ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รวยหุ้นรุ่นใหม่ / โดย คนขายของ

 

   หากคุณลองเดินเข้าไปในร้านหนังสือวันนี้  คุณจะเห็นหนังสือที่หน้าปกมีคำว่า “รวย” กับคำว่า "หุ้น" อยู่มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นแสดงว่าผู้คนต่างให้ความสนใจกับการลงทุนมากขึ้นกว่าสมัยก่อน แต่ถ้าหากจะถามว่าคนอ่านหนังสือพวก "รวยหุ้น" นั้นเป็นคนกลุ่มไหน ผมเชื่อว่ากลุ่ม เป้าหมายน่า จะเป็นคนวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 20-35 ปี หรือ ที่ฝรั่งเขาเรียกว่ากลุ่ม "Millennials" ที่ได้ชื่อว่า "Millennials" นั้นเป็นเพราะว่าเป็นคนที่เริ่มใช้ชีวิตวัยทำงานตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ผมเองทำ งานให้ทางสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า ประเทศไทย) ก็สังเกตุว่าสมาชิกสมาคม­­ส่วนใหญ่มีอายุ อยู่ในช่วงนี้เช่นกัน ทำไมคนรุ่นนี้ถึงมาสนใจการลงทุนหุ้นกันมาก? จริงหรือไม่ที่เขาว่ากันว่าการ ลงทุนในหุ้นเป็นงานง่ายๆสบายๆ ดังนั้นจึงเหมาะกับนิสัยรักงานสบายของคนกลุ่มนี้?

  ในช่วงที่ผ่านมามีหลายบทความที่เขียนถึงพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ความเชื่อโดยทั่วไปเห็นว่าพวก Millennials นี้เป็นพวกไม่จงรักภัคดีต่อองค์กรเหมือนรุ่นก่อน ไม่สู้งานหนัก และ รักงานสบาย ในปี 2010 บริษัท PricewaterhouseCoopers PwC) เริ่มสังเกตุเห็นอัตราการลาออก ของพนักงานอายุงานน้อยที่สูงขึ้นอย่างผิดสังเกตุ จึงได้ริเริ่มการทำวิจัยร่วมกับ University of Southern California และ London Business School เกี่ยวกับพฤติกรรมของคนกลุ่ม Millennials โดยใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นพนักงานของบริษัทมากกว่าหมื่นคน ผลวิจัยออกมาอย่างน่า

ประหลาดใจว่า คนในกลุ่ม Millennials นั้นไม่ได้เป็นคนที่เกี่ยงงานหนักอย่างที่เชื่อกัน

  ผมเองพอรู้จักนักลงทุนที่อายุน้อยกว่า 35 ปีที่สร้างพอร์ตจนมูลค่าเกิน 50 ล้านบาทอยู่บ้าง และจากการสังเกตุการใช้ชีวิตในการเป็นนักลงทุนของพวกเขา ทำให้ผมเชื่อว่างานวิจัยของ PwC ที่บอกว่า คนในกลุ่ม Millennials เป็นคนขยันทำงานไม่ใช่รักแต่งานสบายนั้นเป็นความจริง ผมเห็นน้องๆ นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จล้วนทำการศึกษาธุรกิจของหุ้นที่ตัวเองถืออยู่จนเข้าใจ อย่างถ่องแท้ เข้าเยี่ยมชมบริษัท พบปะผู้บริหาร เข้าร่วมกิจกรรม "Opportunity Day" ที่ตลาดหลัก ทรัพย์ฯ จัดขึ้นเพื่อให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ บางคนอ่านหนังสือ การลงทุน, งานวิจัย และ บทวิเคราะห์ ถึงตีหนึ่ง ตีสอง ถึงจะเข้านอน ผมเองยังไม่เห็นใครเลยที่ไม่ ศึกษาหาความรู้ มุ่งแต่เก็งกำไรราคารายวัน มองหุ้นเป็นการพนัน แล้วลงทุนประสบความสำเร็จ

  แล้วทำไมคนรุ่นนี้ถึงมาสนใจหุ้นกันมาก? ผมคิดว่าทั้งนี้เพราะเมื่อคนรุ่นนี้เรียนจบออกมา สภาพ เศรษฐกิจไทยไม่ได้สวยหรูแบบสมัยก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง โดยเฉพาะ Millennials รุ่นแรกๆที่เรียน จบมาตอนปี พ.ศ. 2543-2545 การหางานไม่ได้ง่ายเหมือนแต่ก่อน บางคนหันไปเรียนปริญญา โทต่อทันที และมีบางคนเริ่มศึกษาการลงทุนหุ้นเพื่อเป็นรายได้เสริม แต่พอตลาดหุ้นกลับตัวเป็น ตลาดกระทิงในปี 2546 สร้างผลตอบแทนอย่างงามให้กับผู้ลงทุน ทำให้หลายคนยึดเอาอาชีพ นักลงทุนเป็นอาชีพหลักตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 Michael Liersch ผู้อำนวยการทางด้าน Behavioral Finance ของ Merrill Lynch ได้ทำการ

  ศึกษาพฤติกรรมการลงทุนของกลุ่ม Millennials ที่มีความมั่งคั่งสูงในอเมริกาแล้วพบว่า ส่วนใหญ่ ต้องการตัดสินใจในเรื่องการลงทุนด้วยตัวเอง โดยกลยุทธที่ใช้ในการลงทุนที่นิยมมากที่สุด ที่ถูก เลือกโดย 40% ของกลุ่มตัวอย่างคือ การซื้อและถือยาว Buy and Hold) ซึ่งก็สอดคล้องกับหลัก การการลงทุนแบบเน้นคุณค่า จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าหนังสือแนวลงทุนเน้นคุณค่า Value Investing) จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักลงทุนรุ่นนี้

  อาชีพนักลงทุน ดูเหมือนจะเป็นสิ่งใหม่สำหรับสังคมไทย คงจะเหมือนกับการเป็น ดารา นักร้อง นักแสดงในสมัยก่อนที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ให้การยอมรับ มองว่าเป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอนสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนรุ่นใหม่กลับเห็นเป็นตรงกันข้าม แต่ทั้งนี้ การที่ Millennials หันมาเป็น นักลงทุนหุ้นกันมาก ก็คงต้องเตรียมใจเหมือนในวงการเบินเทิงไว้ด้วยว่า ใช่ว่าดาราทุกคนจะประสบ ความสำเร็จโด่งดังทำเงินมหาศาลเหมือนกัน หลายคนทำเงินแค่เลี้ยงครอบครัวไปได้ หลายคนต้อง เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ดูเหมือนว่า โชคชะตา พรสวรรค์ ความมุ่งมั่น และฝีมือ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าวันนี้คุณเลือกที่จะอยู่ในวงการมายา หรือเลือกว่าจะเป็นนักลงทุน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...