ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า : การตีความงบการเงิน

Inventory : What the Company Needs to Buy and What the Company Needs to Sell
สินค้าคงคลัง : บริษัทต้องซื้ออะไรและต้องขายอะไร
งบดุล/สินทรัพย์
($ ล้าน)

       เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น
Ò สินค้าคงคลัง
       ลูกหนี้การค้า – สุทธิ
     ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า



$4,208
2,220
3,317
2,260
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ – รวม                                         0
      รวม สินทรัพย์หมุนเวียน
$12,005













     สินค้าคงคลังคือ ผลิตภัณฑ์ในคลังสินค้าของบริษัทที่เก็บไว้ขายแก่ผู้ค้า เนื่องจากงบดุลเป็นงบการเงิน ณ วันใดวันหนึ่ง จำนวนที่เราเห็นในงบดุลสำหรับ สินค้าคงคลัง จึงเป็นมูลค่าของสินค้าคงคลังของบริษัท ณ วันนั้นๆ
                หลายธุรกิจมีความเสี่ยงกับการล้าสมัยของสินค้าคงคลัง ตามที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ที่ว่า ความได้เปรียบของบริษัทผู้ผลิตที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน คือ การที่ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจำหน่ายไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งหมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่มีวันล้าสมัย นี่คือความได้เปรียบที่วอร์เรนต้องการเห็น
                ในการบ่งชี้บริษัทผู้ผลิตที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนให้ดูที่สินค้าคงคลังและกำไรสุทธิที่จะสูงขึ้นสอดคล้องกัน ซึ่งบอกว่าบริษัทกำลังมองหาวิธีการทำกำไรด้วยการเพิ่มยอดขาย และการเพิ่มยอดขายทำให้ต้องเพิ่มสินค้าคงคลัง เพื่อที่ว่าบริษัทจะสามารถจัดสินค้าให้ตามใบสั่งซื้อได้ทันเวลา
                บริษัทผู้ผลิตซึ่งสินค้าคงคลังพุ่งสูงเพียงสองสามปี แล้วก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว มักจะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่า จะเป็นธุรกิจซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง อาจจะฟูฟ่องแล้วแตกโพละได้เหมือนฟองสบู่ แน่นอน ไม่มีใครรวยได้เมื่อฟองสบู่แตก


Net Receivables : Money Owed to the Company
ลูกหนี้การค้าสุทธิ : เงินที่เป็นหนี้บริษัท
งบดุล/สินทรัพย์
($ ล้าน)

       เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น
       สินค้าคงคลัง
Ò ลูกหนี้การค้า – สุทธิ
     ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า



$4,208
2,220
3,317
2,260
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ – รวม                                         0
      รวม สินทรัพย์หมุนเวียน
$12,005













 เมื่อบริษัทขายสินค้าให้กับผู้ซื้อ บริษัทอาจขายเป็นเงินสดหรือเงินเชื่อที่จะครบกำหนดใน 1 เดือนหลังจากที่ผู้ซื้อได้รับสินค้าแล้วก็ได้ โดยในบางธุรกิจกำหนดจ่ายเงินอาจนานกว่านั้น ยอดขายที่ยังอยู่ในสถานะแบบลูกผีลูกคน คือยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาชำระเงิน เรียกว่า ลูกหนี้การค้า คือเงินที่ลูกค้าเป็นหนี้บริษัท แต่เนื่องจากร้อยละของผู้ซื้อจำนวนมากซื้อของแล้วไม่จ่าย ดังนั้น จึงต้องมีการประมาณค่าหนี้เสียซึ่งจะหักออกจากบัญชี ลูกหนี้การค้า ซึ่งจะทำให้ได้ ลูกหนี้การค้า – สุทธิ
ลูกหนี้การค้า – หนี้เสีย = ลูกหนี้การค้าสุทธิ

           ตัวเลขลูกหนี้สุทธิเดี่ยวๆ บอกอะไรกับเราเกี่ยวกับความเป็นบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาวได้มากน้อย อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้จะบอกถึงความแตกต่างของแต่ละบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้เป็นอย่างดี ในทุกอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง บางบริษัทจะพยายามหาข้อได้เปรียบด้วยด้วยการเสนอเงื่อนไขการชำระเงินที่ดีกว่า คือแทนที่จะชำระภายใน 30 วัน อาจขยายถึง 120 วัน เป็นต้น วิธีนี้ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่ยอดลูกหนี้การค้าก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

                ดังนั้น หากบริษัทมียอดลูกหนี้การค้าสุทธิต่ำกว่าคู่แข่งเมื่อคิดเป็นร้อยละต่อยอดขายเบื้องต้น แสดงว่าบริษัทนั้นน่าจะมีความได้เปรียบในการแข่งขันที่บริษัทอื่นๆไม่มี

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...