ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กลยุทธ์หุ้นเปลี่ยนชีวิต โดย คุณวีระพงษ์ ธัม

 

การลงทุนคือหัวใจสำคัญที่จะอยู่รอดในโลกยุคนี้ ในยุคที่สินทรัพย์มีราคาเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการหารายได้ของคนทั่วไป สำหรับคนยุคก่อน เงินล้านคือความฝันทั้งชีวิต แต่ปัจจุบันเงินล้านแทบจะซื้อบ้านเล็ก ๆ ซักหลังหรือรถขนาดกลางหนึ่งคันไม่ได้ ดังนั้นตำราที่บอกว่าให้ทำงานหนักขึ้น เพื่อหารายได้มากขึ้น และเก็บออมไว้เกษียณ อาจจะใช้ได้ดีในยุค Baby Boomer แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับยุคปัจจุบัน และยิ่งเรามีความตื่นตัวเรื่องการลงทุน ก็ยิ่งทำให้ราคาสินทรัพย์ลงทุนเกือบทุกชนิดรวมถึงหุ้นมีราคาแพงขึ้น ดังนั้นการลงทุน ที่เป็นทางออกสำหรับชีวิตยุคนี้ก็เป็นทางที่อันตรายที่สุดในเวลาเดียวกัน ตอนนี้หนังสือหุ้นเปลี่ยนชีวิตครบ 3 ปีเต็ม ผมอยากจะเพิ่มกลยุทธ์การลงทุน 30 ข้อที่น่าจะเอาไว้ใช้ในยุคที่เราต้องเอาตัวรอดจากการลงทุนในหุ้นครับ

            1. หัวใจของการลงทุนหุ้นอยู่ที่การซื้อธุรกิจที่ “แข็งแรง” “มีการเติบโต” และ “ราคาต่ำกว่ามูลค่า” การลงทุนในบริษัทที่ “ไม่แข็งแรง” เป็นสิ่งแรกที่ควร “หลีกเลี่ยง” เพราะการแข็งขันในธุรกิจมักจะสร้างปัญหาให้บริษัทที่อ่อนแอที่สุด คล้าย ๆ กับสารคดีที่บอกว่า ในทุก ๆ วัน กวางที่วิ่งช้าที่สุดจะตกเป็นเหยื่อของสิงโต นอกจากนั้นธุรกิจต้องมีการ “เติบโต” อย่างน้อยก็มากกว่าเงินเฟ้อหรือ GDP ประเทศ เพราะนี่คือปราการสำคัญสำหรับการคงมูลค่าเงินลงทุน สุดท้ายแล้วราคาที่เราซื้อ “ไม่ควรจะแพง” จนเกินไป สามสิ่งนี้ช่วยป้องกันปัญหาการลงทุนประเภท “ขาดทุนถาวร” ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดในการลงทุน

            2. หุ้นที่ดีจะต้องมีพัฒนาการเชิงบวกที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนที่ยอดเยี่ยม จากการลงทุนหากสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนมักเสาะแสวงหาพัฒนาการเชิงบวก เช่น หาบริษัทที่การลงทุนใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น (หุ้นเติบโตสูง) การเปลี่ยนผู้บริหาร หรือการแก้ปัญหาที่เรื้อรังของธุรกิจ (หุ้น Turn Around) การเปลี่ยนแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่ตกต่ำ (หุ้นวัฎจักร) อย่างไรก็ดีเราควรจะยึดหลักสำคัญข้อแรกไว้ก่อน ว่าการลงทุนควรจะหลีกเลี่ยงการขาดทุนถาวร ก่อนที่จะมุ่งหาผลตอบแทนและมองหา “ข่าวดี” เหล่านี้

            3.สิ่งที่ต้องรู้คือ นักลงทุนจำนวนมากต่างพยายามใช้วิธีเดียวกันเพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุดเช่นเดียวกับเรา นี่คือการแข่งขันที่รุนแรง และถึงเราจะอ่านตำราลงทุนแบบบัฟเฟตต์จนจบ เราก็อาจจะเป็นบัฟเฟตต์ไม่ได้ ส่วนที่สำคัญมากคือ “ประสบการณ์” ที่ต้องใช้ “ระยะเวลาสั่งสม” ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาดหุ้น สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ ความผิดพลาดจะต้องเกิดขึ้นกับนักลงทุนทุกคน เราไม่ได้พยายามหลีกหนีความผิดพลาดและมองหาความสมบูรณ์แบบจาการลงทุน แต่เราพยายามจะจำกัดความเสี่ยงมัน และเรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะนี่คือ “ประสบการณ์ที่มีคุณค่าสูง”

            4.ความเป็นอิสระต่อฝูงชน นักลงทุนที่ดีจะต้องมีความคิดเป็นอิสระจากคนอื่น นี่คือสิ่งที่น่าอึดอัดสำหรับสัญชาติญาณมนุษย์ เรามีแนวโน้มที่จะสบายใจที่จะถ้าทำตามคนอื่น จากประสบการณ์ของผมความรู้สึกอึดอัดใจในเวลาซื้อหุ้น จะให้ผลลัพท์ที่ดีกว่า นักลงทุนต้องทนความรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่สบายใจได้ เพราะหุ้นจะขึ้นในขณะที่นักลงทุนไต่กำแพงแห่งความกังวล และหุ้นจะตกลงอย่างหนักหลังจากที่ทุกคนรู้สึกสบายใจและปลอดภัย

            5.เราจำเป็นต้องพัฒนา “ไอเดียการลงทุน” ไม่ว่าจะเป็นการ “เปิดใจ” รับฟังไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา การอ่าน สังเกต คิด วิเคราะห์จึงเป็นส่วนสำคัญ เพราะนักลงทุนควรจะพยายามนำความคิดและข้อมูลต่าง ๆ ตกผลึกเป็นไอเดียดี ๆ ในการลงทุน นักลงทุนที่ชนะตลาดได้ มักจะมีข้อมูลในเชิงคุณภาพและปริมาณของบริษัท หรืออุตสาหกรรมที่ตัวเองลงทุนเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วไป ในทางกลับกันผู้ที่เสียหายหนัก คือนักลงทุนที่รู้น้อยที่สุด

            6.จงระวังการหาข้อมูลในการลงทุน เรามักจะมีแนวโน้มหาข้อมูลด้านบวกเพื่อสนับสนุนแนวคิดตัวเอง และละเลยมองข้ามข้อมูลเชิงลบที่ขัดแย้งกับความเชื่อของเรา การที่เรากำไรจากหุ้นจะยิ่งทำให้เราคิดเข้าข้างตัวเองมากขึ้น บางครั้งหุ้นขึ้นหรือลงได้โดยไร้เหตุผล ซึ่งจะทำให้ความโชคดี แปรเปลี่ยนไปเป็นความโชคร้าย เมื่อเราประมาทและมองความเสี่ยงน้อยลง

            7.อดีตไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่าบอกว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว มันใช้บอกอนาคตได้ในบางสถานการณ์เท่านั้น ถ้าเราตัดสินใจการลงทุนโดยการมองตัวเลขงบการเงิน เหมือนขับรถโดยมองแค่กระจกหลัง ในทางคณิตศาสตร์ ถ้าเราเห็นเลข 2 4 6 เราก็จะเดาว่าตัวเลขต่อไปคือ 8 แต่สำหรับการลงทุน มันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น

            ติดตามต่อได้ในตอนถัดไปครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...