ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แม่น้ำร้อยสาย / โดย คนขายของ


มีนักลงทุนท่านหนึ่งซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานและมีมุมมองในการลงทุนที่เฉียบคมมากได้กล่าวไว้ว่า หากเราจะเชื่อในหลักการลงทุนของใครให้ดูผลงานในอดีตของเขาก่อนว่าประสบความสำเร็จมากน้อย เพียงใด คำพูดนี้ทำให้ผมได้ลองเริ่มค้นหาแนวทางการลงทุนของนักลงทุนท่านอื่น นอกเหนือจากที่เรา รู้จักกันดี เช่น Warren Buffett และ George Soros ว่าเป็นอย่างไร ผมเริ่มต้นโดยการไล่ดูรายชื่อ มหาเศรษฐีที่มีระดับความมั่งคั่งเกินกว่า 10,000 ล้านเหรียญขึ้นไป และมีรายได้หลักมาจากการลงทุนว่า มีใครบ้าง และ ศึกษาดูแนวทางในการลงทุนของเขาเป็นอย่างไร จะมีแต่เฉพาะแนวเน้นคุณค่า (VI) เท่านั้นหรือไม่ที่สามารถสร้างความมั่งคั่งระดับนี้ได้? โดยในบทความนี้ผมขอยกมาสามท่านเพื่อเป็น กรณีศึกษากัน

  ท่านที่หนึ่ง Ray Dalio ผู้ก่อตั้งบริษัทเพื่อการลงทุน Bridgewater Associates มีสินทรัพย์ส่วนตัว

ราว 15.4 พันล้านเหรียญ เขาเริ่มลงทุนในหุ้นครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี โดยได้ยินเรื่องหุ้นจากในสนาม

กอล์ฟระหว่างที่ทำงานเป็นแคดดี้ แนวการลงทุนของ Dalio นั้นใช้ทั้งการมองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจ และ การวิเคราะห์บริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันประกอบกัน ผลงานในการลงทุนที่โดดเด่น ของเขาคือ ในปี 2006 บริษัท Bridgewater ได้ทำการวิเคราะห์ภาพใหญ่ของสหรัฐอเมริกาแล้วพบว่า ประเทศมีหนี้สินมากกว่ารายได้ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะล่มสลายตามมา Dalioได้ทำการเตือนรัฐมนตรีคลัง ของสหรัฐถึงวิกฤตในครั้งนี้ เขาได้ขายหุ้นธนาคารขนาดใหญ่และเปลี่ยนไปถือครอง ทองคำ และ พันธบัตรรัฐบาลในช่วงก่อนเกิดวิกฤต ซึ่งสามารถสร้างความมั่งคั่งให้แก่บริษัทได้อย่างมหาศาล

  ท่านที่สอง James Simons เป็นนักลงทุนที่เรียกได้ว่ามีพื้นการศึกษาแตกต่างจากมหาเศรษฐีนักลงทุน โดยส่วนใหญ่ ทั้งนี้เพราะ Simons มีดีกรี PhD ทางคณิตศาสตร์ไม่ใช่เศรษฐศาสตร์หรือบริหารธุรกิจ ความมั่งคั่งของ Simons ประเมินโดย Forbes ว่าอยู่ที่ราว 14 พันล้านเหรียญ  บริษัท Renaissance Technologies ที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งนั้นจะรับเฉพาะคนที่ไม่มีความรู้พื้นฐานทางการเงินเลย พนักงาน ส่วนมากเป็น นักสถิติ นักคณิตศาสตร์ และ นักฟิสิกส์ ทั้งนี้เพราะหลักการลงทุนของบริษัทนี้ใช้หลัก โมเดลทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนในการลงทุน ซึ่ง Simons สามารถทำกำไรได้มากมายจากการลงทุน ของเขา ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือสินค้าโภคภัณฑ์ สิ่งที่ Simons ได้ริเริ่มนับเป็นต้นแบบของการใช้ คอมพิวเตอร์ในการตัดสินใจซื้อขายหุ้นในทุกวันนี้

  ท่านที่สาม Steve Cohen แนวทางการลงทุนของนักลงทุนท่านนี้นับว่าเป็นสุดขั้วในอีกด้านหนึ่งของ

แนวลงทุนเน้นคุณค่า VI) เพราะ Cohen ขึ้นชื่อในเรื่องของการถือครองในระยะสั้นมากๆ เน้นการซื้อ

ขายที่มีความถี่สูง มีคำกล่าวว่าในบางปีบริษัท SAC Capital ของเขามีวอลุ่มการซื้อขายคิดเป็น 3% ของวอลุ่มซื้อขายรายวันในตลาดหุ้นนิวยอร์คเลยทีเดียวกลยุทธ์หนึ่งที่ Cohen ใช้ในการลงทุนคือ ไล่ซื้อหุ้นที่มีนักลงทุนทำการ short ไว้มาก โดยเข้าไปไล่ราคาทำให้คนที่ short ต้องรีบซื้อคืน เว็ปไซด์investopedia.com เขียนถึง Cohen ว่าในปี 1998-1999 เขาไล่ซื้อหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีอย่างหนัก ก่อนจะขายออกทำกำไรได้ถึง 70% หลังจากนั้นในปี2000 ก่อนการล่มสลายของ Nasdaq เขาก็ short หุ้นเหล่านั้นอีกทีและทำกำไรไปอีก 70% ณ ปัจจุบัน Cohen มีความมั่งคั่งสูงถึง 11 พันล้านเหรียญ

  การเดินทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่นั้นผู้เดินทางสามารถเลือกได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน

รถไฟ หรือ รถยนต์ แม้ว่าจะเลือกแล้วว่าเป็นรถยนต์ก็ยังเลือกได้อีก ว่าจะขับรถอะไร ขับเร็วแค่ไหน การเดินทางสู่ความมั่งคั่งในการลงทุนก็เช่นเดียวกัน ก็มีหลายหลายหนทาง หลายรูปแบบ ทั้งนี้นักลงทุน

จะเลือกแบบไหนคงขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ความชอบส่วนตัว ความสามารถในการรับความเสี่ยง และ องค์ความรู้ในแนวการลงทุนนั้นๆ บางแนวทางการลงทุนอาจมีคนทำสำเร็จแต่ก็อาจไม่เหมาะสำหรับ คนธรรมดาสามัญชนทั่วไป ทั้งนี้เพราะต้องการทักษะพิเศษบางประการ แต่หากเราเลือกแนวทางใด



ได้แล้วฝึกฝนจนชำนาญ หมั่นศึกษาจนเกิดการตกผลึกขององค์ความรู้ ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะแนวทางไหน ก็คงเหมือนแม่น้ำนับร้อยสายที่มีต้นกำเนิดที่ต่างกัน แต่ก็ไหลไปรวมกันในมหาสมุทรแห่งความมั่งคั่ง ในที่สุด

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...