ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บุคลิกภาพกับการลงทุน

     
   ผมเคยสงสัยมาตลอดว่าเราสามารถที่จะสอนคนให้เป็น Value Investor ที่เก่งกาจได้หรือไม่?  คำตอบในใจผมนั้นไม่ชัดเจน  ลึก ๆ แล้วผมคิดว่าการที่จะเป็น VI ที่เก่งมาก ๆ นั้น  ก็คงคล้าย ๆ  กับเรื่องของทักษะหลาย ๆ  อย่างที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสอนหรือการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว  แต่มันขึ้นอยู่กับยีนส์หรือบุคลิกของคน ๆ นั้นด้วย  พูดง่าย  คนบางคนนั้นจะสามารถเรียนรู้การลงทุนแบบ VI ได้ดีกว่าคนอื่นและจะสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว   ในขณะที่คนบางคนนั้นเรียนอย่างไรก็ไม่เข้าใจหรือทำไม่ได้   อะไรเป็นสิ่งที่จะบอกว่าเรามีองค์ประกอบที่เหมาะสมที่จะเป็น VI ได้ดีกว่าคนอื่น?  คำตอบนี้ผมคิดว่าส่วนสำคัญมาจากบุคลิกภาพของคนคนนั้นว่าเขาเป็น  “คนแบบไหน”  และเรื่องนี้ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ เสาวภา เชาวน์ชลากร อดีตอาจารย์แนะแนวนักเรียนโรงเรียนสตรีวิทยาที่ผมได้มีโอกาสคุยด้วยเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า  คนแต่ละคนนั้นล้วนแต่มีบุคลิกภาพเด่นที่สามารถจัดแบ่งออกได้เป็น 6 กลุ่มด้วยกัน  และแต่ละกลุ่มนั้นก็จะเหมาะกับงานหรือการเรียนแต่ละสาขา  คนที่มีบุคลิกหนึ่งแต่ไปเรียนหรือทำงานในสิ่งที่ไม่สอดคล้องกันนั้นมักจะไม่ประสบความสำเร็จ   และในบทความนี้  ผมก็ถือโอกาสนำมาประยุกต์เพื่อที่จะดูว่าคนแต่ละแบบนั้นเหมาะสมกับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน

เริ่มจากกลุ่มที่ 1 ซึ่งก็คือ  คนที่มีบุคลิกภาพแบบสังคม หรือ Social Type  นี่คือคนที่ชอบติดต่อเกี่ยวข้องกับผู้คน  ชอบสนทนา   ชอบแสดงตัว  มีความเป็นมิตร  รื่นเริง  มีทักษะทางภาษา  ต้องการความสนใจและชอบช่วยเหลือผู้อื่น  มักหลีกเลี่ยงการใช้ความคิดเชิงปัญญา  มักจะแก้ไขปัญหาโดยคำนึงถึงความรู้สึกและการใช้สัมพันธภาพระหว่างบุคคล  หลีกเลี่ยงงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์กลไกและวิทยาศาสตร์  ถ้าพูดแบบชาวบ้านก็คือ  เป็นคนที่มีบุคลิกภาพของ  “ความเป็นผู้หญิง”  ในความคิดของผมแล้ว  คนที่มีบุคลิกภาพนี้อย่างโดดเด่นนั้น  คงไม่ใคร่ เหมาะสมกับการเป็นนักลงทุนโดยเฉพาะที่เป็นแบบ VI นัก  เนื่องจากเขาหรือหล่อนจะไม่ค่อยสนใจที่จะวิเคราะห์หาเหตุผลที่เป็นความจริงของบริษัท  พวกเขามักจะไม่สนใจเรื่องของตัวเลขทางธุรกิจหรือความมั่งคั่งมากนัก  ถ้าจะให้แนะนำก็คือ  ควรจะลงทุนผ่านกองทุนรวมจะดีกว่าการลงทุนด้วยตัวเอง

  กลุ่มที่สองคือบุคลิกแบบกล้าคิดกล้าทำหรือ Enterprising Type  นี่คือคนที่มีลักษณะของการเป็นผู้นำ  มีความคิดริเริ่มและมีความเชื่อมั่นในตนเอง  กล้าถกเถียงโต้แย้ง  กล้าได้กล้าเสีย  ชอบผจญภัยพร้อมที่จะเสี่ยงพร้อมที่จะทดลอง  มีความเป็นอิสระ  อยากมีอำนาจและมีความก้าวร้าวทางวาจา  มีทักษะในการเจรจาต่อรองและลงทุน  มักหลีกเลี่ยงสภาพการณ์ที่ต้องใช้กำลังความคิดเชิงปัญญาในระยะที่ยาวนาน  พวกเขาชอบการวางแผนและการสมาคม  ชอบการท่องเที่ยว  ชอบความเป็นระเบียบและรักษาประเพณี  ชอบพึ่งพาอาศัยบุคคลอื่น  เป็นคนทำตามอารมณ์ตนเอง  ถ้าจะพูดง่าย ๆ  ก็คือคนกลุ่มนี้เหมาะกับการทำธุรกิจหรือการลงทุนที่ต้องการการบริหารงาน บริหารคน  และการใช้ความคิดและการตัดสินใจที่รวดเร็วและมีความเสี่ยง  ผมคิดว่าคนกลุ่มนี้สามารถเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นได้ไม่ยากแต่แนวทางการลงทุนนั้น  คงจะเป็นแนวเทรดหรือการซื้อมาขายไปมากกว่าที่จะเป็นนักลงทุนระยะยาว  การลงทุนของพวกเขานั้น  คงจะออกแนว  “ก้าวร้าว” กล้าได้กล้าเสียและสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ตามสถานการณ์  สไตล์การลงทุนของพวกเขานั้น  บางครั้งก็เป็นแบบ VI แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ใช่

กลุ่มที่ 3 คือบุคลิกภาพแบบอนุรักษ์นิยมหรือ Conventional Type  คนที่มีบุคลิกแบบนี้มักชอบกิจกรรมที่เป็นรูปธรรมและกิจกรรมทางภาษา  ยึดถือประเพณีดั้งเดิม  ชอบทำตามระเบียบแบบแผนมากกว่าคิดริเริ่มด้วยตนเอง  ให้คุณค่ากับการเป็นเจ้าของวัตถุหรือเป็นพวกวัตถุนิยมและเจ้าระเบียบ  ไม่ยืดหยุ่น  ชอบบทบาทของการเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา  มีลักษณะเป็นผู้ตามชอบลอกเลียนแบบ  มีความรับผิดชอบ  และเป็นคนที่ยอมตามและพึ่งพาอาศัยบุคคลอื่น  เป็นคนบึกบึนสู้งานและชอบสนุกสนาน  ถ้าจะพูดโดยสรุปก็คือ  พวกเขาน่าจะเป็น  “คนธรรมดา”  ที่ยึดถือระเบียบและคุณค่าทางสังคมที่คนส่วนใหญ่ยอมรับ  พวกเขาเหมาะกับการเป็น  “มนุษย์เงินเดือน”  ระดับกลางซึ่งผมคิดว่าอาจจะไม่ได้มีความโดดเด่นของบุคลิกที่จะมาเป็นนักลงทุนแบบ  “VI ผู้มุ่งมั่น”  ที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่หรูมาก  อย่างไรก็ตาม  เขาก็น่าจะสามารถลงทุนโดยใช้หลักการ VI ที่เหมาะสมกับตนเอง  เช่น  ลงทุนระยะยาวในกิจการที่ดีหรือลงทุนในกองทุนรวมอิงดัชนีเป็นต้น

กลุ่มที่ 4 คือบุคลิกภาพแบบจริงจังหรือ Realistic Type นี่คือคนที่ชอบกิจกรรมที่ต้องใช้พละกำลัง  ชอบทำงานอยู่กลางแจ้ง  กิจกรรมที่ไม่สลับซับซ้อน  กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งของ เช่น เครื่องจักรกลต่าง ๆ   มีความอดทน บึกบึน  กล้าแสดงผลงาน  พวกเขาจะขาดทักษะทางภาษา  ขาดทักษะทางการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลและมักหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องสังคมกับบุคคลอื่น  ค่อนข้างก้าวร้าว  มีค่านิยมทางการเมืองและเศรษฐกิจในรูปแบบที่มีระเบียบแบบแผน  ยึดถือประเพณีนิยม  นิยมสิ่งที่เป็นรูปธรรมและลักษณะภายนอกของคนเช่น  เงิน  อำนาจ  สถานภาพทางสังคม  ถ้าจะพูดก็คือ  เป็นคนที่มีลักษณะของ  “ความเป็นชาย”  สูง  งานที่เหมาะนั้นน่าจะเป็นงานทางด้านวิศวกรรม  กีฬา หรือทหารตำรวจ  เป็นต้น  ส่วนการลงทุนเองนั้น  จริง ๆ แล้วพวกเขาไม่น่าจะเหมาะเท่าไร  เหตุผลอาจจะเป็นเพราะพวกเขานั้นอาจจะมีความเข้าใจมิติทางด้านคุณภาพน้อยเกินไปแม้ว่าความชำนาญด้านตัวเลขอาจจะดี

กลุ่มที่ 5 คือ บุคลิกภาพแบบสืบสวนสอบสวนหรือ Investigative Type นี่คือผู้ที่ชอบคิด สังเกต วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล ชอบแก้ปัญหา ใฝ่รู้อย่างมีหลักการ  สนใจการจัดระบบ  การทดลองด้านกายภาพ ชีวภาพและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเพื่อที่จะได้เข้าใจและควบคุมปรากฏการณ์นั้น  ชอบทำงานที่สลับซับซ้อน  ชอบคิดมากกว่าที่จะลงมือทำ  ไม่ติดประเพณีนิยม เลี่ยงงานประเภทค้าขาย การเข้าสังคม  และไม่ชอบเลียนแบบ  มีความเชื่อมั่นในตนเอง  มีความคิดเห็นรุนแรง  มีความมานะบากบั่น อุทิศเวลาให้กับงาน  เก็บตัว  ไม่ใคร่สนใจสังคม  อาชีพที่เหมาะกับบุคลิกประเภทนี้น่าจะรวมถึงนักวิทยาศาสตร์  แพทย์  นักค้นคว้าวิจัยซึ่งรวมถึงนักวิเคราะห์หุ้น  และนี่คือบุคลิกที่ผมคิดว่าเหมาะกับการเป็น VI พันธุ์แท้มากที่สุด  และจากประสบการณ์ของผมรวมถึงที่เคยศึกษานักลงทุน VI ระดับโลก  ก็พบว่าพวกเขาเหล่านั้นต่างก็ชอบศึกษาและเรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ  มากมายหลากหลาย  ว่าที่จริงหลายคนนั้นมีความรู้และความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องอื่น ๆ  โดยเฉพาะในทางสังคมอาจจะเท่า ๆ  กับผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นด้วยซ้ำ  เพียงแต่ชื่อเสียงในฐานะนักลงทุนนั้นมากกว่าจึง “กลบ” ความรู้ด้านอื่นหมด

กลุ่มสุดท้ายก็คือ  บุคลิกภาพแบบศิลปินหรือ Artistic Type คือคนที่ชอบทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนามธรรม เป็นอิสระ มีสุนทรีย์  รักความงาม  มีความเป็นตัวของตัวเองสูง  ชอบใช้ชีวิตและทำกิจกรรมตามลำพัง   ไม่ควบคุมตนเอง  มักจะทำสิ่งต่าง ๆ  ตามที่ใจปรารถนา   มีความต้องการที่จะแสดงออกถึงลักษณะเฉพาะตัวของตน  ไม่ชอบเลียนแบบ   มีความคิดริเริ่ม  หลีกเลี่ยงงานประเภทที่ใช้ระเบียบแบบแผน   คนที่มีบุคลิกแบบนี้ผมคิดว่าคงยากที่จะเป็นนักลงทุนไม่ต้องคิดถึงว่าจะเป็น VI

ก่อนที่จะจบ  ผมคงต้องพูดว่าทุกคนนั้นต่างก็มีบุคลิกหลาย ๆ  อย่างอยู่ในตัว  เพียงแต่ว่าบางคนจะมีบุคลิกบางอย่างสูงกว่าบุคลิกอื่นมาก  และถ้าเป็นแบบนั้น  เราก็จะเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคน  “แบบไหน”  และก็มีโอกาสว่าเขาจะมีความสามารถในบางเรื่องมากกว่าคนอื่นโดยทั่วไป  สำหรับ VI แล้ว  คนที่จะได้เปรียบก็คือ  คนที่มีบุคลิกแบบสืบสวนสอบสวน  ที่ชอบตั้งข้อสงสัยและหาคำตอบว่าทำไมหุ้นตัวนั้นจึงน่าสนใจ  น่าซื้อหรือน่าขาย  ส่วนคนที่ไม่ได้มีบุคลิกนี้แบบชัดเจนก็ต้องตระหนักว่า  ถ้ารักจะลงทุนแบบ VI  เราก็ต้อง “ดึง” บุคลิกนี้ที่มีอยู่ในตัวออกมาใช้ให้มากที่สุด        

ดร.นิเวศน์  เหมวชิรวรากุล  

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...