ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

30 กลยุทธ์หุ้นเปลี่ยนชีวิต (4) / โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

 

ตั้งแต่ตอนแรกจนมาจบตอนสุดท้าย ก็ครบเวลาที่ผมเดินทางกลับมาจากยุโรปเกือบค่อนเดือนกับครอบครัวพอดี การใช้ชีวิตในต่างประเทศทำให้ได้มุมมองที่กว้างขึ้น ได้เห็นโลกที่แตกต่าง ซึ่งเป็นบทเรียนที่สอนอะไรหลาย ๆ อย่าง ตั้งแต่ออกจากสนามบินประเทศเยอรมัน มีทางหลวงซึ่งขับรถได้โดยไม่จำกัดความเร็ว (ออโตบาห์น) รถขับเร็วกว่า 200กม.ต่อชม. แต่ผมกลับไม่พบอุบัติเหตุตลอดการขับรถกว่า 3,000 กิโลเมตร อุบัติเหตุต่ำมากเพราะทุกคนมีวินัยในการขับรถ ในเมืองไม่ต้องมีหลังเต่า เพราะทุกคนเคารพความเร็วในเมืองและคนเดินถนน สิ่งที่ยืนยันวินัยของคนในประเทศคือสินค้าเยอรมันซึ่งมีคุณภาพสูง พื้นฐานของคน สังคม วัฒนธรรม เสริมสร้างจุดแข็งของประเทศ และหุ้นบลูชิปของแต่ละประเทศนอกจากจะสะท้อน “ระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ” ก็มักจะสะท้อน “ความเป็นตัวตน” ของประเทศนั้น ๆ ผมขอใช้พื้นที่ ๆ เหลือ ให้ 5 กลยุทธ์สุดท้าย ซึ่งจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ วิถีชีวิตในตลาดหุ้น

            26) อย่าไปยึดติดว่าเราจะต้องลงทุนอะไร ลงทุนประเทศไหน ลงทุนหุ้นกลุ่มไหน เพราะทุกการลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ทั้งนั้น ถ้าคุณสามารถมีมุมมองที่ดีกว่าคนอื่น มีข้อมูลติดตามได้ใกล้ชิด มีจิตใจที่มั่นคงทางอารมณ์มากกว่า อย่าให้ความยึดติดตัดสินอะไรบางอย่างเร็วเกินไป ตัวอย่างของผมคือ ในสิบกว่าปีที่แล้ว วันที่ทุกคนรอบตัวบอกผมว่าตลาดหุ้นคือแหล่งการพนัน ผมคงไม่ได้มีวันนี้ ถ้าเชื่อโดยไม่ได้พิสูจน์ก่อน วิถีชีวิตที่ดีที่สุดของตลาดหุ้นคือเราต้องไม่ยึดติดอะไร จงระวังความเชื่อทั้งหลายที่ไม่ได้รับการพิสูจน์จากตัวเราเองเสียก่อน มากไปกว่านั้นทุกสิ่งในการลงทุนเกิดและดับตลอดเวลา สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นและจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าก่อนทุกอย่างจะล่มสลาย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรม ธุรกิจ ราคาหุ้น และจิตของนักลงทุนก็ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดและดับ นี่คือวัฏจักรซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่จะซ้ำรอยทุกครั้ง

            27) จงระวังสามสิ่งในชีวิต ชีวิตการลงทุนยุคสมัยนี้ นอกจากจะเป็นสิ่งจำเป็นแล้ว ยังเป็นการแข่งขันเสรี ทุกคนเข้ามาลงทุนได้ ไม่เว้น “หุ่นยนต์” ที่มีบทบาทในตลาดหุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลาดหุ้นคือ Red Ocean สำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนชั้นเลิศ แต่ในทางกลับกัน การลงทุนกลับเป็นหนทาง Blue Ocean ที่ดีที่สุดสำหรับคนธรรมดา ๆ ที่จะเกษียณอายุได้ ด้วยการคาดหวังผลตอบแทนที่เหมาะสม และลงทุนระยะยาว 20 ปีขึ้นไป สามสิ่งที่อย่าปล่อยให้ผ่านไปง่าย ๆ คือ “เวลา” ซึ่งเป็นต้นทุนที่แพงที่สุดและเรียกกลับมาไม่ได้ สิ่งที่สองคือ “เงินลงทุน” ที่อาจจะละลายไปกับวิถีชีวิตแห่งการใช้จ่ายของยุคนี้ อย่างที่สามคือโอกาส ที่อาจจะมาเพียงไม่กี่ครั้ง อย่าปล่อยทั้งสามสิ่งนี้ลอยผ่านไปอย่างไร้ค่า

            28) จงขายหุ้นหรือสิ่งที่คุณลงทุนทิ้ง ถ้ามีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า หรือราคาหุ้นสูงกว่าพื้นฐานมาก หรือหุ้นตัวนั้น ๆ มีพื้นฐานแย่ลงอย่าถาวร ต้นไม้เมื่อออกดอกออกผล ก็ถึงเวลาที่จะเก็บเกี่ยว ต้นไม้ไม่มีทางเติบโตไปถึงสวรรค์ จงคิดตั้งแต่ซื้อหุ้นว่าคุณจะขายมันเมื่อไหร่ และพยายามทบทวนแผนตลอดเวลา อย่างไรก็ดีผมก็รู้สึกว่าการยึดติด หรือการมีเครื่องยึดเหนี่ยวก็เป็นพื้นฐานของมนุษย์ คุณอาจจะไม่ต้องถึงขั้นขายบ้านที่คุณผูกพัน หรือขายที่ดินบรรพบุรุษ เพื่อเอาเงินมาลงทุน บางสิ่งบางอย่างมี “คุณค่า” ที่วัดเป็นตัวเงินไม่ได้

            29) สิ่งที่หายากกว่าเงินในตลาดหุ้นคือความสุข ความสงบ ความสบายใจ ก่อนเข้าตลาดหุ้น เราต้องการหาเงินเพื่อเพิ่มความสบายใจว่าเราจะมีเงินเกษียณ มีเงินดูแลครอบครัวให้มีชีวิตดีขึ้น ดังนั้นถ้าการลงทุนของเราถูกต้อง เราควรจะคิดถึงเงินน้อยลง มีความสุขมากขึ้น น่าเสียดายที่หลายครั้งยิ่งเราลงทุนได้ผลตอบแทนดี เรากลับคิดถึงเงินมากขึ้น และมีความสุขน้อยลง เราขวนขวายหาผลตอบแทน เพิ่มขนาดพอร์ตหุ้น จนถึงจุดที่เราลืมไปว่าสิ่งธรรมดา ๆ รอบตัวคือสิ่งพิเศษ ความสุขที่แท้จริงไม่ซับซ้อน เรียบง่าย บทเรียนของผมคือ จงอย่าแลกรอยยิ้มหนึ่งรอยยิ้มคนของรอบตัวกับตลาดหุ้นที่แสนวุ่นวาย

            30) จุดมุ่งหมายของการลงทุน อาจไม่ใช่เพื่อลาออกมาเป็นนักลงทุนเต็มเวลา แต่เพื่อให้เราสามารถไปทำอย่างอื่นได้ไปพร้อม ๆ กัน เลือกงานที่เรารักได้ หรือสามารถทำงานโดยปราศจากแรงกดดันเรื่องเงิน ความหมายของชีวิตที่ดีในมุมมองผม คือการเติบโต และเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ตั้งแต่วันที่มนุษย์รู้จักการลงทุน เราก็มีเวลาเหลือจากการทำงานประจำวัน สร้างสิ่งที่มีความหมาย เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ยอมรับความผิดพลาดและอย่าหยุดเรียนรู้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...