ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Innovation ฝันสลาย / คนขายของ

   

    หลังจากที่บริษัท APPLE ประสบความสำเร็จด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถสร้างทั้งยอดขาย และกำไร ให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากิจการสูงที่สุดในโลก ทำให้ผู้บริหาร ของบริษัทต่างๆให้ความสนใจกับกลยุทธ์ทางด้าน “INNOVATION” (นวัตกรรม) มากขึ้น เป้าหมาย ทางด้านยอดขายของบางบริษัทได้มีการแยกชัดเจนว่าต้องมีสัดส่วนจากผลิตภัณฑ์ใหม่ซึงเป็นนวัตกรรม ล่าสุดกี่เปอร์เซนต์ บางบริษัทได้ทุ่มงบด้านวิจัยและพัฒนาอย่างมากมาย ด้วยหวังที่จะเลียนแบบความ สำเร็จของ APPLE บ้าง แต่การพัฒนาและออกสินค้าใหม่นั้นเพื่อเพิ่มผลกำไรนั้นจะสามารถทำขึ้นมา กันได้ง่ายๆหรือไม่?

  ศาสตราจารย์ Dawn Iacobucci อดีตอาจารย์ของ Kellogg School of Management ได้เขียนไว้ ในหนังสือ Kellogg on Marketingว่า อัตราการการล้มเหลวของการออกผลิตภัณฑ์ใหม่โดยทั่วไปอยู่ที่ 40% Harvard Business Review ได้ประเมินว่าอัตราดังกล่าวจะสูงขึ้นไปถึงราว 75% สำหรับ ผลิตภัณฑ์จำพวกสินค้าอุปโภคบริโภค นิตยสาร Forbes รายงานว่าในช่วงปี 1995 บริษัท Michelin ได้ออก ผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นยางพร้อมตัว เซนเซอร์วัดระดับความดันลมยางที่จะส่งสัญญาณเตือนเมื่อยาง โดนเจาะ และระบบยางรุ่นใหม่นี้จะยังสามารถประคองให้รถสามารถแล่นต่อได้อีกถึง 200 กิโลเมตร แม้ว่าทางบริษัทได้ตกลงในความร่วมมือกันกับบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่บางบริษัททั่งค่ายยุโรปและญี่ปุ่น แต่กลับกลายเป็นว่ายางรุ่นนี้ไม่เป็นที่นิยม ปัญหาหลักในการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในครั้งนี้อยู่ที่ว่า การที่ จะซ่อมยางรุ่นนี้ ร้านยางทั่วไปไม่สามารถใช้เครื่องมือที่มีอยู่ได้ ต้องทำการซื้อเครื่องมือใหม่ที่ราคาสูง และมีขนาดใหญ่ จนกลายเป็นเหตุให้ผู้ใช้ยางรุ่นนี้หาร้านรับปะยางไม่ได้ จนในที่สุดบริษัทก็ต้องเลิก การผลิต

  อีกนวัตกกรรมหนึ่งที่หลายท่านคงรู้จักกันดีก็คือ เครื่องบินที่สามารถบินได้เร็วเหนือเสียง ที่ชื่อว่า “Concorde” เป็นผลิตผลของการลงทุนร่วมกันมูลค่า 1.3 พันล้านปอนด์ ระหว่าง British Aircraft Corporation และ  Aerospatiale ของฝรั่งเศส ด้วยความเร็วระดับมัค 2 (เร็วกว่าเสียงสองเท่า) ทำให้ย่นระยะเวลาการเดินทางจากลอนดอนไปยังนิวยอร์ค จากเดิม 7-8 ชั่วโมงเหลือเพียง 3 ชั่วโมงครึ่ง ในเครื่องบินมีเพียง 90-120 ที่นั่ง นักธุรกิจสามารถบินไปประชุมที่นิวยอร์คในตอนเช้าและกลับมา ลอนดอนได้ภายในหนึ่งวัน แต่ด้วยเงินลงทุนที่สูง และ ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่แพงมาก สายการบิน British Airways ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ใช้เครื่องบินรุ่นนี้ต้องทนแบกขาดทุนอยู่ถึง 6 ปีจึงเริ่มมีกำไร เมื่อดูโดยรวมแล้วนวัตกรรมชิ้นนี้อาจจะไม่ใช่การลงทุนที่ดีเท่าไหร่นัก สุดท้ายทั้ง British Airways และ Air France ได้ประกาศหยุดให้บริการเที่ยวบินเหนือเสียงเชิงพาณิชย์ในปี 2003

  “นวัตกรรม”บางอย่างช่วยในการเพิ่มผลผลิต Productivity) ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง เปิดตลาดใหม่ ขยายฐานลูกค้าของบริษัทให้เพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกนวัตกรรมจะให้ผลในด้านบวกเสมอไป แม้แต่ผู้ผลิต เครื่องดื่มระดับโลกอย่าง Coca-Cola (KO) ก็เคยพลาดมาแล้วในการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ชื่อว่า “New Coke” ซึ่งเป็นโค้กรสชาติใหม่ เปิดตัวในเดือนเมษายน ปี1985 พร้อมกับทำการยกเลิกสายการผลิต รสชาติเดิม ช่วงก่อนเปิดตัว New Coke ราคาหุ้น KO ไต่ระดับจาก 1.29$ มายืนที่ 1.49$ แต่เมื่อ กระแสตอบรับออกมาเป็นลบจากบางพื้นที่ในสหรัฐ ราคาหุ้นก็ตกลงมาอยู่ที่ 1.4$ จนกระทั้งในที่สุด ทางบริษัทต้องประกาศนำโค้กรสชาติเดิมกลับมาผลิตอีกครั้งในวันที่ 11 กรกฎาคม ปีเดียวกัน ราคาหุ้น ก็ได้กลับมาทำจุดสูงสุดของปีที่ 1.56$ จากตัวอย่างนี้เราจะเห็นได้การออกนวัตกรรมใหม่นั้นมีผลต่อ ความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นด้วย ดังนั้นเมื่อบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่ทำการออกผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ก็ควร พิจารณาให้รอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ใช่จะเล็งผลเลิศโดยการไล่ซื้อหุ้นทุกราคาเมื่อมีข่าวออกมา เพราะเชื่อทุกอย่างที่บริษัททำจะประสบความสำเร็จในทุกกรณีไป  

 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...