ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

งบกำไรขาดทุน การตีความงบการเงิน วอร์เรน บัฟเฟตต์

     

          ในการค้นหาบริษัทชั้นยอดที่มีความได้เปรียบในการแข่'ขันที่ยั่งยืน  วอร์เรน  บัฟเฟตต์จะเริ่มที่งบกำไรขาดทุนของบริษัทเสมอ  งบกำไรขาดทุนบอกให้นักลงทุนทราบถึงผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงเวลาหนึ่งๆ ตามธรรมเนียมปฏิบัติ  บริษัทจะจัดทำงบกำไรขาดทุนทุก 3 เดือนและตอนสิ้นปี  งบกำไรขาดทุนจะใส่ช่วงเวลาที่ครอบคลุมเสมอ  เช่น 1 มกราคม 2007 ถึง 31 ธันวาคม 2007

       งบกำไรขาดทุนมีส่วนประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน คือ : หนึ่ง  ส่วนรายได้ของบริษัท  ตามด้วยส่วนค่าใช้จ่าย  ซึ่งจะถูกหักออกจากรายได้และบอกว่าบริษัทได้กำไรหรือขาดทุน  ฟังดูง่ายๆ ใช่มั้ย? มันง่ายจริงๆ นั่นแหล่ะ

         ในยุคแรกของการวิเคราะห์หุ้น  นักวิเคราะห์ชั้นนำในสมัยนั้น เช่น เบนจามิน  เกรแฮม  อาจารย์ของวอร์เรน  บัฟเฟตต์  จะเน้นที่การดูว่าบริษัทสามารถทำกำไรได้หรือไม่อย่างเดียว  ให้ความสนใจน้อยมากหรือไม่ให้เลยกับความสามารถในการเจริญเติบโตในอนาคตของแหล่งรายได้  อย่างที่เราได้พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า  เกรแฮมไม่สนใจว่าบริษัทนั้นทำธุรกิจที่ไม่ธรรมดาที่มีความได้เปรียบทางเศรษฐกิจดีเยี่ยม  หรือเป็นเพียงหนึ่งในธุรกิจธรรมดาทั่วไปที่กำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด  เกรแฮมสามารถตัดสินใจซื้อบริษัทห่วยๆ ทันทีที่เขาคิดว่าราคาของมันถูกพอ

          หนึ่งในความเข้าใจอย่างลึกซึ่งของวอร์เรนคือ การที่เขาแบ่งโลกของธุรกิจออกเป็น 2 กลุ่ม คือ บริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวและยั่งยื่นเหนือคู่แข่ง  บริษัทเหล่านี้คือบริษัทที่เขายอมซื้อในราคาที่เหมาะสมหรือแพงกว่าเล็กน้อย  ซึ่งสามารถทำให้เขารวยล้นได้เมื่อเก็บมันไว้นานพอ  อีกกลุ่มหนึ่งคือ พวกธุรกิจธรรมดาทั่วไปที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนกับในตลาดที่มีการแข่งขันสูงปีแล้วปีเล่า  ซึ่งเป้นบริษัที่ไม่ดีต่อการลงทุนระยะยาว

           ในการค้นหาบริษัทชั้นยอด  วอร์เรนพบว่ารายการแต่ละรายการที่ประกอบกันเป็นงบกำไรขาดทุนของบริษัท  สามารถบอกเขาได้ว่าบริษัทนั้นมีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวหรือไม่  ไม่เพียงแต่ว่าบริษัทเหล่านั้นจะสามารถทำเงินได้หรือไม่เท่านั้น  แต่ส่วนต่างกำไรเป็นอย่างไร  บริษัทต้องใช้จ่ายกับการค้นคว้าพัฒนาสูงหรือไม่เพื่อที่จะคงความได้เปรียบและต้องใช้ความพยายยามอย่างมากหรือไม่ในการทำกำไร  ปัจจัยเหล่านี้ประกอบกันขึ้นเป็นข้อมูลที่เขาเก็บเกี่ยวได้จากงบกำไรขาดทุน  เพื่อจะเรียนรู้ธรรมชาติของกลไกเศรษฐกิจของบริษัทหนึ่งๆ  ..สำหรัรบวอร์เรน แหล่งที่มาของรายได้สำคัญกว่าตัวรายได้เสมอ

          ในหัวข้อข้างหน้า  เราจะเจาะลึกรายการแต่ละรายการในงบการเงินของบริษัท  และสิ่งที่วอร์เรนมองหา  ที่จะบอกให้เขารู้ว่ามันเป็นธุรกิจที่จะนำเขาไปสู่ความยากจน  หรือธุรกิจทองคำที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวที่ยั่งยืน  ซึ่งจะทำให้เขาเป็นคนรวยที่สุดในโลกต่อไป

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...