ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปีใหม่ 2558 โอกาสลงทุน ท่ามกลางความท้าทาย

 

    ในปี 2557 ที่ผ่านมา แม้ตลาดเงินตลาดทุนโลกจะมีความผันผวนสูงจากหลายปัจจัยทั้งการชะลอมาตรการ QE ของสหรัฐฯ QE Tapering) ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจของกลุ่มยูโร และการลดลงอย่างแรงของราคาน้ำมันในตลาดโลก  แต่ก็ถือว่าเป็นปีที่ดีสำหรับการลงทุนทั้งในพันธบัตรและหุ้น  การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลโลกและไทยโดยรวมให้ผลตอบแทนสูงถึงประมาณ 7-9%  สำหรับการลงทุนในหุ้น ผลตอบแทนจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และญี่ปุ่นให้ผลตอบแทนประมาณ 10-12% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงเป็นปีที่สามติดต่อกัน ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียก็เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง นำโดยตลาดหุ้นจีน A-share) ที่ดัชนีเพิ่มขึ้นกว่า 50% ถือเป็นอันดับ 1 ของโลก และในกลุ่ม Top 10 ก็เป็นตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียถึง 7 แห่งรวมถึงตลาดหุ้นไทย ที่ให้ผลตอบแทนที่ 15.32% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 45,466 ล้านบาทต่อวัน โดยมีหลักทรัพย์ใหม่เพิ่มขึ้น (IPO) ทั้งสิ้น 46 หลักทรัพย์ อันเป็นผลจากการเมืองที่มีเสถียรภาพทำให้รัฐสามารถขับเคลื่อนมาตรการด้านเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

  สำหรับปี 2558 นั้น จะเป็นปีที่การลงทุนมีความท้าทายอีกปีหนึ่ง เพราะเป็นปีที่จะเห็นความแตกต่างกันในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของหลายประเทศ (Policy Divergence) ที่สำคัญคือ ระหว่างสหรัฐ กับ กลุ่มยูโรและญี่ปุ่น ที่เราน่าจะเห็นธนาคารกลางสหรัฐ Fed) เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในทางตรงข้าม ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น อาจมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการ Public QE ต่อเนื่อง เพื่อฉุดให้รอดพ้นจากความเสี่ยงด้านเงินฝืด Deflation) แม้ว่าการดำเนินนโยบายเหล่านี้จะอยู่ในการคาดการณ์ของผู้ลงทุนแล้ว แต่ประเด็นที่ต้องจับตา คือ Reaction ของผู้ลงทุนกลุ่มที่มีการ leverage สูงหรือลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น Emerging Market Asset จะเป็นอย่างไรหากถึงเวลาที่ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยขึ้น รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ สรอ. ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากการดำเนินมาตรการ QE ของประเทศอื่นจะไปเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจสหรัฐหรือไม่

  ในส่วนของประเทศไทยนั้น คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำไปอีกระยะและราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการและเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค นอกจากนี้ เราน่าจะเห็นความก้าวหน้าของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานซึ่งล่าสุดรัฐบาลตั้งเป้าว่าจะเร่งโครงการรถไฟฟ้าและรถไฟรางคู่หลายสายให้สามารถประมูลและเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2558

  นอกเหนือไปจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งแล้ว เรายังได้สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่เกิดจากความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ที่ประกอบไปด้วย ไทย จีน เมียนมาร์ เวียดนาม กัมพูชา และลาว ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตในอัตราสูง โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มีวิสัยทัศน์ที่จะผลักดันและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางตลาดทุนในภูมิภาคนี้ เพื่อเป็นแหล่งระดมทุนของผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจและเสริมสร้างศักยภาพ ตอบรับกับโอกาสการขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยสามารถระดมทุนได้ทั้งในรูปแบบของการออกหุ้นสามัญและการออกตราสารหนี้ รวมไปถึงหุ้นใหม่ๆ จากกลุ่มประเทศ GMS ที่ ตลท. จะให้การสนับสนุนและชักชวนผู้ประกอบการในต่างประเทศมาระดมทุนในตลาดไทย

  จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ภายนอกประเทศในปีนี้อาจคาดการณ์ได้ยาก และมีปัญหามากมายที่คอยท้าทายผู้กำหนดนโยบาย ดังนั้น ผู้ลงทุนคงต้องระมัดระวังการลงทุนระยะสั้นที่อาจมีความผันผวน แต่ดิฉันยังเชื่อว่าประเทศไทยมีโอกาสที่จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีได้ในปี 2558 นี้ ทั้งจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ประกอบกับความร่วมมือระหว่างประเทศที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้แก่ประเทศไทยในเวทีโลก ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนระยะยาวในหุ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดธุรกิจที่เติบโตตามเศรษฐกิจของประเทศสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ รวมทั้งโอกาสการลงทุนในบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนใหม่ในตลาดทั้งจากในและต่างประเทศ สุดท้ายนี้ ดิฉันขอถือโอกาสกล่าวสวัสดีปีใหม่แก่ท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ

Blog คุณ เกศรา  มัญชุศรี
http://portal.settrade.com/blog/kesara/2015/01/09/1511

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...