ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

30 กลยุทธ์หุ้นเปลี่ยนชีวิต (3) โดยคุณวีระพงษ์ ธัม


  สำหรับบทความนี้ เป็นเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารพอร์ต และการประเมินมูลค่าหุ้น

            16) พยายามมองการลงทุนเป็นระยะยาว อย่างน้อย 2-3 ปี นักลงทุนในตลาดจำนวนมาก เช่นเทรดเดอร์ กองทุน อยู่ในสภาวะกดดันที่จะต้องทำผลตอบแทนให้ดีทุก ๆ ไตรมาส สภาวะกดดันลักษณะนี้ ทำให้กองทุนไม่อยากลงทุนในหุ้นที่ผลตอบแทนไตรมาสข้างหน้าแย่ แต่ผลตอบแทนในหลาย ๆ ปีข้างหน้าดีได้ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน คือสุภาษิตที่ดีสุดสำหรับการลงทุน เช่นเดียวกับธุรกิจ นักลงทุนควรจะหาผู้บริหารที่นอกจากจะดูแล “กำไรรายไตรมาสเพื่อรักษาราคาหุ้น” แต่ต้องไม่ลืมใส่ใจ “ความเข้มแข็งธุรกิจระยะยาว” บางครั้งการจับปลาสองมือ อาจจะทำไม่ได้จริง แต่ถ้าต้องเลือก เราควรจะเลือกรักษาสิ่งหลังมากกว่า

            17) อย่าพยายามที่จะคาดเดาตลาดหุ้นไม่ว่าคุณจะมีข้อมูลเยอะแค่ไหน ตลาดหุ้นประกอบด้วยผู้คนมากมายที่มองด้วยมุมมองที่หลากหลาย มีทั้งเหตุผลและอารมณ์ ความกลัวความโลภ และมีปัจจัยมากมายที่ชี้นำตลาดหุ้น บัฟเฟตต์ไม่เคยพูดถึงดัชนีตลาดหุ้น เขาบอกว่าการดูดัชนีนอกจากที่จะไม่มีประโยชน์แล้ว มันยังทำลายความคิดและจังหวะการการหาหุ้นดี ๆ ที่มีประโยชน์อีกด้วย

            18) พยายามมีหุ้นอยู่ในสัดส่วนที่สูงตลอดเวลาในพอร์ต ตราบเท่าที่เรายังหาหุ้นที่มีมูลค่าไม่แพงจนเกินไปได้ การพลาดช่วงเวลาดี ๆ ของหุ้นไปไม่กี่วัน สร้างผลตอบแทนที่แตกต่างกันมหาศาล ดังนั้นการมีเงินสดจำนวนมากก็มีความเสี่ยงและสร้างความกังวลไม่แพ้การมีหุ้นจำนวนมาก อีกอย่างหนึ่งคือ อัตราส่วนเงินสดในพอร์ตไม่ได้บอกถึงความเสี่ยง สิ่งที่สะท้อนได้ดีกว่าคือ คุณภาพของหุ้นที่คุณถือ และ Margin of Safety ของหุ้นในพอร์ตต่างหาก เพราะเศรษฐกิจของธุรกิจดี ๆ มีแต่จะเติบโต เพราะระยะเวลาเป็นเพื่อนของนักลงทุน แต่เป็นศัตรูของนักเก็งกำไร

            19) การลงทุนเปลี่ยนชีวิต เราควรมีสัดส่วนการลงทุนมากกว่า 50% ขึ้นไปของมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด โดยไม่เกี่ยวกับมูลค่าพอร์ต สมมุติถ้าคุณมีทรัพย์สิน 1 ล้านบาท การลงทุนแค่ไม่กี่แสน อาจจะทำให้เงินก้อนนี้งอกเงยเป็นหลายล้านบาทในสิบกว่าปี แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนชีวิตอยู่ดี แต่ถ้าคุณลงทุนมากกว่าครึ่งหนึ่ง มันอาจจะทำให้เงินก้อนนี้เป็นสิบล้านบาท ซึ่งจะเปลี่ยนชีวิตคุณได้จริง ดังนั้นหลังจากปัจจัย 4 ในชีวิตคุณเริ่มมั่นคง คุณต้องเดินหน้าลงทุนเต็มกำลัง

            20) อย่าคาดหวังว่าคุณจะซื้อราคาหุ้นที่จุดต่ำสุด และขายที่จุดสูงสุดได้ สิ่งที่เราคาดหวังคือ เราอยากซื้อหุ้นให้ครบตามจำนวนที่อยากได้ และอยากขายหุ้นให้ได้หมดเวลาที่อยากจะขายต่างหาก และหุ้นไม่จำเป็นต้องมีสภาพคล่องตลอดเวลา อย่าคิดว่าการที่ตลาดหุ้นเปิดทุกวันแปลว่าเราจะขายหุ้นได้ทุกวัน

            21) วิชาการประเมินมูลค่าหุ้น เราต้องรู้สึกว่าเป็นวิชาที่เรียนยาก แต่เรียบง่ายเมื่อนำมาใช้ง่าย ถ้าเรารู้สึกว่าเรียนง่าย ๆ แต่เอามาใช้ยาก คือเรามาผิดทาง เราอาจจะเข้าใจผิดว่าการประเมินมูลค่าหุ้น คือการทำ Excel ยาว ๆ ยาก ๆ แต่การประเมินมูลค่าส่วนมากมักจะเข้าใจง่าย ส่วนสำคัญของการประเมินมูลค่าคือการประเมิน “คุณภาพ” ของหุ้น ซึ่งเป็นศิลปะเหมือนกับการวาดภาพ แต่ก่อนที่คุณจะวาดภาพเป็นคุณต้องเรียนการใช้พู่กันที่แสนจะน่าเบื่อเสียก่อน

            22) จงระวังธุรกิจที่ต้องแข่งขัน Bidding ไม่ว่าจะเป็นการประมูลงาน การทำ M&A ที่ต้องแข่งขัน การขอใบอนุญาตราชการ การแข่งขันด้านราคาไม่เคยนำไปสู่จุดจบที่ดี บัฟเฟตต์บอกว่าผู้ชนะที่แท้จริงในการแข่งขันประมูล คือผู้ที่แพ้ประมูล ผู้ที่ชนะประมูลด้วยราคาแพงลิ่ว สร้างความเสียหายระยะยาวให้ธุรกิจมากกว่า อย่าลืมว่าบางครั้งผู้บริหารอาจจะมองที่รายได้หรือกำไรที่เติบโต แต่นักลงทุนมอง “ต้นทุน” ของการได้มาซึ่งรายได้ก้อนนั้น ด้วย

            23) สร้างพอร์ตโฟลิโอที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่คุณรับได้ และความทุ่มเทของคุณ ในทางทฤษฎีหุ้น 30-50 ตัว ช่วยลดความเสี่ยงหลายอย่างไปได้มาก แต่มันอาจจะทำให้เราเสี่ยงขึ้นถ้าเราติดตามหุ้นไม่ทัน การเลือกทุกอย่างแปลว่าเราไม่ได้เลือกอะไรเลย ในขณะเดียวกันหุ้นน้อยตัวก็ทำให้เราเสี่ยงมากโดยไม่จำเป็น ส่วนผสมสำหรับมือใหม่ที่ดีคือการถือหุ้นซัก 5 ตัว

            24) เป้าหมายในการลงทุน มีประโยชน์แค่ในช่วงแรก ๆ เพื่อให้เรามีความมุ่งมั่นในการศึกษาหุ้น แต่ในระยะยาว ส่วนสำคัญกว่าคือการผสมผสานชีวิตเข้ากับการลงทุน เพราะทันทีที่คุณก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้น ทางออกมีแค่สองทาง คือเมื่อคุณเจ๊ง หรือ เมื่อคุณแก่จนดูอะไรไม่ไหว ถ้าคุณไม่มีความสุขในการลงทุน อย่าคิดว่าเราจะอดทนจนกว่าจะรวย เพราะพอคุณรวยคุณก็อาจจะไม่หยุดอยู่ดี แต่จงหาวิธีที่จะอยู่กับมันให้ได้ดีกว่า

            ติดตามต่อตอนสุดท้ายครับ

---------------------------------------------
บทความที่คุณอาจสนใจ  

กลยุทธ์หุ้นเปลี่ยนชีวิต โดย คุณวีระพงษ์ ธัม

กลยุทธ์หุ้นเปลี่ยนชีวิต (2) โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...