ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กฎ 3 ข้อของ "อาชีพนักลงทุน"



   ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าตอนนี้ "อาชีพนักลงทุน" กำลังเป็นที่สนใจในหมู่วัยรุ่นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่ากระแสความสนใจที่จะเข้ามาชิมลาง ลองลงทุนก็มีให้เห็นกันอยู่ตลอด

แต่ถ้าลองแวะเวียนเข้าไปตามเว็บบอร์ดของเด็กวัยรุ่น ก็เริ่มมีคำถามตั้งกระทู้หลายอันว่า "อยากมีอาชีพนักลงทุนต้องทำอย่างไร ?"

เรื่องแบบนี้อาจต้องพึ่งพาคนหัวอกเดียวกัน แบบ "ธำรงชัย เอกอมรวงศ์" หรือ "คุณหยง" ซึ่งปัจจุบันทำอาชีพเป็นนักลงทุน ซึ่งหมายถึง ไม่ได้มีงานประจำอื่น รายได้ส่วนใหญ่มาจากการนั่งเทรดในห้องค้าล้วน ๆ ซึ่งตรงตามคอนเซ็ปต์ที่น้อง ๆ ต้องการเป๊ะๆ

"คุณหยง" ให้ไอเดียกับเรื่องนี้ว่า ถ้าน้อง ๆ หรือแม้กระทั่ง ใครก็ตามที่ต้องการออกจากอาชีพประจำเพื่อมาเทรดก็สามารถทำได้ แต่อยากแนะนำให้จำ "กฎ 3 ข้อของอาชีพนักลงทุน" ให้ขึ้นใจ จึงจะสามารถประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้ได้

กฎข้อที่ 1 "ต้องศึกษาการลงทุนอย่างจริงจัง" อาชีพนักลงทุนก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆ ที่จะต้องสร้างความรู้ความเชี่ยวชาญให้กับตัวเอง เพื่อให้สามารถซื้อขายถูกจังหวะ เลือกหุ้นได้ถูกตัว ซึ่งสำหรับตัว "คุณหยง" เองแม้ตลาดหุ้นจะปิดทำการแล้ว แต่หน้าที่ของนักลงทุนยังไม่จบ เพราะจะต้องใช้เวลาต่อจากนั้นทำการบ้าน ด้วยการวางแผน เตรียมข้อมูลการลงทุน ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 5 ทุ่ม-เที่ยงคืน ดังนั้นการศึกษาในฐานะนักลงทุน จึงต้องทำอย่างจริงจังราวกับ "เอาชีวิตเข้าแลก" เพื่อให้สามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

กฎข้อที่ 2 "ต้องอดออม" หลายคนอาจเคยเข้ามาลงทุนแล้ว และสามารถสร้างกำไรได้อย่างดี จึงมองว่าตลาดหุ้นเป็นช่องทางที่หาเงินได้ง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว "นักลงทุนมืออาชีพ" ต่างรู้ดีว่า ไม่ใช่ทุกภาวะตลาดที่จะสามารถทำกำไรได้ตลอดเวลา เมื่อมีได้-ก็ต้องมีเสีย ดังนั้นจึงจะต้องสร้างนิสัยการ "อดออม" โดยกำหนดหลักเกณฑ์ในการใช้เงินอย่างมีวินัย เช่น หากทำกำไรได้ 100 บาท จะนำมาใช้ได้เพียง 1 บาท เท่านั้น ซึ่งจะช่วยทำให้อยู่รอดในตลาดระยะยาวได้

กฎข้อที่ 3 "ต้องให้เวลากับการลงทุน" ในยุคสมัยนี้ไม่ใช่เฉพาะวัยรุ่นเท่านั้นที่ใจร้อนต้องการจะร่ำรวยอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะหลายคนได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนที่มีจนล้นแผงหนังสือ จนเกิดความมั่นใจว่าจะทำได้ตามสูตรสำเร็จเหล่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว กว่าที่ "นักลงทุนมืออาชีพ" จะประสบความสำเร็จได้ จะต้องผ่านอุปสรรคมากมาย (เยอะเกินกว่าที่จะอธิบายในหนังสือ) ดังนั้นอาชีพนี้จึงไม่ได้การันตีว่าจะทำให้ทุกคนรวยได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งหมดนี้หากทำได้แล้วจะลองมาชิมลางในอาชีพนี้ดูก็น่าจะพอไหวแต่ถ้าไม่อยากเหนื่อยไม่อยากทำงานหนัก ไม่อยากอดทน แต่อยากรวย...อาชีพนี้อาจไม่เหมาะกับคุณ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...