ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ข้อคิดเที่ยวนอก มองท่องเที่ยวไทย / โดยคุณวีรพงษ์ ธัม



ผมใช้เวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเที่ยวประเทศนิวซีแลนด์ ด้วยการขับรถบ้านซึ่งเป็นที่นิยมในประเทศนี้ การเดินทางโดยรถบ้านทำให้เรามีอิสระในการเดินทาง สามารถเลือกที่พักได้หลากหลาย ตั้งแต่ริมทะเลสาบที่เงียบสงัด จอดอิงภูเขาใหญ่ท่ามกลางหมู่ดาว ฟังเสียงคลื่นที่ริมทะเล ไปจนถึงจอดพักในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นวิถีการท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษของประเทศนี้ ระหว่างเดินทางผมพบสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่นจำนวนนักท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ที่มีจำนวนต่อปีเพียงสองล้านกว่าคน แต่ก็สร้างมูลค่าต่อหัวนักท่องเที่ยวสูงมาก เป็นประเทศที่น่าศึกษา สมกับที่เป็นประเทศแรกที่รัฐบาลมีการก่อตั้งหน่วยงานสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ และนี่คือสิ่งที่ผมเห็น



            1. การสร้างมูลค่าเพิ่มนั้นเกิดขึ้นในทุกกิจกรรม ยกตัวอย่างเช่น การล่องเรือทะเลสาบ แทนที่จะเป็นการล่องเรือชมวิวธรรมดา ก็เพิ่มความหลากหลายเช่น การมีเรือที่มีขนาดเล็กลง โดยมีจุดขายคือเพื่อสัมผัสธรรมชาติใกล้ชิดมากขึ้น มีการให้ความรู้บนเรือว่าธรรมชาติบริเวณนี้ หรือสิ่งมีชีวิตบริเวณนี้เป็นอย่างไร แต่สำหรับเรือที่ใหญ่ขึ้นก็มีการบริการอาหาร รวมไปถึงมีการแวะตามจุดที่น่าสนใจ ยังมีเรือที่เรียกว่า JET ซึ่งให้บริการเรือความเร็วสูงสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความตื่นเต้น เรียกได้ว่าจะเรือใหญ่เรือเล็ก พวกเขาสร้างความน่าสนใจและมูลค่าได้ตลอดเวลา

            อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ชาวนิวซีแลนด์สามารถสร้างกิจกรรมที่โด่งดังไปทั่วโลกได้โดยการผูกเชือกด้านหนึ่งไว้ที่สะพาน ผูกอีกด้านหนึ่งไว้ที่ขาทั้งสองข้างและกระโดดลงมา ด้วยการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงมาก นี่คือต้นกำเนิดของ “บันจี้จั๊ม” ทางธุรกิจ ซึ่งมีจุดกำเนิดจากสะพานข้ามแม่น้ำธรรมดา ๆ แห่งหนึ่ง และที่นี่ยังคงเป็นสถานที่กระโดดบันจี้จั๊มที่ใหญ่ที่สุดในโลก

            นอกจากนั้นสินค้าของฝากในนิวซีแลนด์ที่ถือว่า “น้อยมาก” คือมีอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น ขนแกะ ครีมรกแกะ น้ำผึ้ง ปลาซัลมอน แต่สินค้าเหล่านี้กลับได้ “มูลค่า” สูงมาก ด้วยความที่โปรโมทเป็นสินค้าคุณภาพสูง และเป็นสินค้าแท้ ๆ จากแหล่งผลิต “Pure New Zealand” สินค้าไทยมีหลากหลายมากแต่เราไม่โฟกัสและทำการตลาด

            2. ความปลอดภัยของนิวซีแลนด์ถือว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นประวัติอาชญากรรมที่ต่ำมาก การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์จึงเป็นไปได้สำหรับการขับรถบ้านไปจอดกลางป่าโดยไม่ต้องกลัวโจรขโมยปล้น นี่คือสร้างมูลค่าให้นักท่องเที่ยว “ยอมจ่ายราคา” สิ่งที่น่าทึ่งคือ “ถนน” ซึ่งเป็นทางหลวงทั่วประเทศ กลับมีแค่สองเลน และเป็นทางสวนกัน ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านหุบเขาสูง คดเคี้ยว ทางข้ามสะพานส่วนมากก็เป็นวันเวย์ คือรถต้องรอเพื่อสลับกันข้าม และ “ไม่มีไฟข้างทาง” ดังนั้นในเวลากลางคืนถนนจะมืดมาก ไม่น่าเชื่อว่าสถิติอุบัติเหตุทางรถยนต์กลับต่ำมาก สาเหตุน่าจะเนื่องจากระบบ “ป้าย” ที่ชัดเจน และที่สำคัญมากคือ ทุกคนเคารพกฎจราจร เคารพ “ความเร็ว” ที่ขับได้ การขับรถที่นี่จึงเป็นประสบการณ์ที่น่าอภิรมณ์


            3. เส้นทางธรรมชาติในนิวซีแลนด์ ถือว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งในแง่ของการ “จัดเส้นทาง” ให้สามารถเดินได้สะดวก สามารถชื่นชมธรรมชาติได้ใกล้ชิด มีป้ายที่สวยงามให้ความรู้ระหว่างเส้นทาง ภูเขาลูกเดียวมีเส้นทางเดินมากมายตั้งแต่ง่ายจนยาก เป็นเส้นทางเดินที่สะอาด ปลอดภัย มีความสวยงามทางภูมิสถาปัตย์ และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ เป็นตัวอย่างที่ผมคิดว่าเรียบร้อยที่สุดแห่งหนึ่งที่ผมเคยเดินทางมา

            4. การผูกเรื่องราวการท่องเที่ยวกับ “ภาพยนตร์” หรือ “ประวัติศาสตร์” มากมาย ภูเขาจะเป็นเพียงแค่ภูเขาหากปราศจากเรื่องราว การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เติบโตเร็วทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพจากการผนวกเรื่องเข้ากับภาพยนตร์ Lord of The Ring ซึ่งผู้กำกับ นอกจากนั้นยังผูกกับเรื่องราวของผู้สำรวจบุกเบิกประเทศ ให้ข้อมูลอย่างน่าสนใจ เรื่องราวเหล่านี้ทำให้นักท่องเที่ยว “อิน” กับสถานที่ ทั้ง

            5. ความยั่งยืน สถานที่ท่องเที่ยวส่วนมากคือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ นิวซีแลนด์รู้ว่านี่คือทรัพยากรที่ “จำกัด” ดังนั้นพวกเขาจึงต้องใช้ทรัพยากรท่องเที่ยวอย่างคุ้มค่า โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหา “คุณภาพธรรมชาติชั้นเลิศ” สถานที่ต่าง ๆ จึงถูกดูแลอย่างปราณีต และมีการให้ความรู้นักท่องเที่ยวตลอดเวลา ว่าพวกเขามาเท่าไหร่ ก็กลับไปเท่านั้น ขยะจึงไม่มีเห็นในสถานที่ท่องเที่ยวของนิวซีแลนด์แม้แต่ชิ้นเดียวจริง ๆ

            ทั้งหมดนี่คือประเทศที่ผมคิดว่าการท่องเที่ยวจะเติบโตได้อย่างยั่งยืน มีคุณภาพสูง และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ประเทศนี้ ไม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเหมือนประเทศอื่น อาคารสถานที่ สิ่งปลูกสร้างสวย ๆ ก็มี “น้อยมาก” และเสียเปรียบในแง่ภูมิศาสตร์ที่อยู่ “หลบมุม” และแทบจะ “ตกขอบ” เป็นโลเกชั่นที่แย่มาก ประเทศไทยมีสิ่งที่ได้เปรียบมากมาย ผมคิดว่าความสำเร็จของอนาคตการท่องเที่ยวไทยไม่ควรวัดด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นการ “จัดการ” ทรัพยากรที่เรามีอยู่มากมาย ให้อยู่คู่กับเราไปอย่างยาวนานที่สุด พร้อม ๆ กับเพิ่มมูลค่าให้หาดทราย ทะเล ภูเขา โบราณสถานต่าง ๆ และขายประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวในราคาที่มันควรจะเป็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...