ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก กรกฎาคม, 2016

หุ้นดี ช้าไปสิบปียังไม่สาย / โดยคุณชาย มโนภาส คนขายของ

มีอยู่หลายครั้งที่นักลงทุนเห็นหุ้นของบริษัทที่เขาคุ้นเคยมีราคาขึ้นไปอย่างไม่น่าเชื่อ คือราวๆ 10-20 เท่าจากราคาที่เขาเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน ความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ลงทุนในหุ้นเหล่านั้นย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา แต่หากเราลองมองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาเริ่มต้น ตอนที่ราคายังไม่ทะยานขึ้นมา  เราอาจจะพอนึกออกว่าเหตุที่เราไม่ลงทุนในหุ้นนั้นๆ เพราะเรายังไม่มั่นใจในบางประเด็น เช่น บริษัทยังเล็กจะไปรอดไหม? คู่แข่งมากมายจะทำอย่างไร? ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะติดตลาด แค่ไม่กี่ปีแล้วก็ซาไปหรือเปล่า? ซึ่งถ้าเรารอให้ประเด็นที่สงสัยคลี่คลายไป ความเสี่ยงลดลง ถึงแม้ต้นทุนราคาหุ้นอาจจะสูงขึ้น แต่โอกาสทำกำไรนั้นยังคงมีอยู่ ผมมาลองนึกดูว่า หากผมได้มีโอกาสเข้าไปอยู่ในยุคปี 1919 ตอนที่หุ้น โคคา-โคลา KO) เพิ่งทำ IPO หมาดๆที่ราคา 40เหรียญ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากิจการที่ 30 ล้านเหรียญ ผมจะกล้าลงทุนในกิจการ นี้ไหม? หันมาดูเศรษฐกิจทั่วไปของอเมริกาในยุคนั้น พบว่าตลาดหุ้นในช่วง 1919-1921 นั้นไม่ดี เลย ตลาดหุ้นเป็นขาลงตั้งแต่ ต้นเดือนพฤศจิกายน 1919 (ซึ่งเป็นช่วงที่ KO เข้าตลาดพอดี) จนถึง เดือน สิงหาคม 1921 ใช้เวลาเกือบสองป...

ฝันไกล-ไปไม่ถึง โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โลกยุคปัจจุบันที่การแข่งขันเข้มข้นมากนั้น  ผู้คนต่างก็ต้องการ  “ตัวช่วย”  ที่จะมา “สร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ให้กับชีวิต”  และตัวช่วยที่ว่านั้นก็คือ  “เทคนิคสร้างฝันและกำลังใจ” ที่จะสร้างพลังให้กับคนเพื่อที่จะทุ่มเทให้กับงานหรือสิ่งที่จะต้องทำ  และด้วยพลังที่ “ยิ่งใหญ่” ที่จะเกิดขึ้นนี้เองจะทำให้เราประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อ  คุณจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคที่หนักหนาไปได้ไม่ว่าคุณจะเสียเปรียบหรือด้อยกว่าแค่ไหนก็ตามถ้าคุณปฏิบัติตามแนวทางและเทคนิคต่าง ๆ  ที่ “โค้ช”  แนะนำ  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  โค้ชเหล่านั้นต่างก็ “ประสบความสำเร็จมาแล้ว” จากการใช้เทคนิคเหล่านั้น   นี่คือแนวความคิดที่มีแพร่หลายมากมาย  หนังสือถูกตีพิมพ์ออกมาจำนวนมาก  หลายเล่มเป็นหนังสือขายดี  บางเล่มกลายเป็นหนังสือคลาสสิกที่ขายดีต่อเนื่องมาหลายสิบปี  ผมเองไม่รู้ว่าคนที่อ่านสามารถนำแนวคิดและหลักการมาใช้และประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน  ส่วนตัวผมเองคิดว่ามันคงช่วยให้เขาทำได้ดีขึ้น  แต่จะเท่ากับที่เขา “ฝัน” หรือเปล่านั้น  ผมคิดว่าส่วน...

เติบโตด้วย M&A โดยคุณ วีระพงษ์ ธัม

  การซื้อหรือควบรวมกิจการ (Merger & Acquisition, M&A) มักจะได้รับความสนใจเป็นข่าวหน้าหนึ่งของธุรกิจอยู่เสมอ ๆ เพราะมันเต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น เรื่องราวที่ดูยิ่งใหญ่ ภาพการจับมือของธุรกิจขนาดยักษ์ การฉายแผนการเติบโตแบบก้าวกระโดด ในช่วงปี 2015 การทำ M&A เติบโตสูงขึ้นทำลายสถิติสูงสุดเดิม ในประเทศไทยเรามีการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ในหลาย ๆ ธุรกิจ คงจะเร็วเกินไปถ้าจะตอบว่าความสำเร็จเป็นอย่างไรในอนาคต แต่ถ้าดูจากสถิติ M&A ในอดีต บทความของ Harvard Business Review คงช่วยตอบได้ว่าทำไมการควบรวมกิจการกว่า 80% จบด้วยความล้มเหลว และเราเรียนรู้อะไรจากมันได้บ้าง             แรงกระตุ้นของการ M&A คือ ดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ทำให้ต้นทุนการเงินต่ำลงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน และ “ราคาหุ้นบริษัท” ในตลาดหุ้นที่สูง ช่วยให้การซื้อกิจการนั้นมีความคุ้มค่าในเชิงตัวเลขทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย เช่นถ้าบริษัทมีขนาด 100 ล้าน กำไร 2.5 ล้าน (ซื้อขายบน PE 40 เท่า) แล้วซื้อธุรกิจอื่นในราคา 100 ล้าน ซึ่งมีกำไรอยู่ 5 ล้าน เมื่อนำมารวมกันมูลค่าแทนที่จะเป็น 200 ล้าน แต่กลับเป็...

Cash is Trash โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

  คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับคำว่า “Cash is king” ซึ่งแปลว่า  “เงินสดคือราชัน” บางคนก็เรียกว่า “เงินสดคือพระเจ้า”  ความหมายก็คือ  ในยามที่กิจการหรือบุคคล “มีปัญหาทางการเงิน”  เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ  ขาดสภาพคล่องหรือกำลังใกล้ล้มละลาย  ซึ่งต้องการเงินสดมาใช้จ่ายหมุนเวียนนั้น  เงินสดเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดที่จะเอาตัวรอดได้  และดังนั้น  เงินจึงเปรียบเสมือนกับพระเจ้า  ไม่มีเงินสดก็  “ตาย”   Cash is king นั้นเป็นคำที่พูดกันมากในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศเกิดวิกฤตในช่วงปี 2540 ที่ทำให้กิจการส่วนใหญ่และบุคคลทั่วไปขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง  ในช่วงนั้นใครที่ยังมีเงินสดหรือสภาพคล่องที่ดีอยู่จึงปลอดภัยและได้เปรียบมากในการทำธุรกิจ  อย่างไรก็ตาม  สถานการณ์ในช่วงเร็ว ๆ  นี้เปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้าม  ธุรกิจและบุคคลธรรมดาส่วนใหญ่มีเงินสดและสภาพคล่อง “ล้น” อัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนจาก  “เงินสด”  ตกต่ำลง  “ใกล้ศูนย์”  เงินสดไม่เป็นสิ่งที่น่าพิสมัยในขณะที่การลงทุนอื่นโดยเฉพาะในหุ้นจดทะเบียนใน...

ALIBABA 3 โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

 ก่อนที่เราจะพูดถึงมหาสงคราม e-commerce ในประเทศจีน สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือสภาพแวดล้อมในธุรกิจค้าปลีกของจีนนั้นมีพัฒนาการแตกต่างจากหลาย ๆ ประเทศ วิวัฒนาการปกติของธุรกิจค้าปลีกมักจะเริ่มต้นขึ้นมาจากร้านโชว์ห่วย พัฒนามาเป็นห้างสรรพสินค้า เป็นดิสเค้าท์สโตร์ เป็นร้านค้าเฉพาะทาง หรือ Category Killer และจบลงด้วยธุรกิจในรูปแบบใหม่คือ e-commerce แต่สำหรับประเทศจีนซึ่งมีอายุของเศรษฐกิจแบบเปิดเพียงแค่ไม่กี่สิบปี และมีการเติบโตของชนชั้นกลางที่รวดเร็วที่สุดประเทศหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก ย่อมทำให้เกิดการ “กระโดด” ของพัฒนาการในธุรกิจค้าปลีกเหล่านี้ และนี่คือหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่กระโดดจากโชว์ห่วยข้ามมาเป็น e-commerce ได้เร็วและแรงที่สุด ปี 2013 e-commerce ในจีนมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแซงหน้าสหรัฐอเมริกา และยังคงเติบโตหลายสิบเปอร์เซ็นต์ต่อปี หม่าอวิ๋น (Jack Ma) พูดว่าในประเทศอื่น e-commerce เป็นช่องทางการซื้อของช่องทางหนึ่ง แต่สำหรับประเทศจีน นี่คือวิถีชีวิตของเราไปแล้ว             ย้อนกลับไปในปี 2000 มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในจีนเพียงแค่ 2.1 ล้านคน แต่การสร้างโค...

Alibaba 2 โดย คุณวีระพงษ์ ธัม

อ่านบทความ Alibaba ตอนที่ 1 โดยคุณวีระพงษ์ ธัม  หลังจากที่หม่าอวิ๋นหรือ Jack Ma ก่อตั้ง Alibaba ในปี 1999 จุดมุ่งหมายแรกของเขาคือการสร้างฐานลูกค้า ยุคแรกของ Alibaba คือช่วงที่ธุรกิจ dot com กำลังเบ่งบานเต็มที่ บริษัทสามารถระดมทุนได้โดยไม่ยากนัก ทั้งจากนักลงทุนรายกลางและรายใหญ่ แต่ช่วงเวลาฮันนีมูนนั้นไม่เคยยาวนาน ปี 2000 ฟองสบู่ dot com ในตลาดหุ้น Nasdaq แตกในที่สุด ช่วงเวลานั้นภาพทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ นักลงทุนหมดความหวังกับธุรกิจ dot com และเงินที่หล่อเลี้ยงบริษัทที่เดิมจ่ายโดยนักลงทุนมือเติบก็เหือดแห้งไปพร้อม ๆ กับความยากลำบากที่ Alibaba ต้องเผชิญ และทุก ๆ ครั้งที่มีวิกฤตก็กำเนิดโอกาสที่พาให้ Alibaba และหม่าอวิ๋น เริ่มสร้างสุดยอดกลยุทธ์ธุรกิจในแบบที่ไม่มีในตำรา             Alibaba.com ต้องตั้งหลักใหม่เพื่อความอยู่รอด โดยเริ่มต้นจากการลดค่าใช้จ่าย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ Alibaba มีงานต้องกวาดหลังบ้าน จากเดิมที่ทุกอย่างถูกรวมศูนย์อยู่ที่หม่าอวิ๋น บริษัทเริ่มหาวิธีบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ ตัดลดงบโฆษณาลงท...

จุดเข้าซื้อหุ้นของ Berkshire Hathaway / โดย คนขายของ

  จุดเข้าซื้อหุ้นของ Berkshire Hathaway / โดย คนขายของ ความเชื่อที่ว่านักลงทุนระยะยาวมักจะซื้อหุ้นที่มี PE ต่ำ PBV ต่ำ และจ่ายเงินปันผลสูง มีมาช้านาน ความเชื่อนี้กับความจริงในปัจจุบันจะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? นี่เป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ผมเริ่มทำการศึกษาการเข้าซื้อหุ้นเข้าพอร์ตของ Bershire Hathaway (BRK) บริษัทของมหาเศรษฐี Warren Buffett ในช่วง ตั้งแต่กลางปี 2009 ถึงปัจจุบัน เพื่อจะดูว่า ณ จุดที่ BRK เข้าซื้อหุ้นแต่ละตัวในช่วงนี้ อัตราส่วนทางการเงินของบริษัทเหล่านี้เป็นเท่าไหร่? PE ต้องต่ำเหมือนความเชื่อที่มีมานานไหม? จากการเก็บข้อมูลพบว่า BRK ซื้อหุ้นทั้งหมดเป็นจำนวน 42 ตัวในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อให้กระชับ ผมจึงได้ตัดหุ้นที่ซื้อหลังกลางปี 2013 ออกไป ทั้งนี้เพราะการถือครองยังไม่ยาวพอที่จะบอกว่าเป็นการซื้อเพื่อลงทุนระยะยาวหรือไม่ นอกจากนั้นผมได้ตัดหุ้นที่ BRK ซื้อมาในช่วงตั้งแต่ปี 2009 แต่ได้ขายทิ้งออกระหว่าง ทางออกไปด้วย เหลือเฉพาะหุ้นที่ซื้อแล้วถือมาจนปัจจุบัน และทุกตัว BRK ได้ถือครองมาเป็นระยะเวลา มากกว่า 3 ปีขึ้นไป ทั้งนี้้เพื่อที่จะได้กรองแล้วว่าเป็นการซื้อเพื...

Red Ocean Stock โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

Red Ocean Stock โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร       การจัดกลุ่มของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ตามอุตสาหรรม  เช่น หุ้นกลุ่มอาหาร  พลังงาน  หรือค้าปลีกนั้น  สำหรับผมแล้ว  บางทีมันก็บอกสิ่งที่ผมต้องการรู้ได้ไม่ชัด  เพราะหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันนั้น  บางทีก็มีคุณสมบัติที่เกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขัน  การทำเงินหรือทำกำไรของบริษัทไม่เหมือนกัน  เช่น บริษัทที่ขายอาหารสัตว์กับบริษัทที่ขายอาหารคนนั้นย่อมที่จะไม่เหมือนกัน  เช่นเดียวกัน  บริษัทที่ขายวัตถุดิบในการทำอาหารกับบริษัทที่ขายอาหารสำเร็จหรือภัตตาคารก็มีลักษณะหรือโมเดลในการทำธุรกิจที่แตกต่างกัน  ดังนั้น  เวลาผมจะดูว่าบริษัทน่าจะอยู่ในกลุ่มไหน  ผมจึงมีนิยามของกลุ่มของผมเองซึ่งผมจะเน้นไปที่เรื่องของการแข่งขันของธุรกิจเป็นหลัก  และกลุ่มที่สำคัญกลุ่มหนึ่งนั้น  ผมเรียกมันว่าหุ้นในกลุ่ม “Red Ocean Stock (ROS)”  หรือแปลง่าย ๆ  ว่าเป็นหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงหรือสูงมาก ลักษณะของหุ้น ROS นั้นก็คือหุ้นที่อยู่ในอุตส...

วิธีเลือกหุ้น (2) โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

  จากบทความที่แล้ว วิธีเลือกหุ้น (1 )  นอกจากวิธีเลือกหุ้นโดยใช้ตะแกรงร่อน หรือเลือกหุ้นจากกระแสอุตสาหกรรมที่โดดเด่นแล้ว วิธีเลือกหุ้นต่อมา คือ การเลือกจาก “ผู้บริหาร” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาซึ่งความสำเร็จหรือล้มเหลวของบริษัท             การเลือกหุ้นจากผู้บริหาร เราจำเป็นต้องเข้าใจลักษณะนิสัย วิธีคิด วิสัยทัศน์ของพวกเขาให้ลึกซึ้ง ซึ่งในโลกยุคนี้ข้อมูลค่อนข้างหาได้ง่าย จากการค้นคว้าบนอินเตอร์เน็ต เราสามารถหาอ่านบทสัมภาษณ์ หรือดูจากรายการทีวี ความโดดเด่นจะค่อย ๆ ฉายแววจาก “ร่องรอยแห่งความสำเร็จ” ที่มีให้เห็น ตั้งแต่ความสำเร็จเล็ก ๆ ขึ้นมาตามลำดับ และต้องไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ประวัติด่างพร้อย” เช่นการทุจริต ความไม่ตรงไปตรงมา หรือการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ซึ่งนำปัญหาที่ใหญ่มากในภายหลังคือปัญหาธรรมาภิบาล             นอกจากนั้น เราจำเป็นต้องเข้าใจแรงจูงใจของผู้บริหารด้วยว่า พวกเขามีความตั้งใจที่จะทำให้กิจการเติบโตหรือไม่ หรือผู้บริหารมีสิ่งอื่นที่เขาสนใจมากกว่า ผู้บริหารควรจะมีความคิดในลักษณะของ “ไดเมียว” ในหนังญี่ปุ...

ความจริงที่ควรรู้ก่อนเข้าตลาดหุ้น โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

คนจำนวนมากเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพราะได้ยินและเชื่อว่าตลาดหุ้นสามารถทำเงินให้งอกเงยขึ้นเร็วและง่ายกว่าหนทางอื่น  หลายคนอาจจะหวังร่ำรวยและมี “เสรีภาพทางการเงิน” ในเวลาไม่นานนักจากการลงทุนในตลาด  บางคนก็แค่หวังว่าจะสามารถเกษียณได้อย่างมีเงินเพียงพอโดยการลงทุนในตลาดหุ้น  คนที่คิดว่าตนเองมีความสามารถสูงในการที่จะวิเคราะห์หรือมีกลยุทธ์การลงทุนที่ดีก็มักที่จะมีความทะเยอทะยานสูง  พวกเขาหวังที่จะ  “รวย”  จากตลาดหุ้นอย่างเต็มเปี่ยม  ตลาดหุ้นมีความน่าท้าทายและไม่น่าเบื่อหน่ายเทียบกับงานอย่างอื่น  การลงทุนนั้นไม่ต้องถูกใครสั่ง  ไม่มีนาย  ไม่ต้องเอาใจใคร  ว่าที่จริงการลงทุนนั้นถ้าจะมีก็คือมีคนที่จะเอาใจเรา  เช่น  โบรกเกอร์อยากชักชวนให้เราซื้อขาย  นักวิเคราะห์มาเสนอข้อมูลให้เราฟัง  แม้แต่ผู้บริหารบริษัทเองบางทีก็มาบรรยายคุณสมบัติของกิจการให้เราฟังอย่างกับว่าเราเป็นเพื่อนหรือคนที่มีอุปการคุณ  การวิเคราะห์ศึกษาและการตัดสินใจทำในเรื่องของการลงทุนเองนั้นก็ดูเหมือนว่าจะสนุกสนานน่าตื่นเต้น   จะทำแค่ไหนก็ได้ตราบที่เรายัง...

ดีลล่าสุดของ Microsoft / โดย คนขายของ คุณชายมโนภาส

บริษัทซอฟแวร์ยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ซึ่งมีมูลค่ากิจการสูงถึงสี่แสนล้านเหรียญสหรัฐ ก่อตั้งโดย Paul Allen และ Bill Gates เมื่อปี 1975 และ กลายมาเป็นบริษัทจดทะเบียนในปี 1986 ถ้านักลงทุนซื้อหุ้น Microsoft (MSFT) ตอน IPO แล้วถือมาถึงทุกวันนี้ จากเงิน 10,000 บาทเมื่อ 30 ปีที่แล้ว จะกลายมาเป็น 5.3 ล้านบาทในปัจจุบัน ไม่รวมปันผลที่ได้ในแต่ละปี) บริษัทมีรายได้หลักจากการขายโปรแกรม Windows และ Office ต่อมาได้ขยายเข้าสู่ธุรกิจเครื่องเล่นเกมส์ XBOX ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทดูเหมือนจะประสบ ความสำเร็จในทุกๆ ด้าน แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ตกเป็นที่วิจารณ์เป็นอย่างมาก คือการทำ M&A ของบริษัท MSFT ตัดสินใจซื้อหุ้นของ aQuantive บริษัทโฆษณาบนโลกออนไลน์ ในปี 2007 เป็นเงินสูงถึง 6.3 พันล้านเหรียญ แต่อีกห้าปีต่อมาบริษัทต้องทำการตัดจำหน่ายมูลค่าเงินลงทุนออกไปเกือบทั้งหมด เพราะไม่สามารถทำกำไรได้ในธุรกิจนี้ และต่อมาในปี 2014 MSFT ได้ซื้อกิจการ โทรศัพท์มือถือของ Nokia เป็นเงิน 7.2 พันล้านเหรียญ ซึ่งภายในอีกเพียงหนึ่งปีต่อมา ทางบริษัทต้องตัดจำหน่ายเกือบทั้ง จำนวนออกไป เพราะธุรกิจขายโทรศัพท์มือถือไม่เป็นดังคาด แล้...