ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สงครามหุ้นและหน้าที่ของ CEO วิเคราะห์แบบ VI

       
     
            การลงทุนในหุ้นก็เปรียบเหมือนการเข้าสู่สงครามซึ่งจะมีสนามรบ  2 สนาม ได้แก่ "สนามรบบนกระดานหุ้น" ที่ช่วงชิงกันซื้อขายหุ้นจนราคาขึ้นๆ ลงๆ อย่างที่เห็น กับ "สนามรบทางการค้าของบริษัทเจ้าของหุ้น" ซึ่งต้องไปสู้รบเพื่อขายสินค้า และ/หรือ บริการ ของตนเองให้ชนะกับคู่แข่ง  มูลค่าหรือราคาของหุ้นจะขึ้นอยู่กับสนามรบการค้าเป็นหลัก ซึ่งในระยะยาวก็จะไปส่งผลต่อราคาบนกระดานหุ้นด้วย  ส่วนสนามรบบนกระดานหุ้นนั้นราคาถูกกระทบตลอดเวลาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  คุณเทพแนะนำให้เราให้ความสำคัญกับ "ผลบนสนามรบทางการค้า" มากกว่าดู "ผลบนกระดานหุ้น" โดยให้มองว่าหุ้นแต่ละตัวเปรียบเสมือนกองทัพๆ หนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่หลักในการยึดและขยายดินแดนทางการตลาด

        ทั้งนี้ CEO คือ ตัวแม่ทัพใหญ่  ที่มีหน้าที่ต้องรายงานผลต่อคณะกรรมการบริษัท  ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นสภาสงคราม  และผู้ถือหุ้นก็คือ  ผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกสภาสงคราม  โดยที่สภาสงครามต้องร่วมรับผิดชอบกันแม่ทัพใหญ่ด้วย  เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ทำหน้าที่คุมกฎไม่ให้มีการนำเงินกองทัพไปใช้ส่วนตัว  คณะกรรมการบริหาร ( Executive Committee ) ทำหน้าที่กำหนดแนวทางและวิธีการในการทำสงคราม  ทางบริษัทมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (Nominating & Compensation Committee ) เพื่อช่วยกันหาคนเก่งๆ มาเสริมทัพ  และกำหนดหลักเกณฑ์ปูนบำเหน็จ  นักลงทุนต้องคอยวิเคราะห์ว่า  หุ้นตัวไหนที่มีสภาสงครามดี  มีแม่ทัพเก่ง เราจะมั่นใจมากขึ้นที่จะเข้าไปซื้อ  โดยเฉพาะตอนที่ราคาถูกๆ กว่ามูลค่าจริงๆ ของบริษัท

       รู้จักหน้าที่หลักของ CEO 
         
            เนื่องจาก CEO และทีมบริหารมีความสำคัญมากในการนำทัพออกรบ ถ้ารบสำเร็จมูลค่าจองหุ้นก็จะเพิ่มสูงขึ้น และ CEO ที่ดีควรจะรู้วงจรกระบวนการสร้างมูลค่าหุ้น  ซึ่งสรุปได้ดังนี้

           กระบวนการสร้างมูลค่าหุ้น  เริ่มต้นตั้งแต่ผู้ถือหุ้นใส่ ทุน เข้ามา จากนั้นคณะกรรมการจะเลือก CEO เพื่อนำ ทุน ไปทำงานให้เกิดผล  CEO  จะต้องตัดสินใจว่าจะนำ  ทุน  ไปลงทุนใน  สินทรัพย์ ใด และดูแลการใช้  สินทรัพย์  ไปก่อให้เกิด  รายได้  ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ให้สูงเกินไป  และมีกำไรอย่างสม่ำเสมอ  และจะต้องอยู่ให้ได้ในทุกๆ ปี ไม่ว่าจะเผชิญกับความร้ายแรงของเศรษฐกิจในบางปีก็ตาม  เราต้องการ CEO ที่เก่งแบบนี้

            การไปลงทุนเพื่อค้นหาหุ้นห่านทองคำ  จึงต้องรู้จัก CEO ด้วย " CEO คือ บุคคลที่ผู้ถือหุ้นทั้งน้อยใหญ่ฝากอนาคตไว้  ผู้ถือหุ้นที่ตัดสินใจซื้อหุ้นของบริษัทที่ CEO เป็นผู้นำ  เพราะมีความต้องการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น  จากเงินออมที่ได้เพียรสะสมไว้  อดเปรี้ยวไว้กินหวานอย่างอดทน  หนทางเดียวที่ CEO จะทำให้ผู้ถือหุ้นไม่ผิดหวัง  ต้องการทุ่มเทชีวิตและจิตใจให้กับบริษัทที่ดูแลอยู่  ไม่วอกแวก  ไม่สนใจอย่างอื่นให้เสียสมาธิ" 

      คุณสมบัติของ CEO ที่เก่งและดี

    การที่เราจะเลือกไว้ใจ ยอมลงทุนกับ CEO คนไหนขอให้เราพิจารณาดังนี้ แล้วจะได้ CEO ที่เก่งและดี
  • เข้าใจถึงถึงหลักการสร้างมูลค่ากิจการ
  • มีวิสัยทัศน์
  • เก่งในเรื่องการเลือกใช้คน  และมอบหมายงาน
  • เข้าใจความต้องการที่เปลี่ยนไปของตลาดและลูกค้า
  • ทำงานอย่างมุ่งมั่น  ทำในสิ่งที่รู้ว่ามีจุดแข็ง
  • สนใจการเพิ่มประสิทธิภาพ  และการลดต้นทุน
       โอกาสที่เราจะรู้จัก CEO อาจผ่านจากการศึกษาประวัติ  ประสบการณ์ผลการบริหารงานที่ผ่านมา  การแสดงความเห็นผ่านเวทีสัมมนา  การเข้าฟังข้อมูลผ่านงานวัน Opportunity Day ที่ตลาดหลักทรัพย์  เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ซักถามผู้บริหาร  หรือได้พบเมื่อมีโอกาสเยี่ยมชมกิจการ  ที่จริงผมคิดว่าการประเมินควรครอบคลุมไปถึงทีมงานบริหารด้านการผลิต การตลาด การเงินของ CEO ด้วย

       ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เราจะเห็นข้อมูลทุกด้านอย่างละเอียดของ CEO และผู้บริหาร  เพราะข้อมูลทุกอย่างไม่ได้ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน  เราคงประเมินได้ระดับหนึ่งผ่านฐานะการเงินในงบการเงิน  การติดตามผลสำเร็จทางการตลาด  เป็นต้น  อย่างไรก็ดีผมคิดว่าการประเมิน CEO และทีมบริหารผ่านคณะกรรมการบริษัทหรือสภาสงครามหุ้น  บริษัทใดมีคณะกรรมการบริษัทที่เข้มแข็ง เก่ง และดี ก็จะมีนโยบายและเกณฑ์ในการประเมิน CEO เป้นกรอบให้ CEO ไปปฏิบัติอย่างชัดเจนได้

      หลักเกณฑ์ หรือปัจจัยที่คณะกรรมการบริษัทจะใช้ประเมิน CEO มีดังนี้
  • การวางแผนกลยุทธ์
  • ความเป็นผู้นำ
  • ผลงานด้านการเงิน
  • การบริหารงานระบบต่างๆ
  • การพัฒนาผู้บริหาร  และการสืบทอดตำแหน่ง
  • การดูแลพนักงาน
  • การสื่อสาร
  • ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ
       นี้เป็นหลักเบี้องต้นในการประเมิน CEO ที่จะมาช่วย เป็นแม่ทัพใหญ่ ในกองทัพของเราเพื่อเป็นกำลังให้เราได้ต่อสู้ฝันฝ่าสมรภูมิตลาดหุ้นเพื่ออิสระภาพทางการเงินที่แท้จริง  ก็ขอให้เลือก CEO ที่คุณคิดว่ามีคุณค่าพอที่จะทำงานให้เราอย่างคุ้มค่านะคับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...