ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กันยายน, 2016

โชคดีฝีมือหรือกลโกง โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

กว่าสิบปีที่ผ่านมาเราได้พบนักลงทุนทั้ง VI และ  “รายใหญ่” แนวทางอื่น ๆ ที่ร่ำรวยมีพอร์ตเป็นสิบ ร้อยหรือพันล้านบาทจำนวนไม่น้อยที่ปรากฏขึ้นบน  “ยุทธภพ” ของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์  เรามักจะสรุปว่าพวกเขาเป็น  “เซียน”  ที่มีฝีมือระดับ “เทพ” ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงลิบเป็นหลายสิบหรือบางทีเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ต่อปีแบบทบต้นต่อเนื่องกันหลาย ๆ  ปี  ผู้ประสบความสำเร็จเหล่านั้นบางคนก็เขียนหนังสือเปิดเผยหรืออธิบายถึงหลักการที่ตนเองใช้ในการเอาชนะตลาดอย่างงดงามและหลักการเหล่านั้นบ่อยครั้งก็เป็นหลักการที่เป็น “เอกลักษณ์” ของตนเองหรือประยุกต์จากหลักการที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก  ผลงานการลงทุนที่อ้างว่ามาจาก  “ฝีมือ” ของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จของไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาถ้าเป็นความจริงก็น่าจะเรียกว่าเป็น “สุดยอดนักลงทุนของโลก”  เพราะผลตอบแทนที่ได้นั้นสูงกว่าของปีเตอร์ลินช์ จอร์จโซรอส  และวอเร็นบัฟเฟตต์ที่มีสถิติสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นได้ปีละ 20-30 กว่าเปอร์เซ็นต์ต่อปี  ไม่ต้องพูดถึงจอห์นเนฟเซียน VI แนวอนุรักษ์ ที่อาจจะได้แค่ 15-18% ต่อปีซึ่...

Seth Klarman / โดย คนขายของ

ผมเริ่มรู้จักนักลงทุนผู้นี้จากรุ่นพี่นักลงทุนท่านหนึ่ง ซึ่งเล่าให้ฟังว่า หนังสือเรื่องการลงทุนที่น่าจะแพงที่สุดในโลก ณ เวลานี้คือหนังสือชื่อ “Margin of Safety” เขียนโดย Seth Klarman ซึ่งออกจำหน่ายในปี 1991และไม่มีการพิมพ์เพิ่ม ทำให้หนังสือเล่มนี้ขายมือสองทางออนไลน์ในอเมริกา ด้วยราคาสูงถึงเล่มละ 900 เหรียญ ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณสามหมื่นบาท สำหรับหนังสือขนาดปกติที่มี 249 หน้า ก็ถือว่าแพงมาก แต่ถ้าผู้ที่อ่านได้นำหลักการที่ Seth ได้พูดถึงไว้มาใช้ในการลงทุน เขาอาจจะรู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าที่สูงกว่านั้นมาก Seth Klarman ผู้จัดการกองทุนบริหารความเสี่ยงขนาด 29 พันล้านเหรียญ โดยใช้แนวการลงทุนเน้น คุณค่าเป็นหลัก ด้วยพื้นฐานปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Cornell และ MBA จาก Harvard ทำให้เขาเข้าสู่โลกของการบริหารกองทุน ด้วยการก่อตั้ง Baupost Group ในปี 1982 ซึ่งในเวลานั้น เขาอายุเพียง 25 ปี ผ่านถึงปัจจุบัน มีการประเมินกันว่ากองทุนของ Seth สามารถทำผล ตอบแทนทบต้นราว 17% ตั้งแต่ก่อตั้งมา ถึงแม้ว่ายังไม่เทียบเท่า Warren Buffett แต่ก็นับว่าชนะคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันแบบขาดลอ...

สงคราม (เศรษฐกิจ)เวียตนาม โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

  เมื่อผมลงทุนในเวียตนาม  สิ่งหนึ่งที่ผมทำก็คือ  ศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศเวียตนามเพื่อที่จะเป็น  “Background”  หรือภูมิหลังว่าประเทศนี้มีที่มาอย่างไรเพื่อที่จะเรียนรู้ว่าคนและประเทศเวียตนามน่าจะเป็นอย่างไรและจะก้าวเดินต่อไปทางไหน  เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ดูว่าเศรษฐกิจจะก้าวหน้าขึ้นเร็วและมากน้อยแค่ไหนซึ่งจะเป็นฐานในการลงทุนในตลาดหุ้นของผม ประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของเวียตนามที่ผมสนใจก็คือการที่ประเทศนี้ต้องต่อสู้เพื่อความเป็นอิสระจากการครอบงำของมหาอำนาจของโลกในทุกยุคสมัยและที่ผมสนใจเป็นพิเศษก็คือเรื่องของสงครามเพื่ออิสรภาพกับฝรั่งเศสและอเมริกา  เหตุผลก็เพราะว่า ทั้ง ๆ ที่ “ศัตรู” ทุกประเทศที่กล่าวถึงนั้นเป็น  มหาอำนาจของโลกในยุคนั้น  คือจีนที่เป็น “มหาอำนาจแรก” ของโลกรบกับเวียตนามมานับพันปีเพื่อที่จะยึดครองแต่ก็ทำไม่สำเร็จ  ฝรั่งเศสที่เป็นมหาอำนาจในสมัยกว่าร้อยปีมาแล้วและสามารถเอาชนะและยึดครองเวียตนามด้วยพลังอาวุธสมัยใหม่แต่ในที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้ต่อกองทัพเวียตมินต์ที่เดียนเบียนฟู  และสุดท้ายอเมริกาที่เป็น “อภิมหาอำนาจ” ในช่วง 60...

30 กลยุทธ์หุ้นเปลี่ยนชีวิต (3) โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

  สำหรับบทความนี้ เป็นเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารพอร์ต และการประเมินมูลค่าหุ้น             16) พยายามมองการลงทุนเป็นระยะยาว อย่างน้อย 2-3 ปี นักลงทุนในตลาดจำนวนมาก เช่นเทรดเดอร์ กองทุน อยู่ในสภาวะกดดันที่จะต้องทำผลตอบแทนให้ดีทุก ๆ ไตรมาส สภาวะกดดันลักษณะนี้ ทำให้กองทุนไม่อยากลงทุนในหุ้นที่ผลตอบแทนไตรมาสข้างหน้าแย่ แต่ผลตอบแทนในหลาย ๆ ปีข้างหน้าดีได้ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน คือสุภาษิตที่ดีสุดสำหรับการลงทุน เช่นเดียวกับธุรกิจ นักลงทุนควรจะหาผู้บริหารที่นอกจากจะดูแล “กำไรรายไตรมาสเพื่อรักษาราคาหุ้น” แต่ต้องไม่ลืมใส่ใจ “ความเข้มแข็งธุรกิจระยะยาว” บางครั้งการจับปลาสองมือ อาจจะทำไม่ได้จริง แต่ถ้าต้องเลือก เราควรจะเลือกรักษาสิ่งหลังมากกว่า             17) อย่าพยายามที่จะคาดเดาตลาดหุ้นไม่ว่าคุณจะมีข้อมูลเยอะแค่ไหน ตลาดหุ้นประกอบด้วยผู้คนมากมายที่มองด้วยมุมมองที่หลากหลาย มีทั้งเหตุผลและอารมณ์ ความกลัวความโลภ และมีปัจจัยมากมายที่ชี้นำตลาดหุ้น บัฟเฟตต์ไม่เคยพูดถึงดัชนีตลาดหุ้น เขาบอกว่าการดูดัชนีนอกจากที่จะไม่มีประโยชน์...

The Random Walk Down Wall Street เดินสุ่มในวอลสตรีท โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ถ้าจะหาหนังสือการลงทุน 10 เล่มที่เราควรอ่านก่อนที่เราจะลงทุนอย่างจริงจังหรือก่อนที่เราจะเป็นเซียนได้นั้น  นี่คือหนังสือที่ผมคิดว่าเป็นเล่มที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง  และมันอยู่ในระนาบเดียวกับหนังสือคลาสสิคอื่น ๆ  เช่น   The Intelligent Investor และ Common Stocks and Uncommon Profits  สิ่งที่แปลกออกไปก็คือ  นี่ไม่ใช่หนังสือที่บอกวิธีการเลือกหุ้นที่จะทำให้เรารวยหรือได้ผลตอบแทนสูงกว่าปกติ ตรงกันข้าม  มันพยายามจะบอกเราว่า  วิธีการเลือกหุ้นที่จะทำให้เราชนะได้อย่างต่อเนื่องยาวนานนั้น  “ไม่มี”   มันช่วยเตือนให้เราตระหนักว่า  การลงทุนที่จะให้ได้ผลตอบแทนดีกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์นั้นทำไม่ได้หรือทำได้ยากมาก  ที่ยิ่งทำให้เรา  “หมดหวัง”  ไปกว่านั้นก็คือ  ข้อเขียนและเนื้อหาต่าง ๆ  ที่กล่าวไว้ในหนังสือนั้น  อิงอยู่กับการศึกษาของนักวิชาการชั้นนำระดับโลกทั้งสิ้น   และนี่คือหนังสือชื่อ   The Random Walk Down Wall Street  แปลเป็นไทยก็คือ   “ เดินสุ่มในวอลสตรีท ”  เขียนโดย Burton G. Malkiel...

เกาะกระแสนักท่องเที่ยวจีน โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ผมอาศัยอยู่ใน ถนนรางน้ำมาประมาณ 30 ปีแล้ว  ช่วงแรก ๆ  นั้น ถนนเส้นสั้น ๆ ที่ยาวเพียง 400-500 เมตร นี้ “เงียบมาก”  โดยเฉพาะในตอนค่ำที่คนที่อยู่อาศัยต่างก็กลับเข้าบ้านหลังจากกลับจากการทำงาน   ชุมชนใน “ซอยรางน้ำ” ตามที่เรียกกันในสมัยนั้นเล็กมากและประกอบไปด้วยคน “รุ่นเก่า” จำนวนมากรวมถึงคนใน “อาคารสงเคราะห์ทหารผ่านศึก” ที่เก่าแก่และอยู่มานานจนกองถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง “Good Morning Vietnam” ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำแทน “ชุมชนเวียตนาม” สมัยที่เวียตนามทำสงครามกับอเมริกา  เวลาผ่านไปน่าจะประมาณ 20 ปี  กรุงเทพขยายตัวขึ้นมาก   ถนนรางน้ำและบริเวณข้างเคียงเริ่มมีการก่อสร้างอาคารใหม่ ๆ  เกิดขึ้นอานิสงค์จากการที่ที่ดินมีราคาไม่แพงแต่อยู่ใกล้ใจกลางเมืองของกรุงเทพ  โดยที่อาคารใหญ่ที่สุดก็คือ “คิงเพาเวอร์” ร้านค้าปลอดภาษีและโรงแรมพูลแมน   ตามมาด้วย “เซ็นจูรี่มอล” ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้มอลที่อยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ถนนรางน้ำก็เริ่มมีความคึกคักมากขึ้น  อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็น  “ซอยเล็ก ๆ”  ที่ผู้คนในพื้นที่อาศัย...

หุ้นไกลตัว / โดย คนขายของ

หลักการลงทุนโดยการเลือกลงทุนใน “หุ้นใกล้ตัว” ซึ่งหมายถึงหุ้นที่เราคุ้นเคยกันดีในชีวิตประจำวันเช่น ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาล ร้านอาหาร หรือ สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นที่นิยมกันในหมู่นักลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นของกิจการใกล้ตัวเหล่านี้มีราคาพุ่งขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ปัจจุบันดูเหมือนว่าโอกาสจะทำกำไรในการลงทุนในหุ้นเหล่านี้คงจะมีไม่มาก ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า หุ้นของกิจการที่ไม่ได้เป็นที่คุ้นเคยกันในชีวิตประจำวัน จะมีโอกาสที่ตลาดจะให้ราคาสูงๆ แบบพวกหุ้นใกล้ตัวกันบ้างไหม?ประเด็นนี้ทำให้ผมลองค้นหากรณีศึกษาของตลาดหุ้นซึ่งมีประวัติยาวนานอย่างสหรัฐอเมริกาดูว่า โอกาสที่ ตลาดจะให้ผลตอบแทนสูงๆ กับหุ้นไกลตัวนั้น พอจะเป็นไปได้หรือไม่? เชนร้านอาหารของอเมริกาล้วนเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ในลงทุน ไม่ว่าหุ้น McDonald’s หรือ หุ้น YUM ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์อย่าง Pizza Hut และ KFC หุ้นใกล้ตัวเหล่านี้ให้ผลตอบแทนประมาณสองร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ในรอบสิบปีที่ผ่านมา แต่มีกิจการหนึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกิจการเหล่านี้ แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในหมู่นักลงทุน คือ บริษัท Middleby Co...

อาหารเพื่อมวลชน โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

 การ “ปฏิวัติ” ของรถไฟฟ้าที่จะเข้ามาแทนที่รถยนต์นั้น  ผมคิดว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงต่อวิถีชีวิตของคนจำนวนมากทั้งที่เป็นผู้ผลิตและใช้รถยนต์  เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ  จำนวนคนที่ใช้ในการผลิตรถยนต์จะลดลงมากเนื่องจากการผลิตรถไฟฟ้าใช้คนน้อยกว่ามาก  เหตุผลก็เพราะแบตเตอรี่ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญมากและเป็นต้นทุนที่อาจจะสูงที่สุดนั้นคงใช้คนน้อยมาก  เช่นเดียวกัน  มันไม่ต้องมีชิ้นส่วนของเครื่องยนต์และที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์มากมายที่จะต้องทำ  ทั้งหมดนั้นจะทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ซึ่งรวมถึงผู้ค้นหา  ผลิตและจำหน่ายน้ำมันอยู่ในสถานการณ์ที่ “ลำบาก”  ในด้านของผู้ใช้นั้น  พวกเขาจะได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาลจากรถไฟฟ้า  ไล่ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายที่จะถูกลงมากเนื่องจากต้นทุนค่าพลังงานที่จะมาจากกระแสไฟฟ้าที่ถูกกว่าค่าน้ำมันมากและค่าซ่อมและดูแลรักษารถที่จะถูกลงเนื่องจากมันไม่ใคร่มีชิ้นส่วนที่จะต้องหล่อลื่นและสึกหรอเหมือนรถยนต์  มาถึงเรื่องของการ  “ขับ” ที่จะ  “ไม่ใช้คน” เมื่อการพัฒนาทางด้านของกฎหมายและกฎเกณฑ...

กลยุทธ์หุ้นเปลี่ยนชีวิต (2) โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

   ต่อเนื่องจากบทความที่แล้วซึ่งกลยุทธ์ที่ปูฐานความคิดหลัก ๆ ของการลงทุนในหุ้น กลยุทธ์ในตอนนี้จะเจาะจงที่การเริ่มต้นหา “ข้อมูลที่ถูกต้อง” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเป็นนักลงทุน ซึ่งหากปราศจากข้อมูลที่ถูกต้อง การวิเคราะห์ที่ดีจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ข้อมูลเหมือนวัตถุดิบชั้นดี ซึ่งจะนำไปปรุงรสโดยการวิเคราะห์ชั้นเลิศจากนักลงทุน เพื่อค้นหาหุ้นที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ             8) การหาข้อมูลจากการลงทุนนั้น จำเป็นต้องหาแยก “ข้อมูล” กับ “ความคิดเห็น” ให้ได้อย่างเด็ดขาด หลายครั้งนักลงทุนมี “ข้อมูลที่น้อยเกินไป” และเติม “ความคิดตัวเอง” ทำให้ “ผลสรุป” ที่ได้นั้น “ห่าง” จากข้อเท็จจริงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่อยู่ไกลตัวตนเอง เช่น หุ้นที่ขายของให้ผู้หญิง แต่เราเป็นผู้ชาย หุ้นที่ขายของให้กับคนต่างชาติ แต่เราเป็นคนไทย หุ้นที่ขายของให้กับเด็ก แต่เราเป็นผู้ใหญ่ เป็นต้น เราควรพยายามสรุปข้อมูลในอดีตเป็นตัวเลข เพราะนี่คือข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แต่สำหรับข้อมูลในอนาคตที่มาจากข้อคิดเห็น การคาดการณ์เป็นส่วนใหญ่ เราจำเป็นจะต้องมี “ขนาดตัวอย่างที่มากพอ” และ “มาจากแหล่...