ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

คำพ่อสอน กับ ปรัชญา VI โดยคุณวีระพงษ์ ธัม


นับตั้งแต่วันที่ 13 ตค. 2559 จนถึงวันนี้ ความเศร้าโศกต่อการสูญเสียพ่อหลวง สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชก็ยังคงมีอยู่ในใจของพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ภาพความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเห็นได้ทั่วทั้งแผ่นดิน ตั้งแต่บน Social Media จนถึงภาพประชาชนชาวทั่วทุกทิศที่หลั่งไหลไปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่ละคนต่างช่วยเหลือ เกื้อกูล เป็นภาพที่น่าประทับใจ และอิ่มเอิบสำหรับผู้คนที่เห็น และจากวันนี้ไปสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการนำเอาปรัชญา แนวคิดและคำสอนมาใช้ในการดำเนินชีวิต และสำหรับเรื่องการลงทุน เราสามารถเรียนรู้และนำแนวคิดจากพระองค์อะไรมาปฏิบัติได้บ้าง

            1.ทรงเป็นต้นแบบของความเพียร การศึกษาความรู้ต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง โครงการในพระราชดำริที่หลากหลาย และพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งนวัตกรรม” หรือ “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” แสดงถึงความรู้จากการศึกษาอย่างถ่องแท้ ความรู้ลึกซึ้งที่เกิดจากการศึกษาด้วยพระองค์เอง เป็นที่ประจักษ์ว่า “ความเพียรอันบริสุทธ์” จากพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกนั้นเป็นหัวใจของความสำเร็จ ความเพียรอันบริสุทธ์ นั้นประกอบด้วย 4 เหตุ ประการแรกคือระวังบาปทียังไม่เคยทำ ในการลงทุนเราต้องระวังบาปซึ่งนำไปสู่ความล้มเหลว เช่นการลงทุนหุ้นปั่น การกู้เงินมาเล่นในอัตราส่วนสูง ลงทุนโดยปราศจากความรู้ ประการที่สองคือ ระวังบาปที่เคยทำมาแล้ว นั่นคือความผิดพลาดในการลงทุนที่เคยทำ เราต้องจดบันทึกไม่ทำซ้ำอีก ประการที่สามคือ หากุศลธรรมที่ไม่เคยทำ ต้องเพียรหาสิ่งที่ทำแล้วได้ผลดีแต่เรายังไม่ได้ทำ เพียรศึกษาสิ่งที่ยังไม่รู้ แล้วศึกษาฝึกฝนจนรู้แตกฉาน ประการที่สี่คือ เพียรกระทำกุศลธรรมที่ดีอยู่แล้วให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป วิธีการลงทุนใดได้ผล เราก็ยึดถือ ไม่วอกแวกเปลี่ยนไป ๆ มา ๆ

            2. ทรงเป็นต้นแบบของความประหยัด เราเห็นภาพพระองค์ใช้ชีวิตประหยัด มัตยัสต์ แม้จะเป็นถึงพระมหากษัตริย์ เราเห็นภาพหลอดยาสีฟันที่ใช้จนหมด ดินสอใช้จนกุด เครื่องใช้ส่วนพระองค์ที่พอเพียง ตั้งแต่เล็กสมเด็จย่าทรงสอนพระองค์ว่า ลูกอยากได้อะไรก็เก็บค่าขนม หยอดกระป๋องไว้ ได้มากค่อยนำไปซื้อ นอกจากความประหยัดแล้ว ความมีวินัยก็เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน ความประหยัดนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางเศรษฐี เพราะเราสามารถมีเงินเหลือไปลงทุนได้มากเพียงพอ

            3. ทรงสร้างรากฐานเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ตระหนี่ แต่ใช้อย่างสมเหตุสมผลโดยดูตาม “ปัจจัยตัวเอง” เป็นสำคัญ ถ้าเราดูตามผู้อื่น การใช้จ่ายของตัวเองอาจจะไม่พอเพียง คือ เลียนแบบคนอื่น และอาจก้าว “เร็ว” เกินไป ด้วยการก่อหนี้สูง ใช้จ่ายเกินตัว ซึ่งนำมาซึ่งความยากลำบากในระยะยาว หลักเศรษฐกิจพอเพียง คือเราต้องมีเสาเข็มที่แข็งแรงมั่นคงก่อนสร้างอาคารสูง ดังนั้นจงดูแลทุกอย่างให้พร้อมก่อนเริ่มต้นลงทุน ถึงแม้ว่าการลงทุนคือกิจกรรมที่เราควรเริ่มต้นให้เร็ว แต่ก็ไม่ใช่ต้องรีบเร่ง จนลืมมองรอบข้างไป เช่น ลดมาตรฐานการดูแลครอบครัว ไม่มีเงินออมฉุกเฉิน ละเลยปัจจัยสี่ ไม่วางแผนการเงินพื้นฐานก่อน แต่เอาเงินมาลงทุนทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างต้องสมดุล และเติบโตเป็นขั้นตอน

            4. ทรงแก้ปัญหาจากจุดเล็ก จนไปสู่องค์รวม โครงการในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ มักมีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่เกิดจากการสังเกต ค่อย ๆ แก้ปัญหาทีละจุด ตัวอย่างโครงการพระราชดำริ เช่นโครงการชั่งหัวมัน มาจากการสังเกตมันเทศที่ทรงทิ้งไว้ และสามารถแตกเป็นใบ มันเทศที่สามารถขึ้นได้ง่าย เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาในพื้นที่แห้งแล้งอย่าง อ.ท่ายางให้อุดมสมบูรณ์ และสามารถแตกเป็นพืชเศรษฐกิจหลากหลาย เป็นต้นแบบการแก้ปัญหาให้พื้นที่อื่น

            การลงทุนเช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่แน่ใจว่าจะแก้ปัญหาที่ไหน เริ่มต้นอย่างไร ก็ให้เริ่มสังเกตจากจุดเล็ก ๆ ก่อน ค่อย ๆ อ่านทฤษฎีการลงทุน ศึกษาทีละเรื่อง ๆ หลังจากนั้นก็เริ่มจากเอาข้อมูลหุ้นมาเรียงใส่ตะแกรง แล้วค่อย ๆ อ่านหุ้นทีละตัว เก็บสะสมความรู้ คอยสังเกตว่าหุ้นที่ผลตอบแทนดีในแต่ละปีมีสาเหตุมาจากอะไร หุ้นที่ผลตอบแทนแย่มีสาเหตุมาจากอะไร ขยายผลไปจนครบถ้วนสมบูรณ์

            5. ทรงทำงานด้วยความสุข และมีจุดมุ่งหมาย ตั้งแต่ปฐมบรมราชโองการ ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ที่คือ “WHY” หรือ เหตุผลของทุก ๆ วันของพระองค์ที่ทรงทำงานหนักมา 70 ปี ถ้าเราสามารถหาจุด ๆ นี้เจอ ชีวิตเราจะไม่มีคำว่าเหนื่อยจากงานหรือการลงทุน มีข้อความตอนหนึ่งในหนังสือเรื่องใต้เบื้องพระยุคลบาท ท่านทรงกล่าวรับสั่งไว้ว่า “ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากความสุขในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น” บางครั้งนี่อาจจะเป็นความสุขที่พระองค์ทรงได้รับมาตลอด 70 ปี พระองค์ทรงตรัสเสมอให้คนไทยสามัคคี พากเพียรทำงานอย่างมีจุดหมาย คงเพราะอยากให้พสกนิกรที่พระองค์รัก ได้สัมผัสความสุขในแบบเดียวกัน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...