ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ตุลาคม, 2015

ลงทุน ลงทุน และลงทุน / ดร.สันติ

     หลังจากที่จบบทความชุด “การจัดอันดับเครดิต” ลงไปแล้ว ก็พยายามคิดว่า อนุกรมถัดไปจะเขียนเรื่องอะไรดี คิดวนไปวนมา ก็เลยกลับมาที่การลงทุนในเครื่องมือทางการเงิน (financial instrument) ซึ่งมีอยู่หลากหลายในขณะนี้ คิดว่าจะพยายามนำเรื่องราวที่เป็นพื้นฐานความเข้าใจของการลงทุนในเครื่องมือทางการเงินเหล่านี้ ซึ่งแน่นอนว่า บางเรื่องนั้น อาจจะเป็นการคุยซ้ำในสิ่งที่รู้และคุ้นเคยอยู่แล้ว ก็จะขอร้องท่านผู้อ่านว่า กรุณายอมรับว่า หลายสิ่งหลายอย่างอาจจะเป็นการนำมะพร้าวห้าวมาขายสวน แต่ก็หวังว่าจะทำให้เจ้าของสวนอย่างท่านผู้อ่าน ได้รับทราบข้อมูลเหล่านั้นในมุมมองที่อาจจะแตกต่างไปบ้างครับ และการรับทราบข้อมูลหรือมุมมองที่แตกต่างไป อาจจะทำให้ท่านผู้อ่านที่ทราบเรื่องเหล่านั้นดีอยู่แล้ว ยิ่งมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีก ซึ่งน่าจะเกิดประโยชน์ต่อชีวิตการลงทุนของท่านเพิ่มขึ้น    ปัจจุบันนี้ นักลงทุนแต่ละท่านที่ปรารถนาความสำเร็จในการลงทุนแต่ละทางเลือกนั้น เข้าใจเรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน (risk and return) กันเป็นอย่างดีแล้ว และนักลงทุนหลายท่านก็มีความชำนาญในกลยุทธการลงทุนและการเก็งกำ...

ยีนส์กับการลงทุน / ดร.นิเวศน์

     ผมรู้จัก “ยีนส์” ครั้งแรกสมัยที่ผมเรียนวิชาชีววิทยาในระดับมัธยมศึกษา  ในตอนนั้นผมไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะคิดว่ามันเป็นแค่ความรู้ที่เอาไว้สอบเข้าคณะแพทยศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นสาขาที่ผมไม่สนใจที่จะเรียนต่อ  ผมกลับมาสนใจเรื่องของยีนส์เมื่อประมาณ 10 ปีมานี้เองเนื่องจากยีนส์ถูกนำมาอธิบายเรื่องของจิตวิทยามากขึ้นเรื่อย ๆ  จนกลายเป็นสาขาหนึ่งเรียกว่า  “จิตวิทยาวิวัฒนาการ” ความรู้เรื่องของยีนส์ที่เป็นตัวกำหนดอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรมของมนุษย์นั้นก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วแบบ  “ก้าวกระโดด”  จนถึงวันนี้ผมคิดว่าแทบทุกพฤติกรรมของคนเรานั้นสามารถอธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ของยีนส์     ยีนส์น่าจะมีผลต่อความคิดและพฤติกรรมของคนแต่ละคน  “เกินครึ่ง”  ส่วนที่เหลือก็มาจากการอบรมสั่งสอนและสังคมที่เราอยู่  ดังนั้น  ถ้าจะเข้าใจเรื่องของคนผมคิดว่าเราต้องเข้าใจเรื่องของยีนส์ของมนุษย์ที่ถูกออกแบบมา—เพื่อที่จะเอาตัวรอด  เติบโต  และเผยแพร่เผ่าพันธุ์ของมัน  โดยที่ยีนส์ในมนุษย์นั้น  ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับส...

Beyond Finance / โดย คนขายของ

นักลงทุนส่วนมากที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง ล้วนมีความรู้ความเข้าใจทางด้านการเงินอย่าง ทะลุปรุโปร่ง ไม่ว่าจะเรื่องอัตราส่วนทางการเงิน การอ่านงบดุล และ การประเมินมูลค่าบริษัท แต่ดูเหมือนว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เป็นนักการเงิน ทำงานในแวดวงการเงิน จะเป็นนักลงทุนที่ประสบ ความสำเร็จทุกรายไป แสดงว่าอาจจะมีอีกหลายปัจจัยเป็นตัวประกอบนอกจากความรู้เรื่องการเงิน เพียงอย่างเดียว เป็นไปได้หรือไม่ว่าถึงแม้ว่านักลงทุนที่มีความรู้ทางการเงินเท่ากัน แต่มี “พื้นฐานทางจิตใจ” ที่ต่างกันจะได้รับผลตอบแทนที่แตกต่างกัน? Warren Buffett จบจาก Columbia University และ Sir John Templeton จบจาก Yale ซึ่งก็คงเหมือนกับนักลงทุนหลายๆคน แต่ทั้งสองกลับเป็นนักลงทุนที่เป็นระดับตำนาน สร้างผลตอบแทนได้สูงต่อเนื่องยาวนาน  Buffett เคยกล่าวไว้ว่า “คุณไม่สามารถเข้าถึงความสำเร็จ ในการลงทุนได้ ถ้าคุณยังไม่สามารถคิดได้อย่างอิสระ” หรือนี่คือสิ่งที่ Buffett กำลังจะบอกพวกเราว่า “ระบบความคิด” เป็นสิ่งที่สำคัญมาก? ผมคิดว่า John Templeton คงคิดแบบนี้ด้วยเหมือนกัน จึงทำให้เขาเลือกใช้ชีวิตบริหารเงินกองทุนจาก “Bahamas” หมู่เกาะในทะเลแคริ...

หนังสือเล่มเล็ก / ดร.นิเวศน์

             ชีวิตประจำวันหรือ  “งานประจำ” ของผมทุกวันนี้ไม่ใช่การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และสั่งซื้อขายหุ้น  ไม่ใช่การเฝ้าติดตามราคาหุ้นรายนาทีหรือรายชั่วโมง  เพราะปกติผมจะซื้อหรือขายหุ้นปีละไม่กี่ครั้งและครั้งละไม่กี่วัน  ผมคำนวณคร่าว ๆ  แล้วหุ้นแต่ละตัวที่ซื้อมาจะถูกถือไว้โดยเฉลี่ยน่าจะประมาณ 5 ปี  ดังนั้น  ปริมาณการซื้อขายหุ้นของผมจะค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุนของผม  สำหรับโบรกเกอร์แล้ว  ผมน่าจะเป็น  “ลูกค้ารายย่อย--ขนาดใหญ่”  แม้ว่าช่วงที่มีการซื้อขายแต่ละครั้งอาจจะมีปริมาณมาก  การซื้อขายหุ้นของผมจึงไม่ใช่  “งานลงทุน” แต่เป็นงานเล็ก ๆ  ที่ต้องทำเป็นบางครั้งเมื่อผมเจอหุ้นที่จะซื้อหรือขาย การ  “ติดตามหุ้น” นั้น  สิ่งที่ “ไม่สำคัญ” แต่ผมก็ทำตลอดเวลาก็คือการดูจอราคาหุ้นเป็นระยะเมื่อนั่ง  “ทำงาน”  ที่บ้านซึ่งก็คือ  “สำนักงาน” ของผม   การดูราคาหุ้นนั้น  ผมคิดว่ามันคงเป็นเรื่องของ  “สัญชาติญาณ” ของคนที่น่าจะ  “อดไม่ได้” ...

ลงทุนในตลาด Sideways / ดร.นิเวศน์

    ตลาดหุ้นไทยนับจากสิ้นปีที่แล้วดูเหมือนว่าจะ “ดูไม่ดี” เลย   ดัชนีตลาดหุ้นปิดตลาดสิ้นปี 2557 ที่ประมาณ 1,498 จุด ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ดัชนีตกลงมาเหลือ 1,346 จุด หรือตกลงมาประมาณ 10% หลายคนอาจจะมองว่านี่คือ “ตลาดหมี” ที่ตลาดหุ้นตกลงมาต่อเนื่องยาวนาน  แต่ผมเองคิดว่าโอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะเป็นตลาดหมีมองไปข้างหน้าอีกหลายปีนั้นน่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นไม่มาก  เป็นไปได้มากกว่าที่ในอีกซัก 5 ปีข้างหน้านั้น  ตลาดน่าจะเป็น  ตลาด “Sideways” หรือตลาดที่ดัชนีหุ้น  “ไม่ไปไหนยาวนาน” แม้ว่าระหว่างนั้นหุ้นก็อาจจะ “ตกลงมาแรง” และ “ขึ้นไปแรง” เป็นช่วง ๆ เหตุผลที่ผมเชื่ออย่างนั้นเป็นเพราะว่าตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวขึ้นมายาวนานหลายปีซึ่งถือว่าเป็นตลาดหุ้น “กระทิง” โดยที่การปรับตัวขึ้นนั้นมาจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ  ประการแรกก็คือ  กำไรของบริษัทจดทะเบียนโตขึ้น  ในระยะประมาณ 6 ปี จากปี 2008  ถึงสิ้นปีที่แล้ว  กำไรเติบโตขึ้นโดยเฉลี่ยถึงปีละเกือบ 15%  (ส่วนสำคัญมาจากการที่ฐานของกำไรที่ต่ำมากเนื่องจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของอเมริกาและอีกส่วนหนึ่...

หุ้นโตไว ในประเทศโตช้า / โดย คนขายของ

     แนวทางการสร้างความมั่งคั่งด้วยการลงทุนในหุ้นแบบระยะยาว คือการถือหุ้นในระยะหลายๆปีเพื่อ สร้างอิสระภาพทางการเงินมักถูกตั้งข้อสังเกตุว่า กลยุทธ์การลงทุนแบบนี้ใช้ได้เฉพาะการลงทุนใน ประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องยาวนานอย่าง สหรัฐอเมริกา ซึ่งคนที่ลงทุนในหุ้น สมัยปี 1960สามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาลถ้าถือหุ้นผ่านมาในระยะเวลามากกว่า 50 ปี แต่ยากที่จะนำมาใช้ลงทุนในประเทศที่ไม่ได้เป็น“อภิมหาอำนาจ” ทั้งนี้เพราะประเทศโดยส่วนมาก มักจะมี “ยุคทองทางเศรษฐกิจ” เกิดขึ้นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็จะประสบวิกฤตไม่ สามารถกลับมารุ่งเรื่องได้อีก ทำให้การลงทุนในหุ้นแบบระยะยาวไม่น่าที่จะสามารถสร้างความมั่งคั่ง ได้จริงข้อสรุปดังกล่าวนี้จะเป็นจริงในทุกกรณีหรือไม่ เราจะลองมาดูกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นกัน                 เป็นที่ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นนั้นรุ่งเรืองอย่างมากในช่วงปี 1970-1990 ดัชนีนิเกอิซึ่งอยู่ที่ราวๆ 2,000 จุดในปี 1970 ได้ทะยานขึ้นไป 19 เท่าเป็น 38,000 จุดในปี 1990 แต่หลังจากนั้น จนถึงปัจจุบันเป็...