ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สรรพสิ่งเปลี่ยน-ยีนส์เหมือนเดิม /โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร


ผู้คนต่างก็คิดว่าโลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก  สิ่งต่าง ๆ  เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากมาย  เราทำในสิ่งที่ไม่เคยทำและทำไม่ได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไม่ต้องพูดถึงคนในยุคก่อน  ยิ่งถ้าเรานึกถึงคนในยุคก่อนอารยะธรรมที่ยังอาศัยอยู่ในถ้ำเมื่อกว่าหมื่นปีที่แล้วก็แทบจะเรียกว่าชีวิตและกิจกรรมของคนเปลี่ยนไปจาก “หน้ามือเป็นหลังมือ” ทีเดียว  แต่ถ้าเราคิดลึกและศึกษาชีวิตของคนจากพื้นฐานจริง ๆ  แล้วก็จะพบว่า  สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนหรือเปลี่ยนน้อยมากในช่วงกว่าหมื่นปีมานี้ก็คือ “ยีนส์” ของมนุษย์  ยีนส์ซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อยู่ในตัวเราทุกคนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก  มันมีหน้าที่หรือภารกิจที่สำคัญเพียงสองสามประการนั่นก็คือ  เอาตัวให้รอดและเผยแพร่ยีนส์ของมันต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุดในโลกที่ “เต็มไปด้วยอันตรายและอยู่ได้อย่างยากลำบาก” ในช่วงกว่าหมื่นปีที่ผ่านมา  ยีนส์ได้สร้าง “ร่างกาย”  ของคนขึ้นมาเพื่อที่จะเป็น “ยานพาหนะ” ที่จะนำพาให้ยีนส์บรรลุภารกิจนั้น   ร่างกายมนุษย์ถูกสร้างขึ้นมานับล้านปีมาแล้วและวิวัฒนาการมาจนเป็นคนอย่างที่เรารู้จักในวันนี้  เป็นร่างกายที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่จะเอาตัวรอดและเผยแพร่เผ่าพันธุ์มาตั้งแต่หลายหมื่นปีมาแล้วที่ทำให้มนุษย์กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าสัตว์อื่นทั้งมวลและมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ

คนเอาตัวรอดและสามารถขยายจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ  เพราะมีสมองที่ใหญ่โตและคิดเก่งกว่าสัตว์อื่น  คนมีอารมณ์ของความรัก โลภ โกรธ หลง ดีใจ  เสียใจ กล้า กลัว และอื่น ๆ อีกมากที่เป็น “สัญชาตญาณ” ที่จะทำให้เขาสามารถเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดและเผยแพร่พันธุ์ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ   คนสามารถคิดและสร้างเครื่องมือรวมถึงสร้างวัฒนธรรมในการร่วมมือกันเพื่อหาอาหารและปัจจัยต่าง ๆ  เพื่อเพิ่มโอกาสของความอยู่รอดและการเผยแพร่เผ่าพันธุ์ในขณะที่สัตว์อื่นทำไม่ได้  ประวัติศาสตร์มนุษย์ที่เพิ่งเริ่มมาซักประมาณแค่หมื่นกว่าปีบอกให้เรารู้ว่ากิจกรรมทุกอย่างหรือพฤติกรรมของมนุษย์ตลอดมานั้นก็คือความพยายามที่จะ “เพิ่มโอกาส” การอยู่รอดและเผยแพร่พันธุ์ของตนหรือของแต่ละคน

ภารกิจการ “เพิ่มโอกาส”  เอาตัวรอดและเผยแพร่พันธุ์นั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับหลักการที่เป็นพื้นฐานก็เหมือนเดิม  เพียงแต่วิธีการอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตาม “เทคโนโลยี” ที่ก้าวหน้าขึ้นซึ่งมักจะเป็นเรื่องของการทำได้แม่นยำขึ้น  เร็วขึ้น  และที่สำคัญ  มีประสิทธิภาพสูงขึ้น  ตัวอย่างเช่นในเรื่องของการเรียนรู้ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการเอาตัวรอดนั้น  การสื่อสารระหว่างคนเป็นสิ่งพื้นฐานที่จำเป็นและมันไม่เคยเปลี่ยนไป  สิ่งที่เปลี่ยนก็คือการมีตัวอักษรและภาษาเขียนที่ทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น  ต่อมาการมีกระดาษและเครื่องพิมพ์ก็ทำให้การเรียนรู้ทำได้กว้างขวางรวดเร็วและประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก  จนกระทั้งล่าสุดที่มีการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตที่ทำให้การสื่อสารด้านนี้ขึ้นสู่  “จุดสูงสุด”

เช่นเดียวกับการเรียนรู้  การสื่อสารเองนั้นเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญมากต่อการเอาตัวรอดและเผยแพร่พันธุ์  ในอดีตเราก็อาศัยเสียงพูดหรือเสียงร้องเป็นส่วนสำคัญแทบจะประการเดียว  การติดต่อกันทำได้แค่ในรัศมีแคบ ๆ  ไม่กี่เมตร  ต่อมาเราก็มีกลอง  อาจจะมีนกพิราบที่จะส่งสัญญาณติดต่อที่ไกลมากขึ้น  ต่อมาก็ใช้สายไฟและคลื่นวิทยุและสุดท้ายที่แพร่หลายกันไปทั่วโลกก็คือโทรศัพท์มือถือที่เป็น “สุดยอดของการสื่อสาร” ของมนุษย์

การแลกเปลี่ยนสินค้ากันระหว่างคนนั้น  เป็นหลักสำคัญของการเอาตัวรอดและเผยแพร่พันธุ์  มนุษย์น่าจะทำมาตั้งแต่เริ่มต้นเผ่าพันธุ์และมันก็เป็นภารกิจที่เป็นพื้นฐานที่ไม่เปลี่ยน  เริ่มต้นคนก็อาศัยวิธีการ  “ยื่นหมูยื่นแมว”  เอาสิ่งที่ตนเองมีมากเกินไปแลกกับสิ่งที่ตนเองมีน้อยเกินไปโดยการส่งมอบให้กันและกัน  ต่อมาก็มีระบบ  “เงินตรา” ตั้งแต่สินค้าที่เป็นของกลางเช่นข้าวหรือใบยาสูบไปจนถึงเปลือกหอยถึงโลหะมีค่าเช่นแร่เงินจนถึงธนบัตรและในที่สุดก็กลายเป็น  “ตัวเลข” เงินในธนาคาร และในที่สุดก็อาจจะเป็นตัวเลขเงินในอากาศเช่น “บิทคอย”  ที่จะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในการคิดอัตราแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างคน  นอกจากนั้น  การยื่นหรือกระจายสินค้าแลกเปลี่ยนเองก็มีวิวัฒนาการตั้งแต่การตั้งแผงในตลาดสดไปจนถึงการเปิดร้านค้าแบบดั้งเดิม  ต่อมาก็เป็นการค้าปลีกสมัยใหม่  และล่าสุดก็คือเรื่องของ E-Commerce หรือการค้าขายผ่านอินเตอร์เน็ต  ซึ่งก็เป็นระบบที่ก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในปัจจุบันสำหรับสินค้าจำนวนมาก

การชอบเดินทางไปไกล ๆ  เพื่อค้นหาสิ่งใหม่ ๆ  นั้นเป็นสิ่งที่อยู่ในยีนส์มนุษย์  นี่ก็วิวัฒนาการมาตั้งแต่การใช้ขาไปจนถึงการใช้ล้อเช่นเกวียนและรถม้าจนถึงรถไฟ  เรือ  รถยนต์  เครื่องบิน  ทั้งหมดทำให้การเดินทางเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ  เช่นเดียวกับความปลอดภัยและถึงที่หมายตรงเป้าที่เดิมอาจจะต้องดูดาวหรืออาศัยเข็มทิศซึ่งต่อมาพัฒนาขึ้นจนสามารถกำหนดจุดพิกัดโดยระบบ GPS ที่เป็น “ความแม่นยำสุดยอด”  ที่มาจากการพัฒนาระบบดาวเทียมที่ถูกยิงขึ้นสู่วงโคจรของโลก  พูดถึงเรื่องการเดินทางนั้นผมเห็นจะต้องพูดถึงเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวที่กำลังเริ่มเข้ามา  “แทนที่”  รถยนต์ที่ใช้น้ำมันในอนาคตที่ไม่ไกลนัก  เพราะนี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการที่เกิดจากเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเดินทางที่เป็นภาระกิจของมนุษย์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง  และรถยนต์ไฟฟ้าก็น่าจะกำลังกลายเป็น  “เมก้าเทรนด์”  ในเร็ว ๆ  นี้

ความต้องการเพิ่มโอกาสเผยแพร่เผ่าพันธุ์ของยีนส์มนุษย์นั้นทำให้คนเราต้องการมีคู่และอยู่กันเป็นคู่   การเพิ่มโอกาสหาคู่ที่เหมาะสมนั้น  สำหรับเพศหญิงและชายอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง  รูปร่างหน้าตาที่ดีนั้น แน่นอน เป็นสิ่งที่พึงประสงค์ของทั้งสองเพศ  ร่างกายที่เพศหญิงชอบนั้นก็คือชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่และมีกล้ามเนื้อแข็งแรงประเภท “ซิกแพ็ค”  ส่วนผู้ชายนั้นชอบผู้หญิงที่หน้าตา “สวย” ผิวขาวเนียนและแก้มเป็นสีชมพู  ผมสลวยสวยเก๋มีน้ำหนักไม่แตกปลาย  ส่วนรูปร่างที่ผู้ชายชอบก็คือ  ผู้หญิงที่มีหน้าอกโตเอวคอด สะโพกผาย  นอกจากร่างกายแล้ว  ผู้หญิงมักจะอยากได้ผู้ชายที่เก่ง  ใจดีและที่สำคัญ  “รวย”  ซึ่งมีความสำคัญบางทียิ่งกว่าร่างกาย ทั้งหมดนั้นมีที่มาที่ไปในเรื่องของการอยู่รอดและการเผยแพร่พันธุ์ที่ผมไม่มีเนื้อที่พอที่จะอธิบาย  แต่ประเด็นก็คือ  การเพิ่มโอกาสในการแพร่พันธุ์หรือหาคู่ที่มนุษย์ทำมาตลอด  เริ่มตั้งแต่การแต่งหน้าและแต่งตัวของหญิง  การ“โชว์พลัง” และการแข่งกีฬาของผู้ชาย  ต่อมาก็มีเรื่องของเครื่องสำอางสารพัดตั้งแต่ศีรษะจดเท้า  จนถึงเรื่องของศัลยกรรมพลาสติกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางด้านการแพทย์

ที่เขียนมาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงส่วนน้อยนิดของกิจกรรมและพฤติกรรมของคนที่ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ  และดูสลับซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ    แต่ถ้ามองลึกลงไปแล้วมันมีขึ้นเพื่อเสริมภารกิจหลักเพียงสองเรื่องใหญ่ ๆ  ของยีนส์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงดังที่กล่าว  สิ่งใหม่ ๆ  ที่เกิดขึ้นและจะกลายเป็น “เมก้าเทรนด์” นั้น  ดูไปแล้วก็จะเป็นเรื่องของการทำ “ภารกิจเดิม”  ด้วยวิธีที่แม่นยำมีประสิทธิผลขึ้น  เร็วขึ้น  และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก  โดยอาศัยเทคโนโลยีและกระบวนการใหม่ที่มี Economies of Scale ที่ทำให้ประหยัดขึ้นมากจากปริมาณการผลิตหรือให้บริการที่มากขึ้น

ก่อนที่จะจบ  ผมเองอยากจะเตือนให้เราตระหนักว่า  ในเรื่องของอารมณ์ซึ่งติดมากับยีนส์นั้น  ในช่วงกว่าหมื่นปีที่ผ่านมาก็มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก  พฤติกรรมและปฏิกิริยาตอบสนองของเราต่อสิ่งแวดล้อมที่เข้ามากระทบก็ยังคล้ายกับของเดิมเมื่อคนเรายังอยู่ในป่า  เราวิ่งหนีไม่คิดชีวิตเมื่อเจอสัตว์ร้ายในยุคนั้น  ถึงปัจจุบันเราก็ยังรู้สึกต้องรีบ “หนี”  หรือขายหุ้นทันทีเมื่อหุ้นตกหนัก  เพราะนี่คือสัญชาตญาณที่ช่วย “เพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของคน”  แต่ในกรณีของหุ้นนั้นอาจจะไม่ถูกต้อง  เพราะหุ้นที่ตกนั้นอาจจะไม่ใช่เวลาขาย  และนี่ก็เป็นประเด็นที่ต้องระวังว่า  เวลาลงทุน  เราจะต้องพิจารณาโดยคำนึงถึงเหตุผลมากกว่าอารมณ์  เพราะโอกาสในการเอาตัวรอดของเราจะสูงกว่า

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...