ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชำแหละหุ้นด้วยกลสงครามสามก๊ก กับ โจโฉ



รอโอกาสเข้าทางตน จึงค่อยระดมพลบดขยี้ 

...เมื่อครั้ง เล่าปี่ ยกทัพไปตีเมือง กังตั๋ง เพื่อล้างแค้นให้กับ กวนอู ในครั้งนั้นในใจเล่าปี่ มีแต่ความแค้นที่ต้องรบให้รู้แล้วรู้รอดไป ใครห้ามก็ไม่ฟัง แม้แต่ ขงเบ้ง ซึ่งเป็นที่ปรึกษา เข้ามาทักท้วงติงว่าศึกครั้งนี้ยังไม่เหมาะไม่ควรที่จะรีบบุก แต่เล่าปี่ก็ไม่สน และไม่ฟังใครทั้งนั้น ในใจมีแต่ความฮึดฮัด อึดอัด จนทนไม่ไหว ยังไงก็ต้องออกรบ...

ฝ่ายเมือง กังตั๋ง ได้แต่งตั้งให้ ลกซุน เป็นแม่ทัพใหญ่ออกไปประจันหน้ากับ เล่าปี่....ลกซุน เมื่อวิเคราะห์จนมั่นใจแล้วว่า เล่าปี่ ยกทัพมาเพื่อล้างแค้นที่พกอารมณ์อาฆาตพยาบาท เขาจึงตั้งสติ สงบนิ่งและพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ...

โดย ลกซุน วิเคราะห์ข้าศึก ไว้ดังนี้

1. ฝ่ายข้าศึกฮึกเหิมและต้องการรบปะทะ เพื่อเผด็จศึกโดยเร็วเนื่องจากความเคียดแค้นเป็นอารมณ์
2. ข้าศึกเดินทางมายาวไกล
3. จำนวนไพร่พล ร่วม เจ็ดสิบหมื่น
4. เสบียงอาหารย่อมร่อยหรอ
5. ภูมิประเทศ แถบนั้น เป็นป่า และภูมิอากาศร้อน (ไม่นาน ทัพ ของเล่าปี่ ก็ไปตั้งค่ายริมแม่น้ำ)

เมื่อเข้าใจ และมองเกมออก ลกซุน จึงใช้กลยุทธ์ “ รอโอกาสเข้าทางตน จึงค่อยระดมพลขยี้ ” โดยไม่ยอมออกรบ ทั้งๆ ที่ฝ่ายเล่าปี่ ส่งทหารออกไปท้าทายทุกวัน จนกระทั่ง ฝ่ายเล่าปี่ ลดความคึกความฮึกเหิมลง และด้วยอากาศร้อนจัด จึงสั่งย้ายทัพเข้าริมแม่น้ำที่มีร่มไม้ร่มรื่น เมื่อ ลกซุน เห็นโอกาสมาถึง เขาจึงสั่งกองทหารเข้าจู่โจม และใช้ไฟเพลิงเผาจนราบเป็นหน้ากลอง ฝ่ายเล่าปี่จึงแตกพ่าย และหนีหัวซุกหัวซุน จนกระทั่งไปตรอมใจตายในที่สุด

...เรื่องราว ดังกล่าวนี้ คล้ายกับคราวที่ ขงเบ้ง ส่งทหารออกท้าทายรบกับ สุมาอี้ ทุกวัน ในศึก ที่เขา กิสาน โดย สุมาอี้ ก็ไม่ยอมออกรบ แม้แต่จะได้รับการท้าทาย หรือแม้แต่ชุดสุภาพสตรีที่ ขงเบ้งส่งไปให้ ก็ตาม และยังคงตั้งมั่น สงบนิ่งรอโอกาสจะเข้าทางตนเท่านั้นจึงค่อยลุย จนกระทั่ง ขงเบ้ง ป่วยตายในที่สุด ในศึกครั้งนี้เป็นครั้งที่หก ซึ่งเป็นศึกครั้งสุดท้าย ทั้งสองฝ่าย ตั้งค่ายประจันหน้ากัน ราวร้อยวัน แต่ก็ไม่ยอมรบกัน..

- - - -

--> สำหรับ ราคาหุ้น เรามักจะเห็นราคาขึ้นลงเป็นรายวัน แต่ถ้ามองเกมยาวๆ สักสามเดือนขึ้นไปจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของราคาที่เกิดขึ้น สถานการณ์หนึ่งที่ทำให้เราสามารถเห็นโอกาสดีๆกับหุ้นพื้นฐานที่ดี มี STORY ที่เด่นๆ และหุ้นที่มีการขยายการลงทุน โดยจับจ้องดูพฤติกรรมทุกวันเกี่ยวกับราคาหุ้นว่าเป็นอย่างไร จนกระทั่งโอกาสเข้าทางเรา นั่นก็คือ ราคาหุ้นซื้อขายเบาบาง ราคาแกว่งตัวแคบๆ และที่สำคัญ PBV อยู่ในโซน 1 หรือ ใกล้เคียง 1 เล็กน้อย เมื่อนั้นแหละกลยุทธ์ “โอกาสเข้าทางตน แล้วค่อยเคลื่อนพลบดขยี้ “ ค่อยนำไปใช้ โดยเข้าซื้อแบบค่อยๆ ทยอยซื้อไม่ให้กระโตกกระตาก และค่อยๆ เก็บไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ราคาวิ่งขึ้น เมื่อมั่นใจค่อยเก็บให้สาแก่ใจ เพราะมั่นใจว่ามันวิ่งแน่…

^^ เมื่อทำได้ดั่งนี้ การนำบทเรียน ความพ่ายแพ้ของ เล่าปี่ มาเป็นบทเรียน จึงเป็นสิ่งที่น่านำไปใช้ นำไปปฏิบัติ ^^

เพราะแม้แต่ ลกซุนและ สุมาอี้ ก็ยังใช้กลยุทธ์นี้ ถ้าจะเรียกว่า กลยุทธ์แห่งผู้ชนะ ก็คงไม่ผิด นั่นก็คือ....

" รอจนโอกาสเข้าทางตน จึงค่อยระดมพล บดขยี้ "

- - โจโฉ - -

(Cr.ภาพจากdaily.khaosod.co.th)

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...