ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มีนาคม, 2016

บทเรียนการลงทุนจาก WW II / โดยดร.นิเวศ เหมวชิรวรากร

ผมจำไม่ได้ว่าเริ่มสนใจศึกษาและรู้สึก “หลงใหล” กับการอ่านเรื่องของสงครามโลกครั้งที่สองหรือที่มักเขียนเป็นตัวย่อภาษาอังกฤษว่า WW II (World War II) ตั้งแต่เมื่อไร  รู้แต่ว่าเกิดขึ้นหลังจากที่ผมกลายเป็นนักลงทุน VI ที่มุ่งมั่นประมาณ 20 ปีมาแล้ว  ภาพยนตร์และสารคดีที่เกี่ยวกับหรืออิงกับสงครามโลกครั้งที่สองเกือบทุกเรื่องกลายเป็นเรื่องที่ผมอยากชม  หลายเรื่องไม่เกี่ยวกับการรบแต่เป็นเรื่องของชีวิตในช่วงสงคราม เช่น เรื่องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวโดยนาซีก็กลายเป็นหนังที่ผมชอบดูไปด้วย  เหตุผลที่ผมชอบนั้นส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ  สงครามโลกครั้งที่สองนั้นเป็นสงครามที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์และได้เผยให้เห็นพฤติกรรมและธาตุแท้ของมนุษย์ถึงแก่น  และในเหตุการณ์นั้น  คนแต่ละกลุ่มหรือชาติได้ใช้สรรพกำลัง ความคิด และอารมณ์ขั้นสูงสุดที่จะ “เอาชนะ” เพื่อที่จะดำรงความเป็นมนุษย์ที่สูงที่สุดหรือดีที่สุดของตนเองและเผ่าพันธุ์ของตนเอง  ดังนั้น  การเรียนรู้เรื่องของ WW II น่าจะทำให้เราเข้าใจเรื่องของมนุษย์และสังคมมากมายอย่างที่หาได้ยากจากเรื่องอื่น ๆ บทเรียนจากสง...

โอกาสทอง ในการท่องเที่ยว / คนขายของ

ตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008 เป็นต้นมา มีไม่กี่อุตสาหกรรมในโลกที่ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนั้น World Tourism Organization (UNWTO) ได้ประเมินว่าการเดินทางของประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ในอัตราปีละ 4% ในช่วงตั้งแต่ปี 2010-2030 ในปี 2015 มีการประเมินว่า มีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคนที่เดินทางระหว่างประเทศ และตัวเลขนี้จะกลายเป็นสองพันล้านคนในปี 2030 จุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวในยุคก่อนปี 2000 ที่ส่วนมากกระจุกตัวอยู่ในยุโรปจะเปลี่ยนมาเป็นประเทศในเอเซีย และลาตินอเมริกามากขึ้น ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวจีนมีอัตราเพิ่มขึ้นสูงมาก และเป็นตัวจักรสำคัญที่ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของโลก เมื่อ 15 ปีก่อนมีชาวจีนเพียงแค่ราว 10 ล้านคนที่ได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ แต่ในปี 2015 ข้อมูลจาก China Tourism Research Institute ได้รายงานว่านักเดินทางชาวจีนได้เพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่วัย 25-34 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือเพิ่งมีครอบครัว โดย 64% ของผู้ที่เดินทางทั้งหมดเป็นผู้หญิง ซึ่งให้ความสำ...

หุ้นแห่งทศวรรษ /โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

     ถ้าจะถามผมว่าหุ้นตัวไหนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเวลานี้คือ “หุ้นแห่งทศวรรษ”  ผมคิดว่าคือหุ้น จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล หรือหุ้น  ไม่ใช่เพราะว่าเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด  แม้ว่าในช่วงหนึ่งมันให้ผลตอบแทน “สุดยอด”  แต่เพราะว่า JAS เป็นหุ้นที่ “มีทุกอย่าง” ที่คนเล่นหุ้นหรือนักลงทุนต้องการไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่  เป็นหุ้นยอดนิยมของทั้ง Value Investor ของ “ขาใหญ่”  ในตลาดหุ้น  และของนักเล่นหุ้นและนักลงทุนรายย่อย   เป็นหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงติดอันดับ 1 ใน 10 เกือบทุกวันเป็นเวลาต่อเนื่องมาหลาย ๆ  ปี  เป็นหุ้นที่ทำให้คนบางคนรวยเป็นเศรษฐีและทำให้คนบางคนโดยเฉพาะรายย่อยบางคน  “เจ๊งยับเยิน” และอื่น ๆ  อีกมาก  มาดูกันว่าหุ้นตัวนี้มีเรื่องราวและ  “ดราม่า” มากน้อยแค่ไหนโดยที่ผมเองนั้นจะเขียนจากความทรงจำคร่าว ๆ  ที่ได้รับรู้เกี่ยวกับบริษัทจากสื่อและวงการนักลงทุนที่ผมรู้จัก หุ้นของ JAS นั้นเริ่มต้นน่าจะเกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานหรือโทรศัพท์มีสายในต่างจังหวัดผ่านบริษัท ...

เกษียณอายุให้มีความสุข /โดยดร.สันติ กีระนันทน์

เริ่มต้นปีใหม่ 2559ด้วยความหวังใหม่อีกครั้งหนึ่งครับ ทุก ๆ ครั้งที่มีเหตุการณ์ใหม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลใด เราก็อาจจะใช้โอกาสนั้นเป็นกุศโลบายเพื่อเริ่มสิ่งใหม่ ๆ หรือแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดก่อนหน้านั้น ซึ่งก็จะเป็นกำลังใจให้สามารถก้าวข้ามสิ่งบกพร่องและเริ่มสิ่งที่ดีขึ้นเสมอ ผมมีความคิดว่าในช่วงปีใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างนี้ มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือการคำนึงถึงช่วงเวลาทำงานที่ยังคงเหลือก่อนที่จะถึงเวลาเกษียณจากงานประจำในปัจจุบันนี้ การคิดเช่นนี้ ไม่จำเป็นจะต้องทำตอนที่เหลือเวลาการทำงานอีกไม่กี่ปี แต่ควรจะทำตั้งแต่เริ่มต้นทำงานด้วยซ้ำไป เพราะยิ่งระลึกถึงเรื่องนี้ได้เร็วเท่าไรก็จะทำให้ระยะเวลาการทำงานยังคงเหลือมากพอที่จะแก้ไขสิ่งที่ไม่เหมาะสม หรือทำให้การวางแผนเพื่อให้เกิดอิสรภาพทางการเงินเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด หากทิ้งเวลาไปนาน ไม่ให้ความสนใจกับการวางแผนการเงินของตนเองเพื่อเป้าหมายการเกษียณอายุอย่างมีความสุข กว่าจะนึกได้ อาจจะเหลือเวลาการทำงานอีกไม่กี่ปี ซึ่งหากมีทรัพย์สินเงินทองไม่เพียงพอหลังการเกษียณแล้ว ก็อาจจะแก้ไขได้ยากแล้ว ก่อนจะชวนคิดกันเรื่องการวางแผนการเงินเพ...

ยูนิคอร์นหมื่นล้าน / โดยคุณวีระพงษ์ ธ้ม

ยูนิคอร์น ไม่ได้หมายถึงม้ามีเขาในเทพนิยาย แต่หมายถึงบริษัทเอกชน ซึ่งมักจะอยู่ในกลุ่ม Tech Startups ซึ่งมีมูลค่า (จริง ๆ คือราคาซื้อขาย) มากกว่า 35,000 ล้านบาท (1 Billion USD) นี่คือความฝันของทั้ง “ผู้สร้าง” “นักพัฒนา” และ “นักลงทุน” ที่จะเป็นเจ้าของยูนิคอร์นหมื่นล้าน จากสถิติของ Venturebeat ปัจจุบันมียูนิคอร์น 229 บริษัท รวมมูลค่าทั้งหมดสูงกว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่น่าทึ่งคือเกือบทุกธุรกิจยังไม่มี “กำไร” แม้แต่เหรียญเดียว นี่คือกระแสที่กำลังมาแรงที่สุดอย่างหนึ่งในโลกธุรกิจและการลงทุน เพราะนี่ไม่ใช่หุ้น 10 เด้ง (ราคา 10 เท่าตัว) ตามตำราปีเตอร์ ลินซ์ แต่นี่คือหุ้นผลตอบแทนระดับ 10,000 เด้ง             ยูนิคอร์นที่โดดเด่น 3 อันดับแรกของฟอร์จูน คือ Uber (อันดับ 1) Xiaomi (อันดับ 2) Airbnb (อันดับ 3) ซึ่งล้วนเป็นยูนิคอร์นที่กำลัง “แปลงร่าง” เป็น IPO เข้าสู่ตลาดหุ้นด้วยมูลค่าสูงลิ่ว ธุรกิจ Airbnb มีราคาซื้อขายนอกตลาดเพิ่มขึ้นถึง 155% ในปี 2015 มูลค่าปัจจุบันประมาณ 25,000 ล้านเหรียญ ถือว่าเป็นธุรกิจโรงแรมที่มี “มูลค่าสูงที่สุดในโลก” แซงหน้าเครือข่ายโรงแร...

ปัญหาของกลยุทธ์การลงทุน / โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากุล

คนที่ศึกษาและติดตามเรื่องการลงทุนผ่านสื่อต่าง ๆ  มานานก็จะพบกับ “กลยุทธ์การลงทุน”  หรือ  “เทคนิคในการลงทุน”  มากมายที่มีคน  “นำเสนอ”  หรือ  “บอกต่อ”  ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีและจะนำไปสู่  “ความสำเร็จในการลงทุน”  โดย  “อัตโนมัติ”  และบ่อยครั้งพวกเขาก็แสดงผลงานและตัวเลขย้อนหลังให้เห็น  หรือไม่ก็ยกประสบการณ์ส่วนตัวที่ทำมาและได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ  จริงอยู่สิ่งที่ทำหรือกลยุทธ์ที่ใช้อาจจะไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุด  แต่มันก็ให้ผลตอบแทนที่ “ดี” และมี“ความเสี่ยงต่ำ” เสมอ  ดังนั้น  คนที่คิดหรือรู้ว่าตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการลงทุนจริง ๆ จึงสนใจที่จะใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ  เหล่านั้นที่ตนเองคิดว่าเหมาะสมกับตัวเองที่สุด   แต่ทั้งหมดนั้นจริงหรือไม่?  และมันมีปัญหาอะไรที่อาจจะทำให้กลยุทธ์บางอย่างนั้น  ใช้ไม่ได้จริง ๆ ในทางปฏิบัติ  ลองมาดูกลยุทธ์การลงทุนหลาย ๆ  อย่างที่เราได้ยินบ่อย ๆ เรื่องแรกก็คือ  การลงทุนระยะยาวในหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่สูงที่สุดประมาณ 10-12% ต่อปีแบบทบต้น  ดังนั้น ...

"Bitcoin & Blockchain" FinTech ที่กำลังเขย่าระบบการเงินโลก /โดยคุณเจษฏา สุขทิศ

บทความฉบับนี้จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับ บิทคอยน์ (Bitcoin) และบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งจัดเป็น2 ฟินเทค (FinTech) ที่กำลังค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาปฏิวัติระบบเงินตราโลก อาจจะดูซับซ้อนไปบ้างแต่เชื่อว่าเป็นความรู้ที่ควรค่าแก่การศึกษาแน่นอน จะได้ไม่ตกเทรนด์กันนะครับ ขอเริ่มต้นด้วย Bitcoin ก่อนเลยนะครับ Bitcoin จัดเป็นสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) ที่เกิดขึ้นในปี 2008และเริ่มมีความแพร่หลายในการใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสำคัญที่สุดก็มาจากต้นทุนที่ถูกกว่าในการทำธุรกรรม หากเปรียบเทียบการซื้อขายผ่านบัตรเครดิตซึ่งมีต้นทุนการทำธุรกรรม 2 – 4% ขณะที่ Bitcoin มีต้นทุนการทำธุรกรรมโดยเฉลี่ยต่ำกว่า 1% ถูกกว่ากันหลายเท่าตัวครับ นอกจากนี้ความโปร่งใสของ Bitcoin จากการที่ระบบในการขุด Bitcoin เป็น open source คือเปิดเผยและตรวจสอบได้ รวมไปถึงจำนวน Bitcoin ที่มีการกำหนดไว้ชัดเจน 21 ล้านเหรียญ ก็มีส่วนช่วยให้ผู้ใช้เกิดความชัดเจนว่าอุปทานของ Bitcoin เองจะไม่มากเกินไป ปัจจุบันเริ่มมีร้านค้าทั้ง online & offline เริ่มเปิดให้มีการใช้ Bitcoin ในการทำธุรกรรมมากขึ้นยกตัวยอย่างเ...

ส่องสินทรัพย์ / โดย คนขายของ

      ตัวเลขสำคัญที่นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้ในการประเมินมูลค่าของบริษัท โดยส่วนมากจะเน้นตัวเลขของกำไรเป็นหลัก แต่ในการประเมินธุรกิจสำหรับการลงทุนในระยะยาว นักลงทุนเน้นคุณค่ามักมองหุ้นด้วยมุมมองของการทำธุรกิจ ซึ่งต้องมีความเข้าใจในตัวบริษัทมากกว่าความสามารถในการทำกำไร การเข้าใจอย่าง ถ่องแท้ถึง “สินทรัพย์” (ASSET) ที่บริษัทใช้ในการประกอบธุรกิจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญ ทั้งนี้เพราะสินทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะตัวไม่เหมือนกัน จึงเป็นเหตุให้ความมั่นคงและความเสี่ยงของแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน การประเมินมูลค่ากิจการจึงต้องมีการเจาะลึก ลงไป ถึงจะเข้าใจมูลค่าที่แท้จริง ดังนั้นในบทความนี้จึงขอแบ่งบริษัทตามประเภทของสินทรัพย์ที่ใช้ ประกอบกิจการ ออกเป็น 3 ประเภทดังนี้ หนึ่ง บริษัทที่สินทรัพย์ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจมีแนวโน้มที่มูลค่าสูงขึ้นตามกาลเวลา บริษัทพวกนี้มักอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า, ค้าปลีก หรือ โรงแรม ทั้งนี้เพราะราคาที่ดินและค่าก่อสร้างซึ่งมีแรงผลักดันของเงินเฟ้ออยู่เบื้องหลังทำให้ราคาสูงขึ้น จากสถิติย้อนหลัง อัตราเงินเฟ้อเฉลี่...

แข่งกันเป็นนกตัวแรก / โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

   ถ้าเราอยากจะประสบความสำเร็จ สุภาษิตฝรั่งที่อยู่ในลำดับต้น ๆ ในเรื่องนี้คือ “Early Bird catches The Worm” หรือแปลว่านกที่ตื่นเช้าจะได้กินหนอน (ส่วนนกที่ตื่นสายก็จะไม่มีอะไรกิน เพราะนกที่ตื่นเช้ากินหมดแล้ว) นี่คือความเชื่อหลักซึ่งนำไปสู่กลยุทธ์ทางธุรกิจในเรื่อง First Mover Advantage หรือความได้เปรียบหากเรารีบลงมือก่อน ส่วนการผลัดวันประกันพรุ่งดูเหมือนจะเป็น “ผู้ร้าย” ในทุก ๆ เรื่อง แต่คนมักจะลืมไปว่า Early Bird catches the worm, but the early Worm gets caught แปลว่าหากเรามองอีกมุมหนึ่ง “นกตัวแรก” อาจจะได้กินหนอน ในขณะเดียวกัน “หนอนตื่นเช้า” ก็จะถูกจับกินเป็นตัวแรกเช่นเดียวกัน ปัญหาคือเรามักจะคิดว่าตัวเองเป็น “นกตัวแรก” แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราไม่ใช่ “หนอนตัวแรก”             ธุรกิจในโลกส่วนใหญ่ล้วนประกอบไปด้วยคนสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้บุกเบิก ผู้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มที่ลงหลักปักฐานหรือ “ผู้ชนะ” บนความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ คนสองกลุ่มนี้อาจจะเป็นคนเดียวกัน และหลายครั้งกว่ามักจะเป็นคนละคนกัน เช่นถ้าเราพูดถึงผู้คิดค้นโทรศัพท...

วิเคราะห์การลงทุนปี 59 เพื่อให้คุณคิดได้อย่างเซียน

ถือเงินสด รอเก็บ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนแนววีไอ กล่าวว่าสถานการณ์หุ้น เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2558 หุ้นตกลงมา 20% เป็นตลาดหมี ทำให้คนหมดกำลังใจ เพราะหลายปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นจะสร้างผลตอบแทนดี ทำให้มีนักลงทุนเข้ามาเพิ่มจำนวนมาก จึงทำให้นักลงทุนไม่คุ้นเคยสภาวะหุ้นซบเซา และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นการเตือนเบาๆ เพราะตลาดหุ้นเคยมีเหตุการณ์ตกหนักมาก่อนในอดีต ปีนี้ราคาก็ลงมาอีก เหมือนแมวตกลงมาและดิ้น 3-4 รอบ เหตุผลที่ทำให้ตลาดหุ้นขึ้นไม่มาก เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจที่ผ่านมาโตไม่ถึง 3% ถือว่าไม่ดี และปัจจัยหนึ่งในการเติบโตของเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาเกิดจากการลดภาษีนิติบุคคล แต่ปัจจัยพื้นฐานจริงๆ ไม่ได้สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ “พื้นฐานเศรษฐกิจไม่ดีมาหลายปี สถานการณ์ต่างประเทศ และจีนไม่ค่อยดี เป็นการสะกิดเตือน และดอกเบี้ยต่ำขนาดนี้ เม็ดเงินมีน้อย ราคาหุ้นแพงจึงเป็นการปรับตัว” ดังนั้นสิ่งที่จะเห็นจากนี้ไปตลาดหุ้นจะทรงๆ หลายปี เพราะไทยเข้าสู่ New Normal จะหวังผลตอบแทน 10% ค่อนข้างยาก “ที่ผ่านมาผมลงทุนหุ้น 99.5% ถือเงินสดไม่ถึง 1% แต่ปีที่ผ่านมาถือเงินสด 20% และปีนี้ถือเพิ่ม 30% ผมถือเงินส...

หุ้นเล็กโต(ไม่)ไว / โดยดร.นิเวศน์

    ตลาดหุ้นไทยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ดูเหมือนว่าจะปรับตัวดีขึ้นมากและดีกว่าประเทศอื่น ๆ  ในเอเชียและในโลกอีกหลายประเทศ  เรียกว่า  “หักปากการเซียน”  หลายคนที่มองว่าปีนี้คงเป็นปีที่ไม่ดีนักเนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ  ที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งในและต่างประเทศ  นับจากต้นปีจนถึงวันที่ 4 มีนาคม 2559 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วประมาณ 7% เพิ่มขึ้นจากประมาณ 1288 จุดเป็น 1380 จุด ไม่นับรวมเงินปันผล  อย่างไรก็ตาม  การปรับตัวขึ้นของหุ้นในรอบนี้ดูเหมือนว่าจะ  “ไม่ทั่วฟ้า”  เพราะนักลงทุนรายย่อยจำนวนไม่น้อยบ่นว่าเขาไม่ได้กำไรเลย  บางคนยังขาดทุนด้วยซ้ำเพราะหุ้นที่ตนเองถือหรือเล่นอยู่นั้นไม่ได้ขึ้นแถมบางตัวกลับตกลงมาอีก  ดูเหมือนว่าหุ้นที่ขึ้นนั้นส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นหุ้นบลูชิพหรือหุ้นที่มีความแข็งแกร่งที่ก่อนหน้านี้ตกลงมาเนื่องจากเหตุผลหลาย ๆ  อย่างที่เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม  เช่นหุ้นพลังงาน  หุ้นแบ้งค์  หุ้นสื่อสารและค้าปลีก  เป็นต้น  ไม่ใช่หุ้นขนาดเล็กที่เป็นหุ้นยอด...

เสือสองตัวในถ้ำเดียวกัน /โดย ชาย มโนภาส

คอลัมน์ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ โดย ชาย มโนภาส เป็นที่รู้กันดีว่าสองมหาเศรษฐีนักลงทุนของโลก George Soros และ Warren Buffett ถึงแม้ว่าจะเกิดเดือนเดียวปีเดียวกัน แต่แนวการลงทุนของทั้งสองท่านแตกต่างกันมากทีเดียว Soros นั้นเน้นการเก็งกำไร โดยอาศัยทั้งหลักเศรษฐศาสตร์ การเมืองและจิตวิทยามวลชน แต่ Buffett จะเน้นแนวที่เรียกกันว่า Value Investing หากหันมาดูพอร์ตลงทุนของทั้งสองจะพบว่า หุ้นที่ Soros ถือมากที่สุดในพอร์ตตอนนี้คือหุ้นสุดยอดบริษัทขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ตของจีนชื่อ Alibaba ซึ่งเป็นหุ้นแนวเทคโนโลยี โดยให้น้ำหนักถึง 5% ของพอร์ต แต่ Buffett กลับเลือกที่จะถือหุ้นธนาคาร Wells Fargo ซึ่งโมเดลการทำธุรกิจแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงจากในอดีต โดยให้น้ำหนักถึง 23% ของพอร์ต ถึงแม้ว่าแนวการลงทุนจะแตกต่างกัน หลังจากศึกษาหุ้นที่ทั้งสองนักลงทุนเอกของโลกถือครองอยู่ ณ สิ้นปี 2014 กลับพบว่ามีหุ้นอยู่ทั้งหมดเจ็ดตัวที่ทั้ง Buffett และ Soros ถือเหมือนกัน ซึ่งในบทความนี้ขอยกมา 3 ตัว เพื่อศึกษาว่ากิจการเหล่านี้มีดีอย่างไร บริษัทที่หนึ่ง General Motor (GM) บริษัทผลิตรถยนต์ของอเมริกาซึ่งมีประวัติความเป็นมาอันยาว...