ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความสุขศาสตร์ / โดย คุณวีระพงษ์ ธัม นักลงทุนเน้นมูลค่า



   สองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ในสแกนดิเนเวีย ตั้งแต่ก้าวแรกที่สนามบินโคเปนเฮเกน จนได้แวะเวียนเมืองใหญ่น้อยยาวไปตลอดทะเลบอลติก ผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศและผู้คนที่ต่างจากประเทศอื่นในยุโรป ในเชิงสถิติ ดินแดนแถบนี้ได้รับการจัดอันดับคุณภาพชีวิตที่ดีที่ในโลกอย่างต่อเนื่อง ระบบการศึกษามีมาตรฐานสูง ที่น่าสนใจที่สุดคือดัชนี “ความสุข” ที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ชวนตั้งคำถามว่าอะไรคือศาสตร์แห่งของความสุขของผู้คนในแถบนี้ วิถีการลงทุนในความสุขพวกเขาเป็นอย่างไร

            อันที่จริงทฤษฎีเรื่องความสุขมีการพูดถึงยาวนาน ทั้งในหลักชีวิตและหลักศาสนา และเป็นหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดที่มนุษย์พยายามไขว่คว้าและค้นหา เราทำงานหนัก ลงทุน ทำกิจกรรมทุกอย่างโดยมีเป้าหมายเพื่อบริหารความสุขของชีวิต มีนักคิดตั้งแต่ยุคปรัชญากรีก จนกระทั่งทฤษฎีในยุคคลาสสิกของมาสโลว์ ไปจนถึงการพัฒนาไปสู่ทฤษฎีสมัยใหม่อย่าง Positive Psychology แต่ผมอยากจะมาสรุปแง่คิดที่เรียบง่ายของชาวสแกนดิเนเวีย แชมป์ความสุขโลก ดังนี้ครับ

            1. ความมั่นคงระยะยาว ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนียเวียอย่างเดนมาร์คซึ่งเป็นประเทศต้นแบบรัฐสวัสดิการ ประชาชนชาวเดนิชไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการแพทย์ การศึกษา การเกษียณซึ่งใช้ได้ “ฟรีตลอดชีวิต” โดยรัฐหักภาษีสูงสุดถึง 57% ของรายได้ นอกจากนั้นยังเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มถึง 25% โดยระบบภาษีก็ “ส่งเสริม” คุณภาพชีวิตประชาชน เช่นถ้า ซื้อหนังสืออ่านสามารถนำมาหักภาษีได้ การปั่นจักรยานเพื่อส่งเสริมคุณภาพอากาศในเมืองและสุขภาพคนก็หักภาษีทางอ้อมได้ นอกจากนั้นดัชนีการคอรัปชั่นที่ต่ำมากก็ส่งเสริมให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงในชีวิต แต่สำหรับระบบในประเทศไทย เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก “จ่ายภาษีให้ตัวเอง” หรือหมายถึงการเก็บเงินอย่างน้อย 25% และนำไปบริหารลงทุนเองเพื่อให้ได้คุณภาพชีวิตความมั่นคงให้เทียบเท่า เพราะความสุขพื้นฐานควรจะเริ่มต้นโดยการที่ไม่ต้อง “กังวล” ถึงอนาคตในระหว่างทาง

            2. คุณภาพความสัมพันธ์และอิสระทางความคิด เดนิชให้ความสัมพันธ์กับ “คุณภาพ” ความสัมพันธ์เหนือ “ปริมาณ” พวกเขามีกลุ่มเพื่อนสนิทที่เล็กแต่คุณภาพสูง เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งรายได้ที่มากขึ้นไม่มีผลต่อความสุขเท่าระดับสัมพันธภาพที่ยอดเยี่ยมกับคนรอบข้าง นอกจากนั้นพวกเขามีอิสระในการทำสิ่งที่อยากทำ โดยไม่เปรียบเทียบกับผู้อื่น สังคมไม่ตัดสินชีวิตผู้คนอื่น ๆ ที่แตกต่าง เป็นแรงบวกสัมพันธภาพต่อคนรอบข้างดีทำให้เกิดความสุขและส่งเสริมในทางกลับกัน เหนือสิ่งอื่นใดในทุกวันพวกเขายังแบ่งเวลาให้กับครอบครัวหรือเพื่อนสนิทในตอนกลางคืน พวกเขาทำงานเต็มที่และเลิกงานตรงเวลา มุ่งตรงกลับบ้านไปทำกับข้าวร่วมกันกับครอบครัว หรือไปนั่งร้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่นกับเพื่อนรู้ใจ

            3. การชื่นชมกับสิ่งง่าย ๆ รอบตัว ความสุขเริ่มต้นตั้งแต่กระถางดอกไม้เล็ก ๆ หน้าบ้าน การเฉลิมฉลองกับสิ่งธรรมดา ๆ ให้เป็นวันที่พิเศษ การอบขนม ทำอาหารมื้อง่าย ๆ ร่วมกัน หนังสือดี ๆ หนึ่งเล่มก็เพียงพอกับความสุขระดับเดียวกับโรงแรมห้าดาวได้ การรับมือกับทัศนคติก็เป็นสิ่งสำคัญ อากาศที่สแกนดิเนเวียแปรปรวนฝนอาจตกวันละห้าครั้ง ฤดูหนาวก็มืดมิดและยาวนาน แต่สำนวนโบราณพวกเขาบอกว่า “ไม่มีอากาศที่แย่หรอก มีแต่เสื้อผ้าที่ใส่ไปไม่เหมาะสม”

            4. ทฤษฎีความสุขสบาย หรือ “Hygge” ภาษาเฉพาะของชาวเดนิช พวกเขารู้จักหา “รายละเอียดความสุข” มากมาย ถ้าไปถึงโคเปนเฮเกนจะพบว่าไม่บ่อยที่จะเจอเมืองหลวงที่ออกแบบรายละเอียดความสุขโดยมีสวนสนุกขนาดยักษ์อยู่กลางเมือง Tivoli Garden เป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในสวนสนุกแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงเด็กเล็ก แต่มีทั้งคนแก่ที่มานั่งดูดอกไม้ คนหนุ่มสาวมานั่งจีบกันใต้พลุทุก ๆ คืน มีนักธุรกิจเจรจางานในห้องอาหารในสวนสนุก และที่นี่คือจุดเริ่มต้นและเป็นแรงบันดาลใจ ให้ชายหนุ่มที่ชื่อว่า วอลเตอร์ อีเลียส ดิสนีย์ สร้างสุดยอด “สวนสนุกแห่งความสุขของโลก” หรือ Disney Land ก็มีจุดเริ่มต้นจากโคเปนเฮเกนนี่เอง

            รายละเอียดความสุขนั้นมีตั้งแต่ที่ทำงานไปถึงที่บ้าน เดนิชชอบ ชาร้อน ๆ ในบรรยากาศสลัว ๆ กลางแสงเทียน บ้านพวกเขาจะมืดในมาตรฐานชาวเอเชีย การนั่งโซฟาดี ๆ ริมเตาผิง ทุกสิ่งในบ้านจะกลมกลืนกับธรรมชาติ ชิมเค้กอร่อย ๆ นั่งเล่นเกมกระดานกระดาษกันในมุมโปรด ไม่มี Ipad ไม่มีโทรศัพท์ มีแต่บทสนทนาที่มีแต่ความหมาย นี่คือ Hygge ของพวกเขา

            5. การช่วยเหลือผู้อื่นและ Sense of Purpose ผลวิจัยบอกว่าในหนึ่งเดือนมีเดนิชถึง 67% ของประชากรทั้งหมดที่ช่วยเหลือบุคคลแปลกหน้า ผมไม่แปลกใจเพราะนี่เป็นประเทศในไม่กี่แห่งที่ผมได้รับการยื่นมือหลาย ๆ ครั้งก่อนที่ผมจะร้องขอเสียอีก พวกเขามีอัตราการบริจาคคืนสู่สังคมสูงในระดับ 20% ของรายได้ พวกเขาจะเต็มไปด้วย “Sense of Purpose” ของงานที่ทำเสมอ ๆ พวกเขาตะหนักว่างานของพวกเขานั้น มีความหมายกับชีวิตผู้อื่น เป็นรายละเอียดที่ “ใส่ใจ” ลงไป ความสุขและความหมายของชีวิตจึงส่งถึงกันและกันตลอดเวลา และนี่คือการลงทุนในความสุขที่เป็นประจักษ์แก่ชาวโลกแล้วว่า พวกเขาได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...