ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Q&A เปลี่ยนชีวิต / วีระพงษ์ ธัม


    ทุกต้นเดือนพค. กิจกรรมที่ผมชอบที่สุดคือนั่งไล่อ่าน Q&A ของประชุมผู้ถือหุ้นที่ผ่านมาของบริษัทจดทะเบียน โดยอ่านผ่านหลาย ๆ สื่อ เช่นรายงานการประชุม ข่าวหนังสือพิมพ์ Blog หรือ Webboard ของ Thaivi.org หนึ่งในบริษัทที่ผมไม่พลาดเลยคือ Q&A ของบริษัท Berkshire Hathaway เพราะผู้ตอบคำถาม คือที่สุดต้นแบบนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ และชาร์ลี มังเกอร์ ผมขอรวบรวมคำถามและขอสรุปเนื้อหาที่ผมชอบในปีนี้ ดังนี้ครับ

            Q: อยากให้แชร์ไอเดียว่า 5 องค์ประกอบสำคัญของบริษัทที่คุณซื้อแล้วสามารถถือได้นาน 10 ปี

            Munger: มันไม่เคยมีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้ตลอด ทุก ๆ บริษัทแตกต่างกันเสมอ ๆ แต่สิ่งที่เราทำคือการเรียนรู้ประสบการณ์จากอดีต

            Buffett: ผมไม่มี 5 องค์ประกอบอะไรแบบนั้น แต่ผมชอบบริษัทที่ผมพอจะมีไอเดียและเหตุผลเพียงพอว่าบริษัทจะเป็นอย่างไรใน 5 ปีข้างหน้า คำถามที่สำคัญของผมคือ ผมอยากจะเป็นหุ้นส่วนกับผู้บริหารของบริษัทรึเปล่า และสามารถพึ่งพาในการตัดสินใจหรือพฤติกรรมของพวกเขาในอนาคตได้หรือไม่ แค่คำถามนี้ผมก็ตัดตัวเลือกออกไปได้จำนวนมาก

            Q: อะไรที่คุณจะแนะนำจากความสำเร็จ 50 ปีของ Berkshire ที่ช่วยสร้างธุรกิจที่จะยั่งยืนได้

            Munger: ชื่อเสียงคือสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องสร้างและรักษามันเอาไว้ นั่นคือส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งซึ่งสำคัญกว่าคือการที่มีนิสัยที่ดีขึ้นเมื่อคุณอายุมากขึ้น มังเกอร์บอกว่าผมพยายามจะมีนิสัยที่ดีขึ้นเมื่อผมร่ำรวยขึ้น หลักการเก่า ๆ ที่ใช้มาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยังคงใช้ได้เสมอ

            Buffett: ใช่ เมื่อคุณแก่ตัวลง คุณจะมีชื่อเสียงเท่ากับที่คุณมีคุณค่าคู่ควรกับมัน คุณหลอกคนอื่นได้ไม่นาน และมันเป็นเรื่องเดียวกันกับชื่อเสียงของบริษัท และชื่อเสียงที่ดีคือสิ่งที่ช่วย Berkshire มาตลอด

            Q: คุณคิดว่าหลักการ Value Investing (VI) สามารถใช้ได้ที่อื่นในโลกหรือไม่

            Buffett: หลักการของ VI ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะที่ไหน หรือเมื่อไหร่ หลักการของผมคือ หุ้นคือธุรกิจ ความผันผวนเป็นเพื่อนชั้นดีของนักลงทุน และลงทุนเฉพาะในธุรกิจที่เข้าใจซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างในการแข่งขันได้ ถ้าคุณเพิ่งเริ่มลงทุน คุณแค่ประเมินมูลค่า ซื้อในเวลาที่มันยังถูกมาก และขายในตอนที่มันแพง มันเป็นเกมที่ไม่ยากเลย ถ้าคุณสามารถควบคุมอารมณ์ได้

            Q: คุณทำอย่างไรถึงจะมีเพื่อนจำนวนมาก และทำยังไงให้เค้าชอบที่จะอยู่กับคุณและทำงานกับคุณ

            Buffett: ผมเคยเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องนี้มาก่อน แต่ผมเริ่มเรียนรู้จากอาจารย์หลายคนในชีวิต และเลือกทำตามในสิ่งที่ผมนับถือในตัวอาจารย์เหล่านั้น สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำคือ ลองเขียนสี่นิสัยที่คุณชอบเกี่ยวกับเพื่อนในชั้นเรียน และสี่นิสัยที่คุณไม่ชอบ หลังจากนั้นก็พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง

            Q: ถามถึงมุมมองเกี่ยวกับการกุศล

            Buffett: ผมสัญญาจะบริจาคเงินส่วนตัว 99% ของเงินที่ผมมีอยู่ และไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรที่ยากลำบาก เพราะ 1% ที่เหลือก็มากเกินพอที่ผมจะใช้มัน ผมสามารถซื้อทุกอย่างและผมก็ไม่ได้อยากได้อะไรมากไปกว่าที่ผมมีอยู่ ผมมีชีวิตที่เรียบง่าย และโชคดีที่ผมรู้ว่าอะไรที่ผมชอบอะไรที่ไม่ชอบ ส่วน 99% นั้นก็จะส่งมอบไปสู่คนที่มีความจำเป็นในเงินก้อนนี้มากกว่าผม

            Q: คุณทำอย่างไรถึงสามารถเริ่มลงทุนจากพอร์ตขนาดเล็ก ๆ และเปลี่ยนชีวิตได้?

            Buffett: ผมมีครูที่ดี มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างล้นเหลือ และมีความสามารถการควบคุมอารมณ์ได้ดี ที่สำคัญคือผมสนุกกับมันตั้งแต่ผมอายุ 9 ขวบ และยิ่งสนุกกับมันเมื่อผมได้หลักการลงทุนที่ถูกต้องจากหนังสือ The Intelligent Investor ตอนที่ผมอายุ 19 อันที่จริงการลงทุนไม่มีอะไรที่ซับซ้อนเลย

            Munger: การลงทุนเป็นเกมที่ง่ายสำหรับคนที่สามารถจัดการกับมันได้อย่างถูกต้อง แต่ท้ายที่สุดผมไม่อยากเป็นตัวอย่างหรือเป็นไอดอลของคนที่ลงทุนสำเร็จและร่ำรวยมหาศาล ผมคิดว่ามันไม่เพียงพอสำหรับชีวิต ๆ หนึ่ง คุณค่าของการลงทุนไม่ใช่แค่หาหุ้นไปวัน ๆ เพื่อความมั่งคั่งในชีวิต แต่เพื่อความหมายอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...