ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หุ้น 100 เด้ง โดยคุณวีระพงษ์ ธัม

   
 
หุ้น 100 เด้ง หมายถึงหุ้นที่มีราคาหุ้นเติบโตเป็น 100 เท่าของวันแรก ซึ่งเป็นแนวคิดของหนังสือที่ชื่อว่า 100 Baggers ประวัติศาสตร์บอกว่าดัชนีดาวโจนส์ในช่วงปีคศ. 1962-1982 แทบไม่ไปไหน นี่คือตลาด Side Way ที่ยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา แต่ในช่วงเวลานี้เองมีหุ้นอย่างน้อย 187 ตัวที่สามารถเป็นหุ้น 100 เด้งได้ ไม่รวมถึงหุ้นอีกจำนวนมากที่เป็นหุ้น 10 เด้ง หนึ่งในนั้นเช่น หุ้น Berkshire Hathaways ซึ่งเป็นหุ้นมากกว่า 10,000 เด้ง หรือ Johnson & Johnson, Heinz, 3M, Mc Donald, PEPSI Co ไม่รวมถึงหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แข่งขันหนักอย่าง South West Airline ที่เป็นหุ้น 100 เด้งให้คุณภายในเวลาแค่ 10 ปี นี่คือข้อสรุปของหลักคิด 10 ข้อเพื่อให้หุ้น 100 เด้งอยู่ในพอร์ตของเรา

            1.จงมองหาหุ้น 100 เด้ง ความคิดแรกสุดคือ เรามองหาสิ่งใด เราก็ย่อมได้สิ่งนั้น ถ้าเราตั้งใจจะล่าช้าง เราควรมองหาแต่ช้าง อย่าเสียเวลากับการมองหาสัตว์อื่น ๆ ข้างทาง การโฟกัสกับเป้าหมายคือจุดเริ่มต้นแรกที่สำคัญที่สุด

            2.จงหาหุ้นที่เติบโต เติบโตมากขึ้น และเติบโตมากขึ้นอีก นี่เป็นทางเดียวที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับหุ้นที่จะเป็น 10 หรือ 100 เด้ง ไม่มีหนทางอื่น และที่สำคัญกว่าคืออย่ามองการเติบโตของกำไรเพียงอย่างเดียว ให้มอง “ความสามารถของการหากำไร” (Earnings Power) ว่ามากขึ้นหรือไม่ เราไม่สามารถตัดสินหุ้นได้ด้วยผลประกอบการเพียงไตรมาสเดียว หรือปีเดียว มันต้องยาวกว่านั้น แต่ที่ตัดสินได้ทุกวันคือ ธุรกิจต้องแข็งแรงขึ้น และมีความสามารถในการหากำไรในอนาคตมากขึ้นทุกวัน

            3.จงหาหุ้นที่มีราคาถูก ราคาที่ถูกของหุ้นจะเป็น “ตัวช่วย” เร่งให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่นถ้าเราซื้อหุ้นที่มี PE ratio 10 เท่า และขายที่ PE ratio 30 เท่าได้ กำไรที่บริษัทต้องทำเพิ่มขึ้นคือ 33 เท่านับจากวันแรก เราจะได้หุ้น 100 เด้ง ในทางกลับกัน ถ้าเราซื้อหุ้น PE 50 เท่า และเรานำไปขายที่ PE 25 เท่า กำไรที่บริษัทต้องทำเพิ่มขึ้น คือ 200 เท่า เราถึงจะได้หุ้น 100 เด้ง มันเป็นอะไรที่ง่ายกว่ามากถ้าเราใช้ PE multiple เป็นตัวช่วย แทนที่จะเป็นตัวฉุดของเรา

            4.จงหาหุ้นที่มีความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน หุ้น 100 เด้ง ต้องมีความสามารถที่จะได้ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน (ROIC) สูงในระยะยาว มิฉะนั้นการแข่งขันจะค่อย ๆ กัดกร่อนคุณค่าและมูลค่าของบริษัท เราต้องใช้เวลาในการค้นหาความสามารถของบริษัทที่ช่วยให้ ROIC สูงได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นบริษัทยังต้องมีความสามารถในการหาโอกาสในการลงทุนได้ตลอดเวลา หากโอกาสในการลงทุนจำกัด เช่นตลาดมีขนาดเล็กเกินไป การเติบโตก็จะถูกจำกัดเช่นกัน

            5.จงระวังกับดักเงินปันผล บริษัทที่โตหนึ่งเท่าตัวทุกห้าปี จะโตเป็นสี่เท่าในปีที่สิบ และจะเป็นบริษัท 100 เด้งในปีที่ 33 แต่หากบริษัทเดียวกันนี้จ่ายเงินปันผลหนึ่งในสามของกำไร บริษัทต้องใช้เวลาถึงสิบห้าปีถึงจะโตเป็นสี่เท่า และเมื่อครบ 33 ปี บริษัทจะโตเพียงแค่ 23 เท่า นี่เป็นเหตุผลที่ว่าเงินปันผลคือต้นทุนราคาแพง ถ้าคุณหาหุ้นอื่นไม่ได้ เงินปันผลก็ควรนำไปซื้อหุ้นเดิมของคุณ

            6.จงเน้นบริษัทที่มีขนาดเล็ก โอกาสยากกว่ามากที่บริษัทยักษ์ใหญ่ในวันนี้จะกลายเป็นหุ้น 100 เด้งได้ในอนาคต Facebook ซึ่งมีมูลค่าตลาด 250,000 ล้านเหรียญ หาก Facebook จะเป็นหุ้น 100 เด้ง ขนาดตลาดของ Facebook จะต้องเป็น 25 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใหญ่กว่าขนาดเศรษฐกิจสหรัฐทั้งประเทศเสียอีก แต่หุ้นเล็กนั้นเติบโตได้โดยมีเพดานจำกัดกว่า

            7.จงหาผู้บริหารชั้นเลิศ ผู้บริหารที่เก่งกาจสร้างความแตกต่างมหาศาลให้กับธุรกิจ แม้ว่านักลงทุนจะชอบธุรกิจที่ไม่ต้องพึ่งพิงความสามารถผู้บริหาร เราก็ต้องการผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และมีทักษะในการจัดการธุรกิจ รวมไปถึงความสามารถในการจัดการเงินทุนอยู่ดี

            8.จงให้เวลากับธุรกิจ เมื่อเราสามารถค้นหาธุรกิจที่มีโอกาสเป็นหุ้น 100 เด้งแล้ว สิ่งที่เหลือคือให้เวลามันเติบโต ความยากที่สุดในตลาดหุ้นคือ เรามักจะรู้สึกจะต้อง “ลงมือทำอะไรบางอย่าง” ตลอดเวลา การตัดสินใจที่ชาญฉลาดเพียงครั้งเดียว ให้ผลดีกว่าการตัดสินใจด้วยความคิดธรรมดา ๆ จำนวนมาก จงขายหุ้นให้ช้า อย่าขายเพียงเพราะหุ้นราคาแพง หรือหุ้นราคาไม่ไปไหน แต่ขายเพราะเรา “ตัดสินใจผิด” เท่านั้น

            9.จงมีตัวกรองที่ดี ในโลกการเงินปัจจุบัน มีข่าวสารที่เป็น “สัญญาณรบกวน” จำนวนมาก ข้อมูลที่มีประโยชน์และมีผลกระทบจริง ๆ กับธุรกิจที่เราลงทุนนั้นมีเพียงหยิบมือเดียว ทุก ๆ วันจะมีข้อมูลเศรษฐกิจจำนวนมาก ข้อมูลการซื้อขายหุ้นในตลาด ข้อมูลจากธนาคารกลาง ราคาน้ำมัน และที่สำคัญที่สุดคือดัชนีตลาด ทั้งหมดนี้ล้วนแต่รบกวนการหาหุ้น 100 เด้ง รวมไปถึงรบกวนการถือหุ้น 100 เด้งที่อยู่ในมือคุณแล้วทั้งสิ้น

            10.ไม่มีสูตรลับ หุ้น 100 เด้งทุกตัวมีวิถีของมันที่ต่างกัน ภายใต้สภาวะทางการแข่งขันที่แตกต่างกัน เหมือนกับว่าคุณไม่สามารถลอกเลียนแบบคนสองคนให้สำเร็จเหมือนกันได้ 100% ดังนั้นจงยืดหยุ่นและอย่าหยุดเรียนรู้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...