ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กรกฎาคม, 2015

ข่าวดีเศรษฐกิจไทย / วีระพงษ์ ธัม

   ประเทศไทยในเวลานี้เหมือนกับขาด “ข่าวดี” มาอย่างยาวนาน แทบจะพลิกหาข่าวดีไม่เจอในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ในวิกฤตย่อมเกิดโอกาส ในข่าวร้ายก็มีข่าวดีแฝงเสมอ ผมจะลองมองต่างมุมกับข่าวเศรษฐกิจไทย             การส่งออกที่ชะลอตัวอย่างมากในปีนี้ แท้จริงแล้วถ้าดูในรายละเอียด ส่วนที่ส่งออกลดลงอย่างมาก ก็เนื่องจาก “ราคา” สินค้าประเภทโภคภัณฑ์ที่ลดลงอย่างรุนแรง เช่น สินค้าเกษตร สินค้าที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน แต่สำหรับสินค้าบางอย่างเช่น รถยนต์ ก็แสดงให้เห็นตัวเลขที่เติบโต โดยเฉพาะหมวดรถกระบะซึ่งแสดงถึงความแข็งแรงของภาคยานยนต์ของไทย นอกจากนั้นในช่วงเวลานี้ ประเทศก็เริ่มแก้ไขปัญหาที่คาราคาซังมานาน เช่นการประมง การเกษตรที่มีประสิทธิภาพต่ำ นำมาซึ่งผลดีในระยะยาว ส่วนสินค้าหมวดอิเล็กโทรนิคโดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์หลังจากโดนผลกระทบมาโดยตลอดก็เริ่มตั้งตัวและหาพื้นที่เติบโตได้ ธุรกิจอาหารก็เริ่มสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการส่งออกแม้ฝืดไปบ้าง แต่ก็ยังเป็นเครื่องจักรสำคัญที่กำลังผ่านช่วงปรับตัว             ในแง่การส่งออก “บริการ” ...

หุ้นในฝัน ปั่น 100 เด้ง /ดร.นิเวศน์

      ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้  แทบทุกวันเราจะเห็นหุ้นตัวเล็ก ๆ ติดเข้ามาในอันดับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด 10 อันดับในตลาดหลักทรัพย์   ในบรรดาหุ้นตัวเล็กเหล่านั้น  หุ้นกลุ่มหนึ่งที่มักติดอันดับเข้ามาบ่อยมากที่สุดก็คือหุ้นที่นักลงทุนหรือนักเล่นหุ้นบางคนเรียกว่า  “หุ้นปั่น”  ซึ่งความหมายก็คือ  เป็นหุ้นที่มี  “เจ้ามือ” ที่เป็นนักลงทุน “รายใหญ่” หรือเป็น “เจ้าของบริษัท” เข้ามา  “ทำราคาหุ้น”  ด้วยกระบวนการต่าง ๆ  เช่น  การปล่อยข่าวลือ  การประกาศ “ข่าวดี” ต่าง ๆ  เช่น การเทคโอเวอร์  การทำธุรกิจใหม่  “แห่งอนาคต”  การแจกหุ้นและวอแรนต์ฟรี  การแตกพาร์หุ้น การออกหุ้นใหม่ทั้งที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นเดิมและที่ให้นักลงทุนรายใหญ่  และอื่น ๆ  อีกมากที่จะทำให้นักเล่นหุ้นรายย่อยตื่นเต้นและเข้ามาเก็งกำไรในหุ้น  นอกจากนั้น  “เจ้ามือ” เองก็ต้องเข้ามา “เล่น” ซื้อขายหุ้นให้คึกคักและ “ดันราคา” ขึ้นไปอย่างต่อเนื่องทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว  พื้นฐานหรือความสามารถในการทำกำไรของ...

ไม่มีกำไร ใช่จะไร้คุณค่า / โดย คนขายของ

  AMAZON.COM ทำ IPO เมื่อปี 1997 ในตอนนั้นบริษัทมีรายได้เพียง 148 ล้านเหรียญ และ ขาดทุนสูงถึง 29 ล้านเหรียญ บริษัทขาดทุนทุกไตรมาสตั้งแต่เข้าตลาด จนกระทั่งผ่านไป 6 ปี จึงเริ่มมีกำไรเป็นครั้งแรกในไตรมาสสี่ของปี 2003 ถ้าเราเห็นตัวเลขแบบนี้เรายังคงลงทุนในหุ้น ​AMAZON ไหม? นักลงทุนหลายๆท่านที่ให้ความสำคัญกับค่าอัตราส่วนทางการเงินเป็นหลัก คงตอบว่า “ไม่” ถึงตอนนี้ AMAZON เข้าตลาดมา 18 ปีแล้วและราคาก็ได้ขึ้นมาราวๆ 500 เท่า แม้ปีหลังๆ AMAZON สามารถทำกำไรได้บ้างแล้ว แต่ในปีนี้บริษัทก็กลับมาขาดทุนอีก ทำไม ตลาดถึงให้มูลค่ากิจการบริษัทที่ขาดทุนบริษัทนี้สูงถึง 220,000 ล้านเหรียญ? มีเรื่องอะไรอื่นๆ อีกไหมที่เป็นเรื่องสำคัญในการประเมินมูลค่าของบริษัทนอกจากกำไร?   ในปลายปี 2014 Facebook ได้ประกาศการซื้อกิจการที่ทั้งโลกต้องตะลึง ด้วยการซื้อ “WhatsApp” แอพพลิเคชั่นส่งข้อความที่มีพนักงานแค่ 55 คน บริษัทมีรายได้ 10 ล้านเหรียญ และขาดทุนสูงถึง 138 ล้านเหรียญในปี 2013 แต่ Facebook ตัดสินใจซื้อ “WhatsApp” ด้วยมูลค่าสูงถึง 22,000 ล้านเหรียญ ถ้าเราคิดหามูลค่ากิจการของ “WhatsApp” แบบที่ได้ เรียนกั...

นักลงทุน 4 แนว/ดร.นิเวศน์

             การลงทุนหรือเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้น  มีวิธีหรือแนวทางใหญ่ ๆ 4 แบบ  แนวทางแรกคือ  แนว  “เทคนิค”  ที่นักลงทุนระยะสั้นนิยมใช้กันมาก  เครื่องมือหรือข้อมูลที่ใช้ก็คือราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นในอดีต  แนวทางที่สองคือแนว Value Investment หรือ VI ที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และตัวบริษัทอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อหามูลค่าที่แท้จริงของกิจการก่อนลงทุน  แนวทางที่สามคือ Growth Investment หรือการลงทุนในหุ้นเติบโตที่เน้นการค้นหากิจการที่มีศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจสูงเป็นพิเศษ  และแนวทางสุดท้ายก็คือ  การลงทุนแบบ Passive หรือการลงทุนที่ไม่เน้นการเลือกหุ้น  แต่เน้นการกระจายการลงทุนในหุ้นจำนวนมากและจัดสรรทรัพย์สินให้เหมาะสมเพื่อที่จะลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม   นักลงทุนแนว “เทคนิค”  มีความเชื่อว่า  การขึ้นลงของราคาหุ้นขึ้นอยู่กับ  “จิตวิทยา” หรือความเห็นหรืออารมณ์ของคนเล่นหุ้นเป็นหลัก  พื้นฐานหรือผลประกอบการหรือค...

วีไอ SLOW LIFE/ วีระพงษ์ ธัม

    ในช่วงที่ผ่านมาวิถีชีวิตที่กำลังเป็นกระแสใน Social Media คือเรื่องราวชีวิต Slow Life ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่แสวงหา “ความช้า” ในสังคมคนเมืองที่เร่งรีบ เทคโนโลยีใหม่ ๆ อำนวยความสะดวก ช่วยให้มนุษย์แข่งกับเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราวิ่งแข่งกับเวลา เพราะเชื่อว่ามันเป็นเงินเป็นทอง และดูเหมือนกับว่าโลกการลงทุนยุคนี้ก็เร่งรีบเช่นเดียวกัน มีข่าวสารมากมายที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ไหลผ่านช่องทางที่หลากหลาย ผมเคยลองนับข้อความทาง LINE และ E-mail ไม่รวมเวปบอร์ด Facebook ที่เกี่ยวกับหุ้นในหนึ่งวัน มีร่วมพัน ๆ ข้อความทีเดียว ท่ามกลางการลงทุนปีนี้ที่มีแต่ “ข่าวร้าย” มาลองดูว่าแนวคิด วีไอ SLOW LIFE จะเหมาะกับการลงทุนในยุคนี้หรือไม่             ต้นเหตุที่การลงทุนในยุคนี้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตมาช่วยงานมนุษย์ด้านการลงทุนไม่แพ้ด้านอื่น ๆ ของชีวิต ในการลงทุนแบบเทคนิคอลเราสามารถตีกราฟที่ซับซ้อน ด้วยการใส่ตัวแปรต่าง ๆ มากมายเพียงแค่คลิ้กเดียว ต่างจากยุคที่เซียนหุ้นเทคนิคอลในอดีตที่ค่อย ๆ วาดกราฟลงบนกระดาษเอง ในวิถีวีไอ ข้อมูลอัตราส่วนทา...

ค้นฟ้าคว้าดาว /ดร.นิเวศน์

กระบวนการที่ยากและสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของการลงทุนแบบ VI ก็คือ การค้นหาหุ้นที่จะลงทุน เหตุผลก็คือ มีหุ้นที่เป็นบริษัทจดทะเบียนกว่า 500 บริษัท ที่ทำธุรกิจหลากหลายมากมาย บริษัทเหล่านี้อยู่ใน “ช่วงชีวิต” ต่าง ๆ เช่น กำลังเริ่มต้น เติบโต เติบโตเร็ว อิ่มตัว ตกต่ำ ซึ่งเราไม่รู้ นอกจากนั้น ราคาหุ้นของแต่ละบริษัทก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาซึ่งทำให้ความน่าสนใจของหุ้นเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาเช่นกัน ดังนั้น การมองหาหุ้นที่จะเข้าไปศึกษาและลงทุนจึงเป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลา ต่อไปนี้คือวิธีการหาหุ้นที่ VI รวมถึงผมมักจะใช้ วิธีแรกที่น่าจะง่ายที่สุดก็คือ การติดตามบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ โดยเฉพาะโบรกเกอร์หลาย ๆ แห่งที่จะมีการนำเสนอหุ้นที่ “น่าสนใจ” เป็นหุ้นที่เขาแนะนำให้ซื้อหรือบางครั้งแนะนำให้ซื้อ “อย่างแรง” วิธีนี้มีข้อดีก็คือ เราไม่ต้องไปหาให้เสียเวลา หุ้นถูกเสิร์ฟให้เราถึงที่ แต่ข้อเสียก็คือ เขามักจะวิเคราะห์และแนะนำเฉพาะหุ้นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาและมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากพอ ซึ่งอาจจะมีหุ้นเพียง 200-300 ตัวเท่านั้นที่โบรกเกอร์ครอบคลุม ประเด็นก็คือ หุ้นที่เขาแนะนำให้ซื้อนั้น บ่อยครั้งมีราคาและปร...

ตลาดหุ้นจีน- ซุปเปอร์คาสิโน/ดร.นิเวศน์

     ตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนถึงเมื่อเร็ว ๆ  นี้  ตลาดหุ้นจีนดูเหมือนจะเป็นตลาดหุ้นที่ “ร้อนแรงที่สุดในโลก”  เพราะดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ปรับตัวขึ้นมาจากประมาณ 2,100 จุดในช่วงเดือนมิถุนายน 2014 ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นประมาณ 5,370 จุดในวันที่ 10 มิถุนายน 2015 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ  155% ในเวลาเพียงปีเดียว  แต่แล้ว  ภายในเวลาเพียงไม่ถึงเดือน  ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ก็ตกลงมาอย่างหนักเป็น “วิกฤตตลาดหุ้น” คือถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2015 ดัชนีก็ลดลงเหลือเพียง 3,659 จุด หรือเป็นการตกลงมาถึง 32% ก่อนที่จะดีดกลับมาประมาณ 6% ภายในเวลาเพียง 2 วัน เมื่อรัฐบาลจีนออกมาตรการ “กู้ตลาดหุ้น” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ดัชนีปิดตลาดวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2015 ที่ 3,878 จุด หรือคิดเป็นการตกลงมาจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนที่แล้วประมาณ 28% ผมเองไม่รู้ว่าหลังจากนี้ตลาดหุ้นจีนจะเป็นอย่างไรต่อไป  แต่เชื่อว่า  “ความผันผวน” ของราคาหุ้นจีนน่าจะดำรงต่อไปอีกนาน  เหตุผลก็เพราะว่าตลาดหุ้นจีนนั้น  เป็น  “ตลาดหุ้นของนักลงทุนส่วนบุคคล” นั่นคือ  ปริมาณการซื...

เศรษฐกิจ จิตใจ แก้ไขพร้อมกัน

     เมื่อวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา ผมเข้าไปกราบพระที่วัดอุโมงค์ และสะดุดใจกับป้ายธรรมอันหนึ่งที่เขียนไว้ว่า "เศรษฐกิจ จิตใจ แก้ไขพร้อมกัน" ไม่ทราบว่าเป็นเทศน์ของครูบาอาจารย์องค์ใด ผมเดาว่าคงเป็นของท่านอาจารย์พุทธทาส เพราะท่านอาจารย์เป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาวัดอุโมงค์ให้ร่มรื่นย์ด้วยต้นไม้ ประวัติศาสตร์ และหลักธรรม   คนทั่วไปคงไม่คิดว่าเศรษฐกิจกับจิตใจเกี่ยวข้องกัน ที่จริงแล้วสองเรื่องนี้แยกจากกันไม่ออก และผูกพันกันในหลายมิติ เพราะเรื่องเศรษฐกิจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของคน และพฤติกรรมของคนถูกกำหนดด้วยจิตใจ ปัญหาเศรษฐกิจที่แต่ละประเทศเผชิญก็สะท้อนถึงสภาวะจิตใจและพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฟองสบู่ราคาสินทรัพย์ หนี้ครัวเรือน การขาดวินัยการคลัง การว่างงาน ตลอดจนการคอรัปชั่น ในทางตรงกันข้ามทุกครั้งที่สำรวจสภาพจิตใจของคนในสังคมว่าสุขหรือทุกข์เพียงใด สภาวะเศรษฐกิจจะโผล่ขึ้นมาเป็นปัจจัยขาประจำ   ในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เรามักได้ยินรัฐบาลพูดถึงความเชื่อมั่นของประชาชนอยู่เสมอ ประเทศไทยมีดัชนีวัดระดับความเชื่อมั่นของคนหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ความเชื...

ยกเครื่องเรื่องการลงทุน/ดร.วิรไท

    เครื่องยนต์ของเศรษฐกิจไทยเวลานี้ดูจะทำงานตะกุกตะกักอยู่หลายตัว คนพูดกันมากเรื่องการบริโภคชะลอตัวเพราะหนี้ครัวเรือนสูง ในขณะที่รายได้ของครัวเรือนไม่เพิ่มขึ้น การส่งออกหดตัวต่อเนื่องมาหลายเดือนเพราะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า และสินค้าไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เห็นข่าวเกี่ยวกับการใช้จ่ายของภาครัฐเริ่มใจชื้นขึ้นบ้าง เครื่องยนต์เริ่มติดแม้ว่าจะยังเดินหน้าไม่เต็มที่ มีอีกหนึ่งเครื่องยนต์ของเศรษฐกิจไทยที่คนไม่ค่อยพูดถึงกัน คือการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งสถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง   การลงทุนของภาคเอกชนสำคัญมากเพราะจะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยในอนาคต ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว การลงทุนจะช่วยสร้างการจ้างงานเพิ่ม ซึ่งจะช่วยให้การบริโภคของประชาชนขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง การปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยต้องอาศัยการลงทุนของภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญ โครงสร้างอุตสาหกรรมไทยต้องมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมทันสมัยที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ช่วยให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงขึ้นได้ทั้งระบบ ทำไมผมถึงคิดว่าส...

หลังชนฝา / โดย คนขายของ

     เมื่อสี่สิบปีก่อนดอกเบี้ยฝากประจำ 15% เป็นเรื่องปกติ เมื่อสิบกว่าปีก่อนดอกเบี้ยออมทรัพย์ที่ 5% เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากดอกเบี้ยเป็นขาลงตลอด จนมาถึงตอนนี้ผู้คนเริ่มรู้สึกว่าผลตอบแทนจากการฝากเงินเพื่อกินดอกเบี้ยอย่างเดียวดูไม่ดึงดูดใจ ยิ่งหากใครอยู่ในวัยเกษียณ หากต้องการเงินใช้เดือนละ 20,000 บาท ถ้าฝากเงินกินดอกเบี้ยอย่างเดียว เขาเหล่านั้นต้องมีเงิน ในบัญชีฝากประจำอย่างน้อย 25 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นเรื่องยากที่คนทำงานเป็นพนักงาน เป็นข้าราชการ เป็นลูกจ้าง จะมีเงินเก็บได้ถึงขนาดนั้น ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำทำให้คนส่วนใหญ่ ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องออกไปหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนซึ่งมากกว่าการฝากเงินในธนาคาร   ทางเลือกหนึ่งทีเป็นที่นิยมกันคือการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งถ้ามองในเรื่องความเสี่ยงแล้วคนส่วนใหญ่เชื่อว่า ความเสี่ยงของพันธบัตรอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากรัฐบาลเป็นประกัน ตอนนี้พันธบัตรของ รัฐบาลไทยให้ดอกเบี้ยอยู่ราวๆ 3.5-4% แต่ถ้าเป็นพันธบัตรรัฐบาลของต่างประเทศ บางประเทศ ให้ดอกเบี้ยสูงมากถึง 8-9% แต่ทั้งนี้ผู้ซื้อต้องรับความเสี่ยงเรื่องอัตรา...

หุ้นแบ้งค์/ ดร.นิเวศน์

  สัปดาห์ที่แล้วหุ้นกลุ่มแบ้งค์โดยเฉพาะที่เป็นแบ้งค์ขนาดใหญ่เกือบทุกแห่งปรับตัวลดลงอย่างแรง  ประมาณ 4-5% ในวันเดียวทั้งที่ตลาดหุ้นโดยทั่วไปและหุ้นขนาดใหญ่ตัวอื่นไม่ได้ถูกกระทบอะไรมากนัก  เหตุผลนั้นมีการอธิบายว่าเป็นเรื่องของปริมาณหนี้เสียหรือ NPL ที่จะเกิดเพิ่มขึ้นมากโดยเฉพาะจากลูกหนี้ที่เป็นลูกค้าธุรกิจขนาดเล็กหรือ SME ที่มีอยู่มากในแบ้งค์ขนาดใหญ่บางแห่ง  ซึ่งจะทำให้แบ้งค์มีต้นทุนสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้นและจะทำให้กำไรลดน้อยลงในไตรมาศสองและต่อไปในช่วงที่เหลือของปี  นักวิเคราะห์หลายคนเริ่มปรับประมาณการกำไรของแบ้งค์ขนาดใหญ่ลง   นอกจากเรื่องของหนี้เสียของ SME แล้ว  ภาพของธุรกิจแบ้งค์เองนั้นก็ไม่สดใส  สภาวะเศรษฐกิจที่ยังตกต่ำลงและยังไม่เห็นแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวชัดเจนก็ทำให้การขยายตัวของสินเชื่อมีน้อยซึ่งจะส่งผลให้กำไรโดยรวมไม่เติบโต  นอกจากนั้น  อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงโดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่แบ้งค์ต้องประกาศลดเพื่อให้สอดคล้องกับการลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบ้งค์ชาติ  แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้นกลับลดลงน้อยกว่า  นั่นอาจท...

ลงทุนปี 2015

ดูการลงทุนปี 2015 เป็นวาระเดียวกันของทุก ๆ ปีที่ผมจะใช้พื้นที่บทความแรกในการ “มอง” การลงทุนปี 2015 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายมากมาย โดยจะขอรวบรวมประเด็นเหตุการณ์ที่เป็นแนวโน้มสำคัญ ๆ มาสรุปให้ดังนี้ครับ             เหตุการณ์สำคัญอันแรกคือ “จุดเปลี่ยนพลังงาน” ปี 2015 จะเป็นปีแรกที่การส่งออกน้ำมันจากประเทศสหรัฐอเมริกาแซงหน้าประเทศยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม OPEC อย่างซาอุดิอาราเบีย ถ้าเราพูดเรื่องนี้เมื่องห้าหกปีที่แล้วคงไม่มีใครเชื่อ แต่ด้วยเทคโนโลยีเชลล์แก๊ส ทำให้อเมริกาเปลี่ยนจาก “ผู้นำเข้ารายใหญ่” เป็น “ผู้ส่งออกรายใหญ่” แทน ซึ่งทำให้ภาพพลังงานจากฟอสซิลเปลี่ยนไปมาก ราคาน้ำมันถูกกดดันอย่างมากในปี 2014 จนไม่รู้ว่า “จุดสมดุล” ของราคาพลังงานใหม่ จะไปอยู่ที่ไหน             สำหรับประเทศไทยที่มีการบริโภคน้ำมันสูง นี่อาจจะเป็นข่าวดีที่ช่วยกำลังซื้อในประเทศ ช่วยลดต้นทุนการผลิตและการขนส่ง แต่ราคาน้ำมันก็ส่งผลกระทบในด้านลบเช่นเดียวกัน เช่น นักท่องเที่ยวและธุรกิจส่งออกกับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอาจจะน้อยลง หรือสินค้าโภคภั...

อคติของแมงเม่า / วีระพงษ์ ธัม

     ผมเคยตั้งคำถามว่าสิ่งที่แตกต่างที่สุดระหว่างเซียนกับแมงเม่าคืออะไร ? ยุคสมัยนี้จะบอกว่าแมงเม่ามีข้อมูลน้อยกว่า ผมคิดว่าไม่ใช่อีกต่อไป ด้วยกระแสข้อมูลมากมาย แมงเม่าอาจจะมีข้อมูลเยอะกว่า เร็วกว่าเสียอีก เทคนิคและวิธีการลงทุนก็เป็นสิ่งที่เรียนกันทันโดยใช้เวลาไม่นานนัก และดูเหมือนช่องว่างทุกอย่างที่กล่าวมาจะแคบลงเรื่อย ๆ แต่ก็แปลกที่ผมเห็นเซียนหุ้นสามารถทำผลตอบแทนได้สูงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่แมงเม่าทำผลตอบแทนได้ต่ำอยู่ตลอดเวลา ข้อสรุปส่วนตัวของผม คิดว่าช่องว่างนี้เกิดจากสิ่งที่เรียกว่า “อคติของแมงเม่า”             อคติ ( Bias ) หมายถึง มุมมองที่เรามีต่อสิ่ง ๆ หนึ่ง และหลายครั้งก็ปฏิเสธการมองมุมมองอื่น นำมาซึ่งการตัดสินใจที่มีคุณภาพแย่กว่า และผลลัพท์ที่แย่กว่าในระยะยาว โชคร้ายที่ในการลงทุนในระยะสั้นนั้นมี “โชค” มาเกี่ยวข้องพอสมควร จึงทำอาจจะเกิดผลลัพท์ที่ดีในระยะสั้นได้แม้ว่าจะมีอคติมากแค่ไหน หรือตัดสินใจแย่แค่ไหน อันที่จริงประเทศไทยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา มีปัญหาการเมืองสูง ส่วนหนึ่งก็เพราะจากอคติ ที่มากล้นในสังคมไทย ช่วงที่ผ่านมาเนื่อง...