี้ถ่ายทอดเนื้อหาดังกล่าวแบบย่อๆ ดังนี้ เราจะสามารถประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้น หรือ เล่นหุ้นเก่งแบบไม่รู้ตัว หากมีคุณลักษณะ 5 ประการ ที่เหมาะสมกับการลงทุน เริ่มจากหนึ่ง มี ‘ความเชื่อ’ ที่เหมาะสมในการลงทุน ประกอบด้วย เงิน นั้น ไม่สำคัญอย่างที่คุณคิด โอเคเหมือนกันที่จะเสียเงินบ้างในตลาดหุ้น  การเล่นหุ้น ก็เหมือนกับเล่นเกมอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ การฝึกซ้อมให้มีสภาพจิตใจดังกล่าว มีความสำคัญในการเล่นให้ประสบความสำเร็จ นักลงทุนที่ชำนาญจะรู้ตัวว่าตนเองเหมือนจะสามารถชนะตั้งแต่ก่อนการแข่งขันแล้ว และมักจะเป็นจริงโดยส่วนใหญ่ โดยหากมองว่า เงิน นั้น ไม่สำคัญ ก็จะสามารถใช้กลยุทธ์ Cut your loss, and let profit run โดยง่าย รวมถึงสามารถจะเอาชนะอุปสรรคระหว่างทางได้ง่ายกว่า สอง ‘สภาพจิตใจ’...

มุมมองการลงทุน ปี 2015

เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน ผมเขียนถึงเรื่องการลงทุนในปีนี้ในตอนแรกไป ครั้งนี้ผมขอเขียนให้จบแล้วกันครับ   เริ่มจาก Theme หลักกันก่อน ได้แก่ หนึ่ง ปีนี้น่าจะเป็นแห่งความผันผวนของราคาหุ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก หลังจากนิ่งมากว่า 2 ปี เนื่องจากนโยบายการเงินที่แตกต่างกันของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ยกเลิกการตรึงค่าเงิน สอง เหตุการณ์ใหม่ๆ จากภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Geopolitics จะเกิดบ่อยขึ้น อาทิ การเลือกตั้งในอังกฤษ กรีซ ISIS การก่อการร้ายในประเทศพัฒนาแล้ว สาม แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงทั่วโลก จากราคาน้ำมันและการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกที่ลดลง ภายใต้ Theme ดังกล่าว สามารถแบ่งการลงทุนหลักๆ ได้ออกเป็น 3 ภูมิภาค ได้แก่ หนึ่ง ตลาดพัฒนาแล้ว อย่าง สหรัฐอเมริกาและยุโรป คงไม่มีใครเถียงแล้วว่าสหรัฐอเมริกา ไม่มีปัญหาการเติบโตของจีดีพี เหลือเพียงแต่อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าที่เคยคาดจากการลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งอาจจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ส่วนยุโรปนั้น ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยและปัญหาเงินฝืดรออยู่ ซึ่งมาตรการ QE ที่ประกาศไป จะสามารถช่วยให้ยังประคองตัวไปได...

วิถีของอาชีพ VI (1)

วิถีชีวิต (Lifestyle) เป็นคำที่เริ่มได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบัน ไม่ใช่สูตรสำเร็จเหมือนแต่ก่อน วิถีความสำเร็จพิมพ์นิยมที่ว่าต้องเรียนให้เก่ง ทำงานบริษัทดี ๆ สร้างฐานะให้มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น ลูก ๆ เติบโตมา ก็เรียนจบมหาวิทยาลัยดีเหมือนกับรุ่นพ่อคงเป็นแค่ทางเลือกหนึ่งของวิถีชีวิตสมัยใหม่เท่านั้น เพราะในยุคหลัง ๆ ผมเริ่มสังเกตว่าวิถีชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม รวมไปถึงมีแบบฉบับที่แตกต่างกันมากขึ้น เพราะรูปแบบการดำเนินชีวิต ทัศนคติ มุมมองต่อโลก การให้คุณค่าของแต่ละคนไม่เท่ากัน ด้วยวิถีชีวิตที่แตกต่าง ทำให้ผู้คน "เลือก" อาชีพแตกต่างกันมากขึ้นเช่นเดียวกัน เช่น คนเลือกจะทำงานฟรีแลนซ์หรืองานอิสระมากขึ้น เพราะต้องการเวลาในชีวิต ต้องการใช้ชีวิตในสิ่งที่อยากจะเป็น ไม่ใช่ตามสังคมจารีตประเพณี คนรุ่นใหม่ค้นพบว่าอันที่จริงไม่ว่าจะเป็นบทบาทไหนในสังคม อาชีพแต่ละอย่างก็มีคุณค่าและมี "โอกาส" ต่างจากแต่ก่อนที่ค่อนข้างดูถูกบางสาขาอาชีพ และยกย่องบางสาขาอาชีพมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ดี วิถีของคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการนับ 1-2-3 อย่างการทำงาน 30 ปีไต่เต้าขึ้นไปสู...

The Zulu Principle

       เมื่อผม  “เริ่มเดินทาง” สาย Value Investment อย่างจริงจังประมาณ 20 ปีมาแล้วนั้น  การอ่านหนังสือการลงทุนจากต่างประเทศเป็นกิจกรรมที่ผมทำอย่างเข้มข้น  หนังสือเกี่ยวกับการลงทุนโดยเฉพาะแนว VI ที่  “โด่งดัง”  หรือเป็นหนังสือขายดีแบบ Best Seller แทบทุกเล่ม  เช่นเดียวกับหนังสือ Classic ที่ยอดเยี่ยมและไม่ขึ้นกับกาลเวลานั้น  ผมอ่านแทบทุกเล่ม  หนึ่งในหนังสือที่ผมรู้สึกว่าอ่านง่ายและได้ความรู้ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ยากก็คือ  “The Zulu Principle”  หรือ  “หลักการของซูลู”  เขียนโดย Jim Slater  นักลงทุนชื่อดังชาวอังกฤษ หนังสือเขียนมาตั้งแต่ปี 1992 แต่ผมอ่านเวอร์ชั่นของปี 1997 ปีที่ไทยเกิดวิกฤติทางการเงิน แนวความคิดของ จิม สเลเตอร์ ที่พูดถึงในหนังสือเล่มนี้ก็คือเขาต้องการที่จะแนะนำให้นักลงทุนรายย่อยที่เป็นคนชั้นกลางของอังกฤษหันมาลงทุนอย่างชาญฉลาดในตลาดหุ้นและมีความสุขกับมัน  เขาบอกว่านักลงทุนรายย่อยทุกคนนั้น   สามารถที่จะเป็น  “ผู้เชี่ยวชาญ” ในอุตสาหกรรมหรือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ไม่ย...

ผ่าปีศาจแดง

        มหาเศรษฐี Ron Baron  ผู้บริหารกองทุน Baron มูลค่ารวมกันกว่า 26,800 ล้านเหรียญ โดยเน้น กลยุทธ์ “ซื้อกิจการที่ดี และถือมันไว้ตราบเท่าที่มันยังเป็นกิจการที่ดี” ได้ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าว CNBC ถึงหุ้นที่น่า จะสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะห้าปีขึ้นไปว่า เขาเชื่อว่าหุ้นของสโมสรฟุตบอล ชื่อก้องโลกนาม “Manchester United” เป็นหนึ่งในหุ้นที่เขาเลือก ประเด็นนี้ทำให้ผมสนใจที่จะหา ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อจะดูว่า เพราะเหตุใด Ron Baron จึงคิดเช่นนั้น ดังนั้นในบทความนี้เราจะมา ศึกษา จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ ความเสี่ยงของกิจการทีม “ปีศาจแดง” กัน   ตอนนี้หุ้นของทีมแมนยูมีการซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์ค หลังจากที่ทำ IPO เป็นครั้งที่สอง เมื่อปี 2012 ที่ราคา 14$ ตอนนี้ราคาเคลื่อนไหวอยู่ราว 16$ มีมูลค่ากิจการสูงถึง 88,000ล้านบาท เป็นทีมฟุตบอลที่ มูลค่ากิจการสูงที่สุด ทิ้งห่างจาก Borussia Dortmund ของเยอรมันนี และ Juventus ของอิตาลีเป็น อย่างมาก ตอนนี้หุ้นแมนยู มี PE สูงถึง 72 เท่า PBV 3.46 เท่า กิจการมี ROE แค่ 5.04 และ อัตรา การทำกำไรสุทธิแค่ 5% เงินปันผลก็ไม่...

กลยุทธ์สู่ความมั่งคั่ง

เด็กจบปริญญาตรีใหม่ ๆ  หรือเพิ่งเริ่มทำงานมาได้สักพักหนึ่งบางคนนั้น  บางทีก็ “ฝัน” ที่จะร่ำรวยด้วยการลงทุนในหุ้น  พวกเขารู้สึกว่าหุ้นนั้นสามารถทำให้คนรวยได้เร็วและเหนื่อยน้อยที่สุด  ว่าที่จริงพวกเขาอาจจะคิดว่าการทำงานกินเงินเดือนนั้น  “ไม่มีทางรวย” เพราะเขาอาจจะลองนับดูเงินเดือนที่จะได้รับหรือได้รับแต่ละเดือนแล้วก็พบว่ามันแค่พอกินพอใช้หรือบางทีก็ไม่ใคร่พอด้วยซ้ำ  โอกาสที่จะรวยนั้นไม่มีแน่นอน  แต่ถ้า  “เล่นหุ้น”  และประสบความสำเร็จอย่าง  “เซียน”  หลาย ๆ  คนที่อ้างว่าเริ่มลงทุนด้วยเงินเพียงน้อยนิดหลักหมื่นหรือแสนบาทแล้วกลายเป็นเงินหลายสิบหรือหลายร้อยล้านบาทในเวลาไม่กี่ปี  โอกาสรวยเป็นเศรษฐีหรือมหาเศรษฐีก็เป็นไปได้  ดังนั้น  คนหวังรวยเร็ว ๆ  ซึ่งก็เป็นแนวความคิดของเด็กรุ่นใหม่จำนวนมากจึงมุ่งหน้าสู่ตลาดหุ้นและทุ่มเทให้กับการลงทุนหรือเล่นหุ้นจนอาจจะ “ลืม”  คิดถึงความเป็นจริงที่อาจจะไม่เหมือนกับสิ่งที่ตนเองรับรู้มา  หรือความเป็นจริงของตนเองที่อาจจะไม่เหมาะกับการยึดถือการลงทุนเป็นอาชีพตั้งแต่เริ่มต้นทำ...

สงคราม Digital Economy

ในระหว่างที่ประเทศไทยกำลังตื่นตัวเรื่อง Digital Economy และเริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปสู่ 4G ประเทศอื่น ๆ ในโลกก็ล่วงหน้าไปในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไกลนับสิบ ๆ ปี ยกตัวอย่างเพียงแค่ขนาดของธุรกิจ "dot com" ในโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง GOOGLE ก็มีขนาดกว่า 357,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 12 ล้านล้านบาท พอ ๆ กับขนาดบริษัทจดทะเบียนไทยทั้งหมดรวมกัน Digital Economy เริ่มต้นจากธุรกิจ e-commerce ที่อาศัยวิวัฒนาการอันยาวนานของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ที่ web browser อย่าง Netscape Navigator ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการในปี 1994 และในปีถัดมา Jeff Bezos ก็สร้างแพลตฟอร์ม Amazon.com ขึ้น และถือเป็น e-commerce แห่งแรกของโลกที่ให้บริการ 24 ชม. ออนไลน์ ในปีเดียวกันเว็บไซต์ประมูลออนไลน์ระดับโลกอย่าง eBay ก็ถือกำเนิดขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย ในปี 1995 นี่เองที่คำว่า Digital Economy ซึ่งกำลังถูกพูดถึงในประเทศไทย ก็ถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบหนังสือที่เป็น Best Seller ยาวนานมากเล่มหนึ่ง นำพามาซึ่งกระแส dotcom และ e-commerce ที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในตลาดหุ้น Nasdaq และ 5 ปีต...

กฎ 3 ข้อของ "อาชีพนักลงทุน"

   ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าตอนนี้ "อาชีพนักลงทุน" กำลังเป็นที่สนใจในหมู่วัยรุ่นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่ากระแสความสนใจที่จะเข้ามาชิมลาง ลองลงทุนก็มีให้เห็นกันอยู่ตลอด แต่ถ้าลองแวะเวียนเข้าไปตามเว็บบอร์ดของเด็กวัยรุ่น ก็เริ่มมีคำถามตั้งกระทู้หลายอันว่า "อยากมีอาชีพนักลงทุนต้องทำอย่างไร ?" เรื่องแบบนี้อาจต้องพึ่งพาคนหัวอกเดียวกัน แบบ "ธำรงชัย เอกอมรวงศ์" หรือ "คุณหยง" ซึ่งปัจจุบันทำอาชีพเป็นนักลงทุน ซึ่งหมายถึง ไม่ได้มีงานประจำอื่น รายได้ส่วนใหญ่มาจากการนั่งเทรดในห้องค้าล้วน ๆ ซึ่งตรงตามคอนเซ็ปต์ที่น้อง ๆ ต้องการเป๊ะๆ "คุณหยง" ให้ไอเดียกับเรื่องนี้ว่า ถ้าน้อง ๆ หรือแม้กระทั่ง ใครก็ตามที่ต้องการออกจากอาชีพประจำเพื่อมาเทรดก็สามารถทำได้ แต่อยากแนะนำให้จำ "กฎ 3 ข้อของอาชีพนักลงทุน" ให้ขึ้นใจ จึงจะสามารถประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้ได้ กฎข้อที่ 1 "ต้องศึกษาการลงทุนอย่างจริงจัง" อาชีพนักลงทุนก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ที่จะต้องสร้างความรู้ความเชี่ยวชาญให้กับตัวเอง เพื่อให้สามารถซื้อขายถูกจังหวะ เลือกหุ้นได้ถูกตัว ซึ่งสำหรั...

แอบรักออนไลน์

  สัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้ดูละครหลังข่าวเรื่องใหม่ชื่อ  “แอบรักออนไลน์”  เพียงหนึ่งหรือสองตอนผมก็รู้สึกว่าละครเรื่องนี้น่าจะ “ฮิต” พอสมควรโดดเฉพาะสำหรับ  “คนเมือง”  หรือคนที่อยู่ในเมือง  มีการศึกษาและฐานะค่อนไปทางดี  ไม่ใช่ตลาด  “Mass” หรือผู้ชมที่อยู่ในชนบทซึ่งจะเป็นอีกตลาดหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  ก่อนที่จะพูดถึงละครเรื่องนี้  เราก็ควรจะทำความเข้าใจเสียก่อนว่าตลาดละครหรือรายการต่าง ๆ  ในทีวีที่เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่นั้น  น่าจะมีอยู่ซัก 2-3 ตลาดนั่นก็คือ  ตลาดกลุ่ม “รากหญ้า”  นี่คือรายการที่เป็นที่นิยมของคนในชนบทเป็นส่วนใหญ่  รายการจะเน้นไปที่ความสนุกสนานแบบ “ตรงไปตรงมา”  เป็นเรื่องชีวิตและความฝันของ  “ชาวบ้าน”  นักแสดงและดาราที่นำเสนอก็จะมีความเป็น  “ชาวบ้าน”  ที่ผู้ชมสัมผัสได้เพราะไม่ได้มี  “ตระกูลรุนชาติ”  เนื้อหาก็มักจะมีเรื่องของความ  “ตลกโปกฮา” ปะปนอยู่เสมอ  หรือไม่ก็เป็นการ “ขายฝัน” ว่าจะร่ำรวยและมีฐานะดีขึ้นในชั่วข้ามคืนจากอะไรบางอย่างที่เป็นไปได้แต่โอกาสเกิ...

สแกน "หุ้นในดวงใจ" "ฐิติ กิตติพัฒนานนท์"

       คุณค่าของความสำเร็จไม่ได้มาจากขนาดของทรัพย์สิน แต่การมีเงินเลี้ยงดูทั้งครอบครัว คือ เรื่องภูมิใจของ “ฐิติ" นักลงทุนบางคนอาจวัดคุณค่าของความสำเร็จจากจำนวนเงินที่พอกพูนในบัญชี แต่สำหรับ “ปิง-ฐิติ กิตติพัฒนานนท์” เซียนหุ้นไซด์ใหญ่ น้องรักเบอร์หนึ่งของ “เสี่ยยักษ์-วิชัย วชิรพงศ์” กลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะความสำเร็จของ “คุณพ่อลูกสอง” คือ ความภาคภูมิใจที่ได้เลี้ยงดูคนในครอบครัวทั้ง 11 ชีวิต ให้กินอิ่มนอนหลับ ด้วยเงินที่ได้จากการลงทุนในตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียว สำนวนไทยที่ว่า “หาเช้ากินค่ำ” น่าจะเหมาะกับชีวิตวัยเด็กของปิง ฉะนั้นจึงไม่แปลกหากคนสนิทมักได้ยินเขาพูดเสมอว่า แม้พอร์ตหุ้นจะพุ่งแตะ “หลักร้อยล้าน” แต่ไม่เคยลืมคุณค่าของเงิน กว่าจะหามาได้แต่ละบาทช่างยากเย็นแสนเข็น เบื้องหลังของการมีเงินจะมีใครรู้บ้างว่า วันที่ขาดทุนหุ้นต้องแอบร้องไห้อยู่ในใจบอกใครไม่ได้ แม้กระทั่งลูกเมีย เครียดแค่ไหน เจ็บมากเท่าไหร่ ไม่เคยมีใครรับรู้ “น้องรักเสี่ยยักษ์” ก้าวขาเข้าตลาดหุ้น ตามคำเชื้อเชิญของรุ่นพี่ที่ทำงานในปี 2537 ด้วยการควักเงิน 7,500 บาท ร่วมลงขันซื้อหุ้นตัวหนึ่ง แม้เขา...

คาราบาวกรุ๊ป CBG อวดฝัน กินรวบตลาด CLMV

"บมจ.คาราบาวกรุ๊ป" โชว์แผนรุกตลาดในและนอกประเทศ หวังคว้ายอดขาย “หมื่นล้านบาท” ภายในปี 59 “เสถียร เศรษฐสิทธิ์”   "คาราบาวแดง “ดังเปรี้ยงปร้าง” เพราะ Brand Ambassador นามว่า “ยืนยง โอภากุล” หรือ “แอ๊ด คาราบาว” เพราะเขาเป็นคนจริงจัง เมื่อคิดจะทำแล้วต้องชนะเท่านั้น ” “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คาราบาวกรุ๊ป หรือ CBG เล่าที่มาของความสำเร็จให้ “กรุงเทพธุรกิจ Biz Week” ฟัง ความสัมพันธ์ของ “แอ๊ด” หรือ “สหายเชี่ยว” กับ “เสถียร” หรือ “สหายคง” ถูกกระชับแนบแน่นในช่วงเหตุการณ์ “6 ตุลา” หลัง “เสถียร” หนีภัยเผด็จการเข้าไปอยู่ป่าในช่วงปี 2519 ก่อน “แอ๊ด” จะตามเข้ามาสมบทในปี 2520 เมื่อการเมืองคลี่คลาย หลังเข้าสู่รัฐบาล “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” ทั้งคู่พากันออกมาจากป่า ก่อนจะชักชวนกันออกมาจัดตั้ง บมจ.คาราบาวกรุ๊ป เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2545 แต่ก่อนจะจับมือกันสร้าง “คาราบาวกรุ๊ป” ช่วงออกจากป่าใหม่ๆ “เสถียร” ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้มาร่วมกันทำโรงงานเพื่อผลิตตะปู จากนั้นไม่นานก็หันมาธุรกิจหมู่บ้านจัดสรร ภายใต้ชื่อโครงการ “สุธาวิลล์” จำนวน 7,000 หลัง ใ...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...