ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"Qianhai เขตเศรษฐกิจพิเศษยกกำลังสอง"

 
   เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้รับเชิญไปร่วมประชุม Qianhai Conference ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อปักธงให้โลกรู้จักเมือง Qianhai (หรือเฉียนไห่) หลังจากที่รัฐบาลจีนได้ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ Qianhai อย่างเป็นทางการครบรอบสองปีพอดี

  คนส่วนใหญ่ (รวมทั้งผมด้วย) คงไม่เคยได้ยินชื่อ Qianhai มาก่อน เมื่อผมได้รับเชิญให้ไปร่วมงานนี้ ต้องรีบปรึกษาอากู๋ Google ว่าเมืองนี้อยู่ตรงไหนในจีน มีที่มาที่ไปอย่างไร และทำไมถึงคิดจะจัดการประชุมนานาชาติใหญ่โตเรื่องการเงินกับการพัฒนา เชิญคนใหญ่คนโตทั้งอดีตรัฐมนตรี ข้าราชการผู้ใหญ่ นักวิชาการ จากทั้งยุโรป เอเชีย และจีนเอง มาร่วมมากมาย เมื่อได้คำตอบจากอากู๋แล้ว ไม่รีรอที่จะตอบรับคำเชิญ

  Qianhai จัดได้ว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษยกกำลังสอง เพราะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ที่ตั้งอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Shenzen ที่เรารู้จักกันดี ประธานาธิบดีเติ้ง เสี่ยว ผิง จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ Shenzen ในปี 1980 โดยมีวัตถุประสงค์ที่ให้เป็นพื้นที่ทดลองแนวคิดระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม และกลไกตลาด ก่อนที่จะนำไปใช้ทั่วประเทศจีน สามสิบปีเศษผ่านไป Shenzen เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก จากหมู่บ้านชาวประมงชายแดน กลายเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่สามสิบอันดับแรกของโลก เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่สำคัญ ท่าเรือ Shenzen ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนหลายแห่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Shenzen ตลาดหลักทรัพย์ Shenzen เป็นตลาดหลักทรัพย์อันดับสองของจีน คนไทยแต่เดิมชอบไปซื้อของราคาถูกที่ Shenzen ทั้งของจีนทำเองและจีนทำเลียนแบบ ผมไป Shenzen รอบนี้ตกใจกับราคาของและราคาอาหารตามร้านทั่วไป เกือบทุกอย่างแพงกว่าเมืองไทย สะท้อนให้เห็นคุณภาพชีวิตของคน Shenzen ที่สูงขึ้นทั้งคุณภาพและราคา

  Qianhai เป็นบริเวณพื้นที่ริมทะเลขนาดสิบห้าตารางกิโลเมตรของ Shenzen ส่วนที่อยู่ใกล้กับฮ่องกง รัฐบาลจีนได้กำหนดให้ Qianhai เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับธุรกิจบริการทันสมัย (modern service industry) ที่เน้นความเป็นนานาชาติ ระบบตลาดเสรี และให้มีกฎเกณฑ์กติกาที่โปร่งใสเป็นสากลเพิ่มขึ้นยิ่งไปกว่าที่ Shenzen ได้รับอนุญาตไว้แต่เดิม ธุรกิจบริการที่ Qianhai ให้ความสำคัญประกอบด้วยสี่ด้านหลัก คือ บริการการเงิน โลจิสติกส์สมัยใหม่ การบริหารจัดการข้อมูลและระบบสารสนเทศ และบริการที่ต้องอาศัยผู้เชียวชาญมืออาชีพ (professionals) โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนในช่วงหลังต่างไปจากสมัยที่รัฐบาลจีนตั้ง Shenzen เพราะตอนนี้เป็นแนวคิดจากล่างขึ้นบน รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้ริเริ่มทำข้อเสนอให้รัฐบาลกลางพิจารณาสนับสนุนให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในเขตของตนเอง รวมทั้งขอให้รัฐบาลกลางให้สิทธิ์พิเศษต่างๆ ตามเป้าหมายของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแต่ละแห่ง ซึ่งอาจจะมีเป้าหมายที่ซ้อนทับกันบ้างระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ๆ

  การจัดตั้งเมือง Qianhai ก็เป็นแนวคิดจากล่างขึ้นบน รัฐบาลท้องถิ่น Shenzen ต้องการทำเรื่องใหม่ๆ หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการพาณิชย์และอุตสาหกรรมแล้ว จึงเสนอให้รัฐบาลกลางพิจารณาสนับสนุนให้ Qianhai เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับบริการทันสมัย รัฐบาลท้องถิ่น Shenzen ต้องลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใน Qianhai เอง ข้อดีของจีนคือว่าเมื่อรัฐบาลกลางตัดสินใจให้การสนับสนุนด้านนโยบายแล้ว จะกดปุ่มให้หน่วยงานระดับประเทศร่วมกันสนับสนุน Qianhai อย่างเต็มที่ แก้ไขกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ เพื่อให้ Qianhai สามารถทดลองทำธุรกรรมทันสมัยได้ โดยหวังว่าจะเป็นบทเรียนสำคัญก่อนที่จะขยายผลไปพื้นที่อื่นต่อไป

  โจทย์สำคัญในวันนี้ของ Qianhai คือจะกำหนดกลยุทธ์ของตัวเองอย่างไรในฐานะน้องใหม่ที่เกิดขึ้นมาแทรกกลางระหว่าง Shenzen กับฮ่องกง ซึ่งก้าวหน้ากว่า Qianhai หลายช่วงตัว ในด้านหนึ่ง Qianhai จะต้องแข่งขันกับทั้ง Shenzen และฮ่องกง ในอีกด้านหนึ่ง Qianhai จะต้องร่วมมือกับท้ัง Shenzen และฮ่องกง โดยอาศัยความได้เปรียบที่รัฐบาลกลางมอบให้ โดยเฉพาะความได้เปรียบเรื่องกฎเกณฑ์ กติกา และความได้เปรียบจากการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมต่อบริการทันสมัยไปยังส่วนอื่นๆ ของประเทศจีน ความได้เปรียบเหล่านี้เป็นความได้เปรียบเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะรัฐบาลจีนกำลังดำเนินการเปิดเสรีในหลายๆ ด้าน เมื่อใดก็ตามที่รัฐบาลเปิดเสรีอย่างจริงจัง ธุรกิจจะตั้งอยู่ที่ไหนในประเทศจีนก็จะได้ประโยชน์เหมือนกัน

  หัวใจของ Qianhai ดูจะเป็นบริการด้านการเงิน ในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีบริษัทเข้าไปจดทะเบียนใน Qianhai รวมกันประมาณ 16,000 บริษัท และกว่าร้อยละ 60 เป็นธุรกิจการเงิน บริเวณถนนที่กำลังก่อร่างเป็นศูนย์กลางการเงินของ Qianhai เริ่มเห็นธนาคารชื่อดังๆ ของจีนเปิดสาขาแข่งกันให้บริการอยู่มากมาย บริการการเงินในเขต Qianhai ได้รับสิทธิ์พิเศษหลายอย่างเหนือกว่าที่ทำได้ในบริเวณอื่นของประเทศจีน เนื่องจากรัฐบาลจีนกำลังทดลองเกี่ยวกับการเปิดเสรีบัญชีเคลื่อนย้ายเงินทุน และการทำให้เงินหยวนเป็นเงินสกุลสากล สาขาของสถาบันการเงินที่ตั้งใน Qianhai จึงได้รับสิทธิ์พิเศษเกี่ยวกับสองเรื่องนี้เป็นหลัก อาทิเช่น ธนาคารใน Qianhai สามารถนำเงินหยวนจากนอกประเทศจีน (รวมทั้งจากฮ่องกง) มาปล่อยกู้ต่อให้แก่บริษัทจีนที่จดทะเบียนใน Qianhai ได้ สามารถจัดตั้งกองทุนประเภทต่างๆ ที่นำเงินหยวนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนใน Qianhai สามารถให้บริการบริหารเงินสดข้ามประเทศ บริการระบบชำระเงินและบริการหลังบ้านสำหรับธุรกรรมเงินหยวนข้ามประเทศ บริการ wealth management ข้ามประเทศ นอกจากนี้ บริษัทที่จดทะเบียนใน Qianhai ได้รับอนุญาตให้ออก dimsum bond (พันธบัตรสกุลเงินหยวน) ในต่างประเทศได้ด้วย

  ในด้านบริการการเงินนั้น Qianhai ยังต้องแข่งขันกับเซี่ยงไฮ้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนให้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเช่นกัน และมีระบบสถาบันการเงินก้าวหน้ากว่า Qianhai อยู่หลายสิบปี แต่แนวโน้มของการเปิดเสรีเคลื่อนย้ายเงินทุน และการส่งเสริมให้เงินหยวนเป็นเงินสกุลสากลนั้น จะทำให้ตลาดทางการเงินในประเทศจีนใหญ่โตขึ้นอีกหลายเท่าตัว ทั้งรัฐบาลจีนและสถาบันการเงินจีนจึงเชื่อว่าโอกาสที่จะทำธุรกิจการเงินใหม่ๆ ยังมีไม่จำกัด ไม่ต้องกลัวว่า Qianhai จะสู้เซี่ยงไฮ้หรือฮ่องกงไม่ได้ หรือจะไม่มีธุรกิจการเงินให้ทำ

  Qianhai เป็นเหมือนกับอีกหลายเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน ที่รัฐบาลต้องการใช้เป็นแล็บทดลองเรื่องใหม่ๆ ก่อนที่จะขยายผลเป็นนโยบายในระดับประเทศต่อไป ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจากหลายสถาบันการเงินหลายแห่งเล่าให้ฟังในที่ประชุมว่าธุรกรรมการเงินใน Qianhai กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว นักวิชาการหลายคนกังขาว่าเป็นธุรกรรมที่ถูกสั่งมาให้ลงบัญชีที่ Qianhai หรือเป็นธุรกรรมที่เกิดจากกลไกตลาดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ หลายคนสงสัยว่าบทเรียนจากที่ Qianhai จะนำไปใช้ทั่วประเทศจีนได้มากน้อยเพียงใด เพราะ Qianhai เป็นเพียงเมืองทดลองขนาดเล็กๆ ที่สามารถควบคุมกำกับดูแลได้ใกล้ชิด จะแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับเมื่อนำนโยบายเหล่านี้ไปขยายผลทั่วประเทศจีน ที่สำคัญเมื่อรัฐบาลจีนตัดสินใจผ่อนคลาดกฎเกณฑ์การเคลื่อนย้ายทุนข้ามประเทศเป็นการทั่วไป และยอมให้เงินหยวนเป็นเงินสกุลสากลมากขึ้นแล้ว Qianhai จะอยู่ได้จริงหรือ เพราะเป็นศูนย์การเงินที่ตั้งขึ้นใหม่ เทียบชั้นกับฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ไม่ได้

  ในการประชุมครั้งนี้ เรื่องใหญ่ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือนโยบายใหม่ของรัฐบาลจีน ที่ต้องการสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) เชื่อมเมืองสำคัญทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ลงมาผ่านเซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง Qianhai ผ่านทะเลจีนใต้ อ่าวไทย ช่องแคมมะละกา มหาสมุทรอินเดีย ตะวันออกกลาง ต่อไปจนถึงแอฟริกา และยุโรป การสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเลนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลจีนที่ไปไกลกว่าเรื่องการค้าการลงทุนมาก เป็นแนวทางที่จะขยายอิทธิพล บารมีความยิ่งใหญ่ของจีนให้ไพศาลมากขื้น ทั้งด้านการเมือง กรอบความคิด และวัฒนธรรม หนีไม่พ้นที่รัฐบาลจีนจะเป็นพี่ใหญ่ผลักดันแนวคิดนี้ และสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับ วันนี้เราจึงเห็นรัฐบาลจีนลุกขึ้นมาตั้ง Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) รวมทั้ง Maritime Silk Road Management Fund รวมๆ กันคิดเป็นเงินทุนประเดิมกว่าสองแสนล้านดอลลาร์

  แนวคิดนี้เส้นทางสายใหม่ทางทะเลอาจจะยังไม่มีโครงการลงทุนชัดเจนเป็นรูปธรรม และจะต้องเผชิญกับปัญหาการเมืองระหว่างประเทศที่เพื่อนบ้านจีนหลายประเทศยังไม่ไว้ใจ (ในการประชุมครั้งนี้ ไม่มีผู้แทนจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีข้อขัดแย้งทางทะเลกับจีนเข้าร่วมเลย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เวียดนาม หรือฟิลิปปินส์) แต่เชื่อได้ว่ารัฐบาลจีนคงจะทำจริง และจะทำเร็ว รัฐบาลท้องถิ่น Shenzen หวังว่า Qianhai จะเป็นทั้งศูนย์กลางด้านการเงินที่เน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางทะเล และศูนย์กลางโลจิสติกส์ทันสมัย และจะเป็นตัวละครที่สำคัญสำหรับเส้นทางสายไหมทางทะเล นอกจาก Qianhai มีชัยภูมิที่ตั้งที่เหมาะสมแล้ว ชื่อเมือง Qianhai ยังได้เปรียบกว่าเมืองอื่นอีกมาก เพราะ Qianhai แปลว่าเปิดสู่ทะเล

  Qianhai จะไปได้ไกลแค่ไหนคงต้องรอดูต่อไป ในช่วงสามสิบปีที่ผ่านมารัฐบาลจีนได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำโครงการยากๆ ให้เกิดขึ้นได้สำเร็จ และยังมีเงินที่จะทุ่มทุนสร้างอีกมาก แต่ระบบตลาดในประเทศจีนวันนี้พัฒนาไปไกลมาก และรัฐบาลจีนมีแนวโน้มจะเปิดเสรีมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกเรื่อง ช่วงเวลาที่ Qianhai ได้เปรียบด้านสิทธิประโยชน์เหนือเมืองอื่นอาจจะสั้นกว่าที่หลายคนคิด ดังนั้น Qianhai (และเขตเศรษฐกิจพิเศษอีกหลายแห่งของจีน) จึงนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องลุกขึ้นวิ่งอย่างรวดเร็ว

  วันนี้ในเมืองจีนตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้ว เมืองไทยเรามีนโยบายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษกันมาหลายรัฐบาล แต่ยังไม่เห็นเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม หลายเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยยังเป็นแนวคิดที่กำหนดจากบนลงล่าง (มากกว่าที่จะเป็นการผลักดันจากคนในท้องถิ่นแบบล่างขึ้นบน) การประสานงานกันของหน่วยงานราชการยังเป็นอุปสรรคสำคัญ ไม่สามารถแก้ไขกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ ได้อย่างทันท่วงทีเพื่อให้เขตเศรษฐกิจพิเศษจัดตั้งได้จริง และเดินหน้าได้ตามวัตถุประสงค์ เขตเศรษฐกิจต่างๆ ไม่มีพลวัตภายใน และไม่มีแรงจูงใจระดับท้องถิ่นที่จะเร่งกันทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษประสบความสำเร็จ และที่สำคัญการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยดูจะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า (เช่น แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานด้วยการให้สิทธิพิเศษในการจ้างแรงงานต่างด้าว) มากกว่าที่จะปักธงทำเรื่องสมัยใหม่ที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

 cr. ดร. วิรไท  สันติประภพ   http://portal.settrade.com/blog/veerathai/2014/12/11/1502

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...