ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

วิถีของอาชีพ VI (1)


วิถีชีวิต (Lifestyle) เป็นคำที่เริ่มได้ยินบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะการดำเนินชีวิตของคนในปัจจุบัน ไม่ใช่สูตรสำเร็จเหมือนแต่ก่อน วิถีความสำเร็จพิมพ์นิยมที่ว่าต้องเรียนให้เก่ง ทำงานบริษัทดี ๆ สร้างฐานะให้มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น ลูก ๆ เติบโตมา ก็เรียนจบมหาวิทยาลัยดีเหมือนกับรุ่นพ่อคงเป็นแค่ทางเลือกหนึ่งของวิถีชีวิตสมัยใหม่เท่านั้น


เพราะในยุคหลัง ๆ ผมเริ่มสังเกตว่าวิถีชีวิตเปลี่ยนไปจากเดิม รวมไปถึงมีแบบฉบับที่แตกต่างกันมากขึ้น เพราะรูปแบบการดำเนินชีวิต ทัศนคติ มุมมองต่อโลก การให้คุณค่าของแต่ละคนไม่เท่ากัน ด้วยวิถีชีวิตที่แตกต่าง ทำให้ผู้คน "เลือก" อาชีพแตกต่างกันมากขึ้นเช่นเดียวกัน เช่น คนเลือกจะทำงานฟรีแลนซ์หรืองานอิสระมากขึ้น เพราะต้องการเวลาในชีวิต ต้องการใช้ชีวิตในสิ่งที่อยากจะเป็น ไม่ใช่ตามสังคมจารีตประเพณี คนรุ่นใหม่ค้นพบว่าอันที่จริงไม่ว่าจะเป็นบทบาทไหนในสังคม อาชีพแต่ละอย่างก็มีคุณค่าและมี "โอกาส" ต่างจากแต่ก่อนที่ค่อนข้างดูถูกบางสาขาอาชีพ และยกย่องบางสาขาอาชีพมากเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ดี วิถีของคนรุ่นใหม่ไม่ต้องการนับ 1-2-3 อย่างการทำงาน 30 ปีไต่เต้าขึ้นไปสู่ตำแหน่งบริหาร และรับเงินเกษียณอาจจะเป็นวิถีในอดีต พวกเขาอยากนับ "ข้าม" ตัวเลขที่ไม่ต้องการหรือหาทางลัด ตัวอย่างเรื่องความต้องการรวยเร็วก็เป็นกระแสนี้ หลาย ๆ ปีให้หลัง ถนนทุกสายจึงมุ่งหาเส้นทางลัดสู่อิสรภาพทางการเงิน "การรวยเร็วจากการเล่นหุ้น" เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่ผิดจากโจทย์ที่ผิด

ผมจึงลองย้อนวิถีของอาชีพ VI ในมุมที่ผมเห็นมากกว่าสิบปีที่ผ่านมา รวมไปถึงจากการอ่านชีวประวัติของนักลงทุนระดับโลก ว่าวิถี VI แต่ละวิถีเป็นอย่างไรบ้าง แต่ต้องบอกก่อนว่า วิถีของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน และอาจจะผสมผสานมากกว่าหนึ่งวิถีทาง และบอกไม่ได้ว่า วิถีไหนจะดีกว่ากัน เพราะมันคือ "เส้นทางชีวิต" ซึ่งคนแต่ละคนมีปัจจัยต่างกัน จึงให้คุณค่า และเป้าหมายแตกต่างกัน


วิถี VI แรกสุด เป็นวิถีแห่งการลงทุนอย่างแท้จริง ใครเคยอ่านหนังสือชีวประวัติ Buffett โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ ก็จะเป็นภาพลักษณะเดียวกัน คือเก็บหอมรอมริบทุกบาททุกสตางค์ เพื่อมา "ลงทุน" เรียกได้ว่าประหยัดอดออม ความฟุ่มเฟือยเป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับ VI วิถีนี้ เพราะพวกเขารู้ว่าเงินทุกบาทในวันนี้มีมูลค่ามหาศาลในวันข้างหน้า เพราะมุ่งเน้นหา "ผลตอบแทน" ในการลงทุนเป็นหลักใหญ่ ผมจึงขอตั้งชื่อวิถีนี้ว่า "วิถีมั่งคั่ง"

นักลงทุน VI ที่อยู่ในวิถีมั่งคั่งนี้ กิจกรรมหลักจะเป็นการเน้นหาหุ้นตัวใหม่ ๆ ฟัง Company Visit ถ้าไปพบเพื่อน ๆ ก็มักจะมีทำพรีเซนเตชั่นเพื่อแชร์ข้อมูล แนวคิดของหุ้นแต่ละตัวให้ฟังกัน เข้าฟังสัมมนา อ่านหนังสือการลงทุนอย่างเข้มข้น เพื่อค้นหาหุ้นที่มี "ส่วนลด" หรือหุ้นที่ราคาถูกกว่ามูลค่าของมัน จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดอีกจุดหนึ่งคือ "ความถี่ในการเปิดดู Streaming เพื่อเช็กราคาหุ้น" วิถีนี้อาจจะเปิดหลาย ๆ ครั้งต่อวัน รวมไปถึงความกระตือรือร้นในการศึกษาหุ้นใหม่ ๆ ไม่ว่าจะ IPO หรือหุ้นที่ยังไม่รู้จัก และยังคงประหยัดอดออม ใช้จ่ายเงินต่ำกว่า "ความมั่งคั่ง" ที่ตัวเองมีอย่างต่อเนื่อง คนที่อยู่ในวิถีนี้ได้ยาวนานอย่างมั่นคงที่สุด ผมเห็นแค่คนเดียวคือ Warren Buffett

วิถี VI ที่สอง คือวิถีอิสระ วิถีนี้การมุ่งเน้น "ผลตอบแทน" อาจจะน้อยลงไปกว่าวิถีมั่งคั่ง แต่แลกมาซึ่งอิสระในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของเวลา กิจกรรมการลงทุนของวิถีนี้ อาจจะเป็นแค่ "กิจกรรมเสริม" เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวเพื่อการเกษียณที่ดีกว่าหรืออาจจะลด "ความมุ่งมั่น" เรื่องการสร้างผลตอบแทนลดลง เพราะมีกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเข้ามาในชีวิต

นักลงทุน VI วิถีอิสระ อาจจะเน้นการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุนหรือทำ DCA (Dollar Cost Average) ทุก ๆ เดือน ผ่านกิจกรรมออมหุ้น ซึ่งคนแรก ๆ ที่พูดถึงน่าจะเป็นคุณสุมาอี้ในบล็อก Dekisugi.net หรืออาจจะซื้อหุ้นที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม และถือไปเรื่อย ๆ ตราบที่กิจการยังเติบโตอยู่ เรียกได้ว่า VI กลุ่มนี้ หาผลตอบแทนจากการเลือกกิจการที่ดีเป็นหลัก ส่วนการมุ่งเน้นหา "ส่วนลด" ของหุ้นนั้นเป็นปัจจัยรอง ดังนั้นพฤติกรรมของนักลงทุนกลุ่มนี้จะเปลี่ยนหุ้นไม่บ่อยนัก ซื้อแล้วจะถือยาวกว่าค่าเฉลี่ย VI วิถีอื่น ๆ สิ่งที่ VI กลุ่มนี้แลกมา คือ "ความอิสระ" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาระหน้าที่ที่จะต้องขวนขวายหาหุ้นตลอดเวลา รวมไปถึงอิสระทางใจจากความกังวลในการลงทุนหุ้นตัวใหม่ ๆ นักลงทุนกลุ่มนี้อาจจะไม่ดูหุ้นเลยทั้งสัปดาห์ หรืออาจจะเช็กราคาเฉพาะเมื่อตลาดหุ้นปิด แต่จุดสำคัญคือ VI วิถีอิสระ จะยังคงมี "เงิน" ลงทุนในหุ้นเกือบ 100% หรืออาจจะมีเงินสดเพราะรอหาซื้อหุ้นเท่านั้น

ติดตามตอนสองอีกสองสัปดาห์ครับ ระหว่างนี้ ผมขอฝาก "วิถี VI" ทุกวันพฤหัสบดี 22.00-22.30 น. ซึ่งอยู่ในรายการ "มือใหม่ Turnpro" ทางช่อง Money Channel ถือเป็นรายการที่ 3 ของสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) ที่จะตอบโจทย์ว่า การมุ่งหน้าสู่ วิถี VI ที่ประสบความสำเร็จจะเป็นอย่างไรครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...