ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กลยุทธ์หุ้นเปลี่ยนชีวิต (2) โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

 
 ต่อเนื่องจากบทความที่แล้วซึ่งกลยุทธ์ที่ปูฐานความคิดหลัก ๆ ของการลงทุนในหุ้น กลยุทธ์ในตอนนี้จะเจาะจงที่การเริ่มต้นหา “ข้อมูลที่ถูกต้อง” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเป็นนักลงทุน ซึ่งหากปราศจากข้อมูลที่ถูกต้อง การวิเคราะห์ที่ดีจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ข้อมูลเหมือนวัตถุดิบชั้นดี ซึ่งจะนำไปปรุงรสโดยการวิเคราะห์ชั้นเลิศจากนักลงทุน เพื่อค้นหาหุ้นที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ

            8) การหาข้อมูลจากการลงทุนนั้น จำเป็นต้องหาแยก “ข้อมูล” กับ “ความคิดเห็น” ให้ได้อย่างเด็ดขาด หลายครั้งนักลงทุนมี “ข้อมูลที่น้อยเกินไป” และเติม “ความคิดตัวเอง” ทำให้ “ผลสรุป” ที่ได้นั้น “ห่าง” จากข้อเท็จจริงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่อยู่ไกลตัวตนเอง เช่น หุ้นที่ขายของให้ผู้หญิง แต่เราเป็นผู้ชาย หุ้นที่ขายของให้กับคนต่างชาติ แต่เราเป็นคนไทย หุ้นที่ขายของให้กับเด็ก แต่เราเป็นผู้ใหญ่ เป็นต้น เราควรพยายามสรุปข้อมูลในอดีตเป็นตัวเลข เพราะนี่คือข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แต่สำหรับข้อมูลในอนาคตที่มาจากข้อคิดเห็น การคาดการณ์เป็นส่วนใหญ่ เราจำเป็นจะต้องมี “ขนาดตัวอย่างที่มากพอ” และ “มาจากแหล่งที่มีคุณภาพ” เพื่อให้เราสามารถสร้างเป็น “ข้อมูลที่ดี” ได้ เหมือนกับว่าถ้าเราถามว่าเที่ยวประเทศจีนเป็นยังไง คำตอบที่สรุปได้ ไม่ควรจะเป็น “ห้องน้ำสกปรก”

            9) การมี “ข้อมูลมากเกินไป” ก็ทำให้เราพลาดโอกาสการลงทุนเช่นเดียวกัน สาเหตุคือ ข้อมูลมีแต่จะ “ล้าสมัย” เร็วขึ้นทุกวัน และข้อจำกัดของนักลงทุนคือ “เวลา” ข้อมูลแต่ละอย่างมีน้ำหนักความสำคัญไม่เท่ากัน การหมกมุ่นในข้อมูลบางอย่างมากเกินไป ทำให้เราพลาดข้อมูลที่เป็นโอกาสในอนาคตได้ เหมือนกับว่าเราไม่จำเป็นต้องเดินทั่วทุกซอกมุมของโรงงานเพื่อจะบอกได้ว่านี่คือโรงงานที่ดี เพราะตั้งแต่ที่เราเหยียบปากประตูโรงงาน ก็อาจจะสรุปอะไรบางอย่างได้แล้ว เราอาจจะใช้เวลาไปเดินโรงงานข้าง ๆ ดีกว่า

            10) จงระวังการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค เช่น เงินเฟ้อ GDP สถานการณ์ตลาดหุ้นต่างประเทศ อัตราการว่างงาน อัตราแลกเปลี่ยน ข่าวการเมืองต่างประเทศ ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้มีผลกับตลาดหุ้นในระยะสั้นจริง แต่มีผล “น้อยมาก” ในระยะยาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหุ้นรายตัว ยิ่งไปกว่านั้นโอกาสที่เราจะคาดการณ์ข้อมูลที่ “ใหญ่” ระดับโลกให้ถูกต้องนั้น “ต่ำมาก” ดังนั้นข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคจึงมักมีประโยชน์ค่อนข้างน้อย นักลงทุนควรเจาะจงกับข้อมูลธุรกิจที่ตัวเองลงทุนอยู่มากกว่า ตลาดหุ้นคือสถานที่ ๆ คนรู้ข่าวทุกสิ่ง ราคาหุ้นทุกตัว แต่ไม่รู้มูลค่าและความเสี่ยงของหุ้นตัวเอง

            11) ข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้จาก “สื่อ” นั้น มีแนวโน้มที่จะเป็นข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี เพราะข่าวร้าย “ขายได้” ข่าวต่าง ๆ จึงมักจะมีแนวโน้มเขียนในแง่ร้ายมากกว่าการเขียนในแง่ดี และกว่าจะมี “ข่าวดี” ชัดเจน ตลาดหุ้น มักจะวิ่งไปไกลแล้ว คล้าย ๆ กับวลีที่ว่า หุ้นขึ้นเหมือนเดินบันได เพราะตลาดใช้เวลาค่อย ๆ ซึมซับข่าวดีทางเศรษฐกิจ และตกลงเหมือนลงลิฟท์เพราะความกลัวข่าวร้ายที่ประดังเข้ามา แต่ในทางกลับกัน ข่าวที่เกี่ยวกับหุ้นมักจะมี “ข่าวดี” มากกว่า เพราะมีเหตุผลมากมายให้คนอยากให้หุ้นขึ้น ข่าวร้ายทางเศรษฐกิจขายได้ฉันใด ข่าวหุ้นขึ้นก็ “ขายได้” ฉันนั้น

            12) จำไว้ว่านักลงทุนมีข้อมูลน้อยกว่าข้อมูลของผู้บริหารนั้นเสมอ เราไม่มีทางมีข้อมูลดีกว่าผู้บริหารที่ดูแลบริษัทอยู่ทุก ๆ วัน และบ่อยครั้งที่ผู้บริหารจะพูดข้อมูลเชิงบวกในสิ่งที่เอื้อกับความความต้องการตัวเอง เช่นถ้าผู้บริหารเป็นมืออาชีพ ย่อมให้ข้อมูลในลักษณะต้องการเสถียรภาพ ความมั่นคงธุรกิจมากกว่า ส่วนผู้บริหารที่ถือหุ้น ก็อาจจะมีแรงจูงใจในด้านราคาหุ้นมากกว่า อย่างไรก็ดีหุ้นที่ผู้บริหารที่ถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงมักจะให้ผลดีระยะยาวกับนักลงทุนรายย่อยมากกว่า กฏสำคัญที่สุดคือเราต้องวัดข้อมูลผู้บริหารจาก “การกระทำ” มากกว่า “คำพูด”

           13) ข้อมูลโครงการใหม่ ๆ ของบริษัทเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มาก ถ้าบริษัทจำเป็นต้องทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน เราต้องระวังไว้ก่อน กว่าบริษัทจะเติบโตจนมาถึงทุกวันนี้ ย่อมต้องลองไอเดียต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นไอเดียล่าสุดของบริษัท ไม่จำเป็นต้องเป็นไอเดียที่ดีที่สุด และบ่อยครั้งก็เป็นไอเดียที่ไม่ประสบความสำเร็จ

            14) จงจำไว้ว่า ข้อมูลจากเซียนหุ้น หรือนักวิเคราะห์ ไม่ว่าจะถูกหรือผิด คุณเห็นด้วยหรือไม่ มันก็จะอยู่ในใจคุณเสมอ และมันจะมีผลต่อการตัดสินใจของคุณในอนาคตไม่มากก็น้อย นี่คือข้อเสียของการฟังข้อมูลจากผู้อื่น การห่างจากตลาดหุ้นและใกล้ชิดธุรกิจที่เราลงทุนอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

            15) ข้อมูลที่เรียบง่ายนั้นดีที่สุด เราไม่ต้องการคณิตศาสตร์ชั้นสูง ข้อมูลที่ลึกลับซับซ้อน แต่เป็นข้อมูลที่เราใกล้ชิดและเข้าใจอย่างถ่องแท้ วลีทองเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ “คำตอบที่คลาดเคลื่อนบ้างจากคำถามที่ถูกต้อง ดีกว่าคำตอบที่ถูกต้องจากคำถามที่ผิด” ดังนั้น “คำถาม” ที่ถูกต้องคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ก่อนจะหาข้อมูล จงเริ่มต้นจากการตั้งคำถามที่ถูกต้องก่อน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...