ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วอร์เรนเริ่มการค้นหาบริษัทชั้นยอดจากตรงไหน

     
           ก่อนที่เราจะเริ่มค้นหาบริษัทที่จะทำให้เรารวย  ซึ่งก็คือบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน  จะเป็นการช่วยได้มากถ้าเรารู้ว่า  สามารถเริ่มค้นหาได้จากตรงไหน   วอร์เรนพบว่าบริษัทชั้นยอดเหล่านี้มีรูปแบบธุรกิจพื้นฐาน 3 รูปแบบ คือ : ขายผลิตภัณฑ์เฉพาะ  ขายบริการเฉพาะ  หรือเป็นผู้ซื้อและผู้ขายปลิตภัฎฑ์หรือบริการซึ่งเป็นที่ต้องการของสาธารณชนอยู่เสมอในราคาต่ำ

          เราจะมาวิเคราะห์ดูแต่ละรูปแบบกัน

           ขายผลิตภัณฑ์เฉพาะ : นี่คือโลกของโคคา-โคล่า, เป๊ปซี่, ริกลี่ย์, เฮอร์ชีย์, บัดไวเซอร์, วอชิงตันโพส, และฟิลิปมอร์ลิส  บริษัทผู้ผลิตเหล่านี้ต่างได้สร้างเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ของพวกเขาในใจผู้ซื้อ  จากการเรียนรู้ความต้องการของลูกค้าประสบการณ์  และโฆษณาส่งเสริมการขาย  ทำให้ผู้ซื้อคิดถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัททุกครั้งที่ต้องการสนองความต้องการของตน  เมื่ออยากเคี้ยวหมากฝรั่ง  คุณจะคิดถึงริกลี่ย์  เมื่ออยากดื่มเบียร์เย็นๆ หลังเสร็จจากงานในวันอากาศร้อนจัด  คุณจะคิดถึงบัดไวเซอร์ และแน่นอน  อาหารจะอร่อยขึ้นเมื่อกินกับโค้ก

           วอร์เรนจะคิดว่าบริษัทเหล่านี้ครองใจส่วนหนึ่งของลูกค้าแล้วและตราบใดที่บริษัทหนึ่งๆ สามารถครองใจส่วนหนึ่งของลูกค้าได้  บริษัทจะไม่ต้องเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ของพวกเขา  ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี  นอกจากนี้  ยังสามารถขายสินค้าในราคาสูงขึ้นได้  และขายได้มากขึ้น  ทำให้สามารถสร้างปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่น่าที่ง  ซึ่งจะปรากฏออกมาในงบการเงินของบริษัท

        ขายบริการเฉพาะ : นี่คือโลกของมูดีส์  คอร์ป, เอชแอนด์อาร์,บล็อก  อิงค์, อเมริกันเอ็กเพรส, เซอร์วิสมาสเตอร์, และเวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค เช่นเดียวกับทนายความหรือหมอ  บริษัทเหล่านี้ขายบริการที่คนต้องการและพร้อมจะจ่ายเงินซื้อ  แต่ต่างจากทนายความและหมอตรงที่ว่า  ความสำคัญของบริษัทเหล่านี้อยู่ที่ตัวสถาบัน ( Instritutional Spacific ) ไม่ใช่ที่คน ( People Spacific ) เมื่อคุณคิดจะทำเรื่องภาษี  คุณจะคิดถึงเอชแอนด์อาร์  บล็อก  ไม่ใช่คิดถึงตาแจ็คที่ทำงานในเอชแอนด์อาร์ บล็อก ซึ่งเป็นคนลงมือทำภาษีให้คุณ  เมื่อวอร์เรนซื้อหุ้นของซาโลมอน บราเธอส์  ธนาคารวาณิชธนกิจ  (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของซิตี้กรุ๊ป) ซึ่งเขาได้ขายออกไปในภายหลังนั้น  เขาคิดว่าเขากำลังซื้อสถาบัน  แต่เมื่อคนเก่งระดับหัวกะทิเริ่มพากันลาออกจากบริษัทพร้อมลูกค้ารายใหญ่  เขาพบว่าความสำคัญอยู่ที่คน ในบริษัที่มีความสำคัญอยู่ที่คน ( People Spacific ) พนักงานจะสามารถเรีรยกร้องและเอากำไรส่วนใหญ่ไปจากบริษัท  ทิ้งส่วนเล็กๆ ให้กับเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น  และการได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่วิธีที่นักลงทุนจะรวยได้
 
     อย่างไรก็ตาม  ธุรกิจที่ขายบริการเฉพาะสามารถสร้างปรากฏการณ์ได้เช่นกัน  เพราะบริษัทไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายในการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่  หรือลงทุนมหาศาลในการสร้างโรงงานผลิตและคลังสินค้าทำให้บริษัทที่ขายบริการเฉพาะที่ครองใจลูกค้าสามารถสร้างส่วนต่างกำไรได้มากกว่าบริษัทที่ขายสินค้า
     
           การเป็นผู้ซื้อและผู้ขายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สาธารณชนต้องการเสมอในราคาต่ำ : นี่คือโลกของวอลมาร์ท, คอสโก, เนบราสก้า, เฟอร์นิเจอร์ มาร์ท, และเดอะ เบอร์ลิงตัน นอร์ทเธิร์น ซานตาเฟ เรลเวย์ บริษัทเหล่านี้ยอมแลกการได้ส่วนต่างกำไรสูงๆ กำับการจำหน่ายในปริมาณมาก  ซึ่งกำไรที่ได้จากการจำหน่ายในปริมาณมากขึ้นแสนคุ้มค่ากับการได้ส่วนต่างกำไรที่ลดลง  หัวใจสำคัญของธุรกิจรูปแบบนี้คือ  เป็นผู้ซื้อราคาถูก และเป็นผู้ขายราคาถูก   ทำให้มีส่วนต่างกำไรสูงกว่าคู่แข่ง  และขณะเดียวกันยังเป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการในราคาต่ำได้อีกด้วย นอกจากนี้ เรื่องราวการเป็นผู้ขายสินค้าราคาต่ำที่สุดในเมืองยังจะเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวตัดสินใจเลือกร้านเมื่อลูกค้าต้องการจับจ่ายซื้อสินค้า ในโอมาฮา  หากคุณต้องการเตาใหม่สำหรับบ้านของคุณคุณจะไปที่เนบราสก้า  เฟอร์นิเจอร์  มาร์ท  ที่คุณคิดว่ามีสินค้าให้เลือกมากที่สุดและราคาคุ้มค่าที่สุด  เมื่อจะส่งสินค้าข้ามประเทศ  คุณจะนึกถึง เดอะ เบอร์ลิงตัน นอร์ทเธิร์น ซานตาเฟ  ซึ่งคุ้มค่าเงินที่คุณที่สุดและหากคุณอยู่ในเมืองเล็กและต้องการไปซื้อของใหห้างที่มีสินค้าให้เลือกมากที่สุดในราคาคุ้มที่สุด  คุณจะไปที่วอลมาร์ท

         นี่คือสิ่งซึ่งธรรมดามาก : ขายผลิตภัณฑ์เฉพาะ  หรือขายบริการเฉพาะ หรือเป็นผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าและบริการในราคาถูก  แล้วเงินสดจะไหลเข้ามาในมือคุณปีแล้วปีเล่า  เหมือนกับว่าคุณกำลังปล้นธนาคารในมอนติคาร์โลอย่างไรอย่างนั้น
   

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...