ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นักลงทุน VI ไม่โลภเกินความรู้ของตัวเอง..

 

      อยู่ในตลาดหุ้น อย่าโลภเกินความรู้ ของตัวเองแล้วจะไม่เสียเงินโดยไม่สมควรจะเสีย..!!

      เท่าที่ผมอยู่ในตลาดหุ้นมา  ผมพบว่าคนที่ขาดทุนหุ้นมักจะเป็นเพราะว่าโลภเกินความรู้ที่ตัวเองมี เช่น คุณเข้ามาตลาดหุ้นแล้วเพิ่งเริ่มศึกษา  ผมขอยกตัวอย่างหุ้นเกี่ยวกับหุ้นโรงไฟฟ้า คุณเริ่มที่จะเข้าใจว่าแต่ละบริษัทมีการเติบโตอย่างไร  แต่พอดีหุ้นกลุ่มนี้ยังไม่ค่อยขึ้น  แล้วในช่วงระยะเวลานั้น  หุ้นกลุ่มสี่อสารเริ่มขึ้นเยอะ  คุณเริ่มรู้สึกเสียดายกลัวตกรถ  เพราะเห็นคนในเว็บบอร์ดหุ้นออกมาดีใจกันว่าเขากำไรหุ้นสื่อสาร  ทำให้คุณเริ่มกลัวจะน้อยหน้าคนอื่นคุณก็เลยื้อหุ้นสื่อสารบางตัวที่เพิ่งวิ่งอย้างร้อนแรงมากๆ เข้าไปไม่กี่วันต่อมาหุ้นสื่อสารตัวนั้นก็ตกหนักมาก  คุณก็วิตกกังวลมากจนนอนไม่เต็มอิ่ม


      เนื่องจากคุณไม่เคยมีความรู้เกี่ยวกับหุ้นตัวดังกล่าวมาก่อน  คุณจึงไม่รู้ว่า  ที่หุ้นขึ้นมานักลงทุนซื้อกันเพราะหวังอะไรมีข่าวอะไรกันแน่และข่าวที่ว่ามานั้นมีผลจริงๆ ต่อพื้นฐานหุ้นมากน้อยแค่ไหน

      ด้วยความที่คุณทนกังวลใจต่อไปไม่ไหว  คุณก็เลยขายหุ้นออกมาในราคาที่คุณขาดทุนพอควรและขาดทุนเร็วมากด้วยเพราะคุณเลือกลงทุนไปไล่ราคาตอนมันร้อนแรงมากเกินไปในช่วงที่หุ้นสื่อสารตัวที่ว่านี้ตกลงมา  หุ้นโรงไฟฟ้าที่คุณศึกษาไว้และกำลังจะซื้อก็เริ่มขึ้นมา  ตลกร้ายที่คุณตลกไม่ออกเลยทีเดียว

     คุณเเสียงเงินเพราะคุณปล่อยให้ราคาหุ้นในกระดานเข้ามาครอบครองจิตใจของคุณเสียแล้ว  ในตัวอย่างนี้นอกจากเสียงเงินแล้วยังเสียโอกาสที่จะไปศื้อหุ้นตัวที่คุณได้ศึกษามาดีพอแล้วอีกต่างหาก

     เวลาคุณวิเคราะห์หุ้นแต่ละกลุ่ม  ในตลาดหุ้นคุณจะเริ่มรู้ว่าหุ้นแต่ละกลุ่ม  มีวิธีการวิเคราะห์ที่ไม่เหมือนกัน

           ตัวอย่างหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
           เวลาเปิดโครงการแล้วขายได้จะต้องรอรับรู้รายได้ เมื่อสร้างบ้านเสร็จแล้วโอนบ้านให้กับลูกค้าเวลาจะประมาณการกำไรของหุ้นกลุ่มนี้  คุณก็ต้องรู้ว่าจะมีโครงการไหนที่โอนในไตรมาสที่จะถึงนี้บ้าง    และต้องรู้ว่าโอนคอนโดเยอะไหม  โอนบ้านเดี่ยวเยอะไหม  เพราะส่วนใหญ่ขายคอนโดจะมีกำไรขั้นต้นสูงกว่า

        นอกจากนี้คคุณยังต้องวิเคราะห์ว่าโครงการของบริษัทที่คุณถือหุ้นอยู่มีแนวโน้มจะขายได้หมดไหม  เขาเปิดที่ทำเลดีไหม  ทำเลที่เปิดมีคู่แข่งเยอะหรือป่าว  ราคาของคู่แข่งเท่าไหร่  ของเขาเท่าไหร่

       นอกจากนี้  หุ้นกลุ่มนี้ก็ค่อนข้างที่จะอ่อนไหวต่อทิศทางของอัตราดอกเบี้ยอีกด้วย  เพราะเมื่อขึ้นดอกเบี้ยกำลังซื้อบ้านของคนจะน้อยลง  เพราะเกือบทุกคนที่ซื้อบ้านก็ซื้อผ่อนอยู่แล้ว  นอกจากนี้  เวลาเศรษฐกิจไม่ดีหุ้นอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง  เพราะคนส่วนหนึ่งเลื่อนซื้อบ้านออกไปก่อนได้เแถมคนที่จองเอาไว้แล้วก็ไม่มาโอน  และคนที่จะซื้อบ้านเดิ่มก็จะชะลอการซื้อไปอาจจะเหลือแต่คนที่จะเป็นต้องซื้อบ้านหลังแรกในตอนนั้นจริงๆ

       เรื่องพวกนี้เป็นความรู้เบื้องต้นที่ถ้าคุณสนใจจะลงทุนในหุ้นอสังหาริมทรัพย์  คุณควรรู้และทำความเข้าใจถึงความหมายของมันให้ได้ก่อน  ซึ่งกว่าคุณจะศึกษาเรื่องพวกนี้ได้หมดคงต้องใช้เวลาสักพักทีเดียว

        และหุ้นกลุ่มอื่นๆ ก็เช่นกัน  จะมีลักษณะการรับรู้รายได้  กำไรความเสี่ยงต่อปัจจัยภายนอกเรื่องเศรษฐกิจ  เรื่องนโยบายภาครัฐ  ไม่เหมือนกันการที่คุณจะลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรมต่างๆ คุณจำเป็นจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมนั้นเยอะมากพอควร

      ดังนั้น  เมื่อคุณเข้าตลาดหุ้นคุณควรจะเริ่มศึกษาจากอุตสาหกรรมที่วิเคราะห์ไม่ยากเกินไป

       มีตัวแปรต่างๆ ในการลงทุนน้อยแล้ว  พอเริ่มจับหลักได้คุณก็เริ่มศึกษาหุ้นกลุ่มอื่นๆ ต่อไป  แต่คุณไม่ควรจะซื้อถ้าคุณไม่เข้าใจมันดี  การเรียนรู้วิธีการวิเคราะห์หุ้นในกลุ่มต่างๆ นั้นสมัยที่ผมเริ่มเรียนรู้ก็จะใช้วิธี  การอ่านบทวิเคราะห์  แล้วเวลาเจอศัพท์แปลกๆ ก็จะทำ highlight เอาไว้แล้วเข้าไปถามตามเว็บบอร์ดหุ้นต่างๆ หรือเมลไปถาม IR (งานนักลงทุนสัมพันธ์) บริษัท  หรือเมลไปถามนักวิเคราะห์ที่ออกบทวิเคราะห์มา

 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...