ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Alibaba 2 โดย คุณวีระพงษ์ ธัม



หลังจากที่หม่าอวิ๋นหรือ Jack Ma ก่อตั้ง Alibaba ในปี 1999 จุดมุ่งหมายแรกของเขาคือการสร้างฐานลูกค้า ยุคแรกของ Alibaba คือช่วงที่ธุรกิจ dot com กำลังเบ่งบานเต็มที่ บริษัทสามารถระดมทุนได้โดยไม่ยากนัก ทั้งจากนักลงทุนรายกลางและรายใหญ่ แต่ช่วงเวลาฮันนีมูนนั้นไม่เคยยาวนาน ปี 2000 ฟองสบู่ dot com ในตลาดหุ้น Nasdaq แตกในที่สุด ช่วงเวลานั้นภาพทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ นักลงทุนหมดความหวังกับธุรกิจ dot com และเงินที่หล่อเลี้ยงบริษัทที่เดิมจ่ายโดยนักลงทุนมือเติบก็เหือดแห้งไปพร้อม ๆ กับความยากลำบากที่ Alibaba ต้องเผชิญ และทุก ๆ ครั้งที่มีวิกฤตก็กำเนิดโอกาสที่พาให้ Alibaba และหม่าอวิ๋น เริ่มสร้างสุดยอดกลยุทธ์ธุรกิจในแบบที่ไม่มีในตำรา

            Alibaba.com ต้องตั้งหลักใหม่เพื่อความอยู่รอด โดยเริ่มต้นจากการลดค่าใช้จ่าย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้ Alibaba มีงานต้องกวาดหลังบ้าน จากเดิมที่ทุกอย่างถูกรวมศูนย์อยู่ที่หม่าอวิ๋น บริษัทเริ่มหาวิธีบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ ตัดลดงบโฆษณาลงทั้งหมด รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หม่าอวิ๋นลดเงินเดือนผู้บริหารระดับสูงลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเงินเดือนเดิมของผู้บริหารใน Alibaba.com รวมถึงตัวเขาเองนั้น ยังน้อยกว่าพนักงานระดับกลาง ๆ ของบริษัทใน Silicon Valley เวลานั้นเสียอีก เช่นเดียวกันกับพนักงานส่วนมากที่มีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่ “ยากจน” ในชนบทของประเทศจีน พวกเขาไม่ใช่หัวกะทิจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่ทุกคนมีสิ่งเดียวกันกับผู้นำของเขาคือ “ความฝัน” และ “ความหวัง” ที่จะนำพาบริษัทไปสู่ความสำเร็จ พนักงานขายทั่วประเทศของ Alibaba นั้นอยู่ในห้องเล็ก ๆ ซึ่งเป็นทั้งที่ทำงานและที่ซุกหัวนอน กินอาหารสำเร็จรูป ทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำมืด เป็นความอดทนที่สุดของมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่เต็มไปด้วยความฝันที่ยิ่งใหญ่ หม่าอวิ๋นพูดเสมอว่า “Alibaba ไม่ใช่ที่ทำงาน แต่นี่คือสถานทำฝันให้เป็นจริง” นี่คือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ Startup ประสบความสำเร็จ พนักงานทุกระดับของ Alibaba มีความรู้สึกเป็นเจ้าของบริษัทสูงมาก ทุกคนรู้ว่า ถ้าบริษัทจะชนะในธุรกิจ บริษัท “ต้องรอด” และยืนหยัดเป็นคนสุดท้ายให้ได้

            พนักงานขายและผู้บริหารบริษัทเดินสายทั่วประเทศเป็นหมื่น ๆ ลี้ เหมือนการเดินทัพทางไกล (Long March) ของเหมาเจ๋อตุงยุคก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อ “นำเสนอ” ทางเลือกใหม่ที่ทุกคนจะสามารถขายสินค้าผ่าน e-commerce ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายโดยใช้ Alibaba.com จากจุดเริ่มต้นที่งานถูกจัดในโรงแรมสองดาวเล็ก ๆ ที่มีผู้ฟังสิบกว่าคน จะมาจัดห้อง Ballroom โรงแรมห้าดาวที่มีคนฟังร่วมพันคน และเมื่อลูกค้าบน Alibaba สามารถขายของและหาลูกค้าได้ บริษัทก็เริ่มมีไอเดียในการหารายได้ในที่สุด โดยการเก็บเงินลูกค้าที่ต้องการนำเสนอสินค้าบริษัทตัวเองเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ และลูกค้าสามารถจ่ายเงินให้ Alibaba เพื่อการันตีความมีตัวตนบริษัทได้ผ่าน TrustPass ซึ่งเป็นหัวใจในการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อและผู้ขาย เงินจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับตลาดขนาดใหญ่ ทำให้ลูกค้า Alibaba ตัดสินใจได้ไม่ยาก และ SME ของจีนจำนวนนับแสนนับล้านก็ทำให้ Alibaba รอดพ้นวิกฤต และใช้เวลา 3 ปีในการกำไรได้ในที่สุด ในฝั่งผู้ซื้อ Alibaba ใช้ Google Adwords ทำธุรกิจอย่างจริงจังเป็นคนแรก ๆ ของจีนรวมไปถึงของโลก ไม่ว่าคุณจะพิมพ์ซื้อสินค้าอะไร ผู้ซื้อทั่วโลกก็จะถูกเชื่อมโยงมาที่ Alibaba และ Alibaba ก็เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดในจีนของ Google ไม่นานจากนั้นบริษัทก็ก้าวขึ้นมาเป็นเวป B2B (Business to Business) อันดับหนึ่งของโลก

            ในขณะที่ Alibaba ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของธุรกิจ B2B บริษัทที่ทำธุรกิจ C2C (Consumer to Consumer) อย่าง eBay ก็เริ่มสนใจเข้ามาขยายตลาดในประเทศจีนอย่างเงียบ ๆ โดยเข้ามาซื้อบริษัท Eachnet การต่อสู้บนสมรภูมิ e-commerce ในเวลานั้นไม่มีใครมองว่า Alibaba และ eBay จะเป็นคู่แข่งกัน เพราะอันที่จริงมี PowerSellers (ผู้ขายของบน eBay ที่มียอดขายสูง) ก็สั่งซื้อสินค้าทาง Alibaba จากจีนและนำมาขายบน eBay ในอเมริกา แต่หม่าอวิ๋นไม่ได้มองอย่างนั้น เขาคิดอยู่ในใจว่าซักวันหนึ่ง eBay ก็จะก้าวมาแข่งกับ Alibaba อย่างแน่นอน แทนที่จะเลือกตั้งรับ หม่าอวิ๋นก็ใช้การรุกเป็นกลยุทธ์ ในฤดูร้อนปี 2003 เขาจึงเลือกพนักงานที่ดีที่สุด 6 คน ตั้งทีมพิเศษที่เป็นความลับสูงสุด เงื่อนไขที่หม่าอวิ๋นถามพนักงานกลุ่มนี้ คือ พวกคุณจะต้องลาออกจากบริษัท Alibaba ทำงานในสถานที่ลับและห้ามบอกใคร ก่อนที่เขาจะบอกว่าโครงการนี้คือโครงการอะไร โครงการลับนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศจีนเกิดวิกฤตโรค SARS พอดี ดังนั้นความวุ่นวายภายนอกจึงเป็นม่านหมอกชั้นดีที่ทำให้โครงการลับนี้ไม่มีใครรู้ ไม่เว้นผู้บริหารระดับสูงของ Alibaba

            ทีมงานทั้ง 6 คนทำงานทั้งวันทั้งคืนในอพาร์ทเมนต์ของหม่าอวิ๋น สถานที่เดียวกันกับที่เขาและผู้ก่อตั้ง 17 คน ริเริ่มโครงการ Alibaba.com หม่าอวิ๋นมีทักษะและวิธีที่สร้างเรื่องราวที่ทำให้ทีมงานรู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับงานอยู่เสมอ ๆ จนในที่สุดพวกเขาก็สร้างเวปไซด์ taobao.com (เถาเป่า) ซึ่งแปลว่า “ค้นหาสมบัติ” หลังจากนั้นไม่นาน eBay ก็รุกคืบหน้าเหมือนที่หม่าอวิ๋นคาดไว้ ด้วยการทุ่มเงิน 180 ล้านเหรียญเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของ Eachnet และประกาศทำธุรกิจ C2C (Consumer to Consumer) เต็มรูปแบบ สงคราม e-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ก็เริ่มต้นขึ้น (ติดตามต่อตอนต่อไปครับ)

อ่านบทความ Alibaba ตอนที่ 3 โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...