ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

   




     ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ

สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ)

หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ


The Intelligent Investor
ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า
ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข

หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เลยที่ VI พันธุ์แท้ควรอ่านให้จบคับ แม้จะเป็นหนังสือที่หนา แต่ถ้าเราค่อย ๆ อ่านไปเดี๋ยวก็จบคับ


Common Stocks and Uncommon Profits and Other Writings หุ้นสามัญ กับ กำไรที่ไม่สามัญ
ผู้เขียน Philip A. Fisher
ผู้แปล ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวารกร
Philip A. Fisher อาจารย์อีกคนของ Warren Buffett หนังสือเล่มนี้จะมีแนวคิดเกี่ยวกับการหาหุ้น แนวเติบโต หรือหุ้นโตเร็ว (Growth Stock) เน้นไปที่การวิเคราะห์ดูลูกค้า การแข่งขัน และการดูซัพพลายเออร์ รวมถึงว่า ควรซื้อเมื่อไหร่ ขายเมื่อไหร่ สิ่งควรทำหรือไม่ควรทำในการซื้อหุ้นก็มีบอกไว้หมดคับ



One Up On Wall Street เหนือกว่าวอลสตรีท
ผู้เขียน Peter Lynch กับ John Rothchild
ผู้แปล ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวารกร
Peter Lynch ถือเป็นหนึ่งในผู้จัดการกองทุนมือหนึ่งของอเมริกาก็ว่าได้ หนังสือเล่มนี้จะบอกถึงการมองหาโอกาสในการลงทุนจากการตั้งข้อสังเกตสิ้งที่อยู่ใกล้ตัว และกล่าวถึงหลักการการลงทุนในหุ้นแต่ละประเภทไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น หุ้นวัฏจักร หุ้นพื้นตัว และหุ้นโตเร็ว สำหรับท่านที่ชอบและมองหาหุ้น “สิบเด้ง” ตัวต่อไปไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้
เล่มนี้อ่านสนุกกว่าสองเล่มแรก สำหรับมือใหม่แนะนำให้อ่านเล่มนี้ก่อนนะครับ จะได้ไม่เบื่อไปเสียก่อน 
ซื้อหนังสือ เหนือกว่า wall street ราคาพิเศษ คลิ๊ก

ตีแตก : กลยุทธ์การเล่นหุ้นในภาวะวิกฤต
ผู้เขียน ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวารกร
เล่มนี้เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวารกร เนื้อหาภายในหนังสือจะบอกถึงสิ่งที่ควรจะต้องศึกษาก่อนที่จะเข้าไปลงทุน และเน้นแนวคิดที่ว่า “ลงทุนในหลักทรัพย์ให้เหมือนกับ การเข้าหุ้นทำธุรกิจ” ถือว่าเป็นหนังสือแนว VI เล่มแรกๆ ของเมืองไทย ที่ยังคลาสสิกและใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยครับ



วัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวคุณเอง
ผู้เขียน คุณสุมาอี้ นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์
หนังสือเล่มนี้จะบอกวิธีการวัดมูลค่าหุ้นแบบ DCF ในแบบที่เข้าใจได้ง่ายมากๆ มีทั้งแนวคิดและตัวอย่างที่สามารถทำตามได้เลย เรียกว่านักลงทุนรายย่อยที่อยากวัดมูลค่าหุ้นด้วยตัวเองเป็น ไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้นะครับ


คัมภีร์ VI
ผู้เขียน คุณมนตรี นิพิฐวิทยา และคุณวิบูลย์ พึงประเสริฐ
ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ทั้งสองท่านถือเป็น VI พันธุ์แท้อันดับต้นๆ จากเว็บ thaivi.org เลยก็ว่าได้ เล่มนี้รวบรวมแนวคิด หลักการ และวิธีการในการลงทุนอย่างถูกต้อง ไว้ได้อย่างครบถ้วน



วิถีแห่งเซียนหุ้นห่านทองคำ
ผู้เขียน เทพ รุ่งธนาภิรมย์

    ท่านที่สนใจการลงทุนหุ้นปันผล เน้นเก็บไข่ทองคำกินไปตลอด ควรหาเล่มนี้มาอ่านนะครับ มีครบทั้งแนวคิด วิธีการ ประสบการณ์จริงและตัวอย่างมากมาย จากเซียนหุ้นปันผลตัวจริงของวงการอย่างอาจารย์เทพ รุ่งธนาภิรมย์

The New Buffettology ลงทุนอย่าง…วอร์เรน บัฟเฟตต์
ผู้เขียน Mary Buffett และ David Clark
ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข

เนื้อหาในหนังสือ การหามูลค่าหุ้นแบบ DCF และการคำนวณหามูลค่าในอนาคตและผลตอบแทนแบบทบต้น และให้รายละเอียดในเชิงลึกถึงวิธีการที่ Warren Buffett ใช้ในการหาโอกาส จากการมองระยะสั้นๆ และการมองโลกในแง่ร้ายของตลาดหุ้น โดยการเข้าไปซื้อหุนในธุรกิจที่ดีในราคาถูกมากเมื่อเทียบกับมูลค่าเศรษฐกิจในระยะยาวของบริษัทเหล่านั้น
เล่มนี้เป็นเล่มที่นักลงทุนเน้นคุณค่าทุกคนควรจะอ่านนะครับ จะได้เข้าใจว่าทําไม Warren Buffet ถึงชอบซื้อธุรกิจที่มีความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน(DCA) ไม่ใช่ธุรกิจที่เป็นวัฏจักร(Commodity)ครับ



The Winning Investment Habits of Warren Buffett & George Soros บัฟเฟตต์-โซรอส ลงทุนถูกนิสัย ยังไงก็ชนะ
ผู้เขียน Mark Tier (มาร์ก เทียร์)
ผู้แปล ชัชวนันท์ สันธิเดช, สุภศักดิ์ จุลละศร

เล่มนี้เนื้อหาแนว “จิตวิทยาการลงทุน” ที่เขียนได้สนุก อ่านง่าย ได้แนวคิดทั้งในส่วนของเชิงเทคนิคการเล่นหุ้น และการลงทุนเชิงพื้นฐาน จากสองผู่ยิ่งใหญ่ในโลกการลงทุนในยุคปัจจุบัน ทั้ง Warren Buffett และ George Soros

ถ้าอยากรู้ว่ามืออาชีพเขามีอุปนิสัย มีแนวคิด มีทัศนคติอย่างไร ทำไมพวกเข้าถึงอยู่รอดและทำกำไรได้อย่าง ยั่งยืน ยาวนาน ให้อ่านเล่มนี้นะครับ



The Dhandho Investor นักลงทุนดันโด
ผู้เขียน Mohnish Pabrai
ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข

     หนังสือเล่มนี้จะบอกถึงแนวคิดและกลยุทธ์การลงทุนแบบมีความเสี่ยงต่ำแต่ให้ผลตอบแทนสูง มีตัวอย่างประกอบ อธิบายแบบเข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ได้ในทุกวงการการลงทุน ใช้ได้กับธุรกิจต่างๆ ที่เราต้องใช้เงินลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของกิจการ
โดยมีแนวคิดหลักๆ คือ
- ลงทุนในธุรกิจที่มีการดำเนินงานอยู่แล้ว
- ลงทุนในธุรกิจที่เรียบง่าย
- ลงทุนในธุรกิจที่มีปัญหาในอุตสาหกรรมซึ่งกำลังอยู่ในภาวะยากลำบาก
- ลงทุนในธุรกิจที่มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่ยั่งยืน
- เดิมพันน้อยอย่าง เดิมพันหนักๆ ไม่เดิมพันบ่อยๆ
- มองหาโอกาสทำอาร์บิทราจ
- มีส่วนเผื่อเพี่อความปลอดภัยเสมอ (Margin of Safety)
- ลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำแต่มีความไม่แน่นอนสูง
- ลงทุนในพวกเลียนแบบ ไม่ใช่พวกสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

เล่มนี้เนื้อหาแต่ล่ะบทน่าติดตาม อ่านแล้วแทบจะวางไม่ลง แต่ส่วนตัวแล้วผมชอบเนื่อหาบทสุดท้ายเรื่องการตอบแทนสังคมมากที่สุด เพราะนักลงทุนที่ดีนั้นเมื่อสร้างความมั่งคั่งส่วนตัวได้แล้ว ต้องไม่ลืมที่จะตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมรอบข้างด้วยนะครับ


      ที่จริงยังมีหนังสือดีๆ อีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้กล่าวถึงนะครับ เอาไว้จะมาเจาะเป็นเล่มๆ ในคราวต่อไปส่วน 10 เล่มที่บอกไปแล้วข้างบน แนะนำให้หามาอ่านให้ได้ ไม่ว่าจะวิธีการใด ซื้อ ยืม(ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีเยอะ) หรือว่าจิ๊กของเพื่อนตอนเผลอ (อันนี้ไม่แนะนำ ) และหากเพื่อนๆ คิดว่ามีเล่มอื่นๆ ที่น่าสนใจก็สามารถแนะนำเข้ามาได้เลยนะครับ เราจะได้มีรายชื่อหนังสือดีๆ ไว้อ่านกันเยอะๆ เพื่อพัฒนาการลงทุนในตลาดหุ้นของเรากันต่อไปครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...