ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน

Prepaid Expenses/Other Current Assets
ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า / สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ
งบดุล/สินทรัพย์
($ ล้าน)

       เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น
       สินค้าคงคลัง
      ลูกหนี้การค้า – สุทธิ
Ò ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า



$4,208
2,220
3,317
2,260
Ò สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ – รวม                                        0
      รวม สินทรัพย์หมุนเวียน
$12,005











      

ในบางครั้งบริษัทจะชำระค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้าสำหรับสิ่งที่จะได้รับอันอนาคตที่ใกล้ แม้ว่าจะยังไม่ได้ครอบครองสินค้าหรือได้รับประโยชน์จากการบริการที่ซื้อก็ตาม แม้ว่าจะยังไม่ได้รับสินค้าหรือบริการแต่บริษัทก็ได้ชำระเงินล่วงหน้า ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสินทรัพย์ของบริษัท และถูกบันทึกในหมวด สินทรัพย์หมุนเวียนเป็น ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ตัวอย่างหนึ่งคือ เบี้ยประกันภัยสำหรับปีที่จะมาถึงซึ่งชำระไปแล้วล่วงหน้า ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไม่ได้บอกอะไรมากถึงธรรมชาติของธุรกิจ หรือการที่บริษัทจะได้รับประโยชน์จากความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนหรือไม่
                สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ คือสินทรัพย์ที่ไม่ใช่เงินสด ซึ่งแม้จะครบกำหนดภายใน 1 ปี แต่ขณะนี้ยังไม่อยู่ในมือของบริษัท รายการเหล่านี้ เช่น ภาษีคืนที่ยังไม่ได้บันทึกบัญชี ซึ่งมีกำหนดได้รับภายใน 1 ปี แต่ยังไม่ฝช่เป็นเงินสดในมือ ณ ขณะนั้น เป็นต้น


Total Current Assets and The Current Ratio
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน
งบดุล/สินทรัพย์
($ ล้าน)

       เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น
       สินค้าคงคลัง
      ลูกหนี้การค้า – สุทธิ
      ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า



$4,208
2,220
3,317
2,260
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ – รวม                                          0
Ò รวม สินทรัพย์หมุนเวียน
$12,005











      

 เป็นเวลานานมาแล้วที่ยอด รวมสินทรัพย์หมุนเวียน คือตัวเลขที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการวิเคราะห์การเงิน นักวิเคราะห์มักจะเถียงกันว่า การหักหนี้สินหมุนเวียนของบริษัทออกจากสินทรัพย์หมุนเวียน จะทำให้พวกเขาได้ไอเดียว่า บริษัทมีความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นที่ผูกพันอยู่หรือไม่ และได้พัฒนา อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน (current ratio) ซึ่งมาจากการนำ สินทรัพย์หมุนเวียน มาหารด้วยหนี้สินหมุนเวียน ยิ่งได้อัตราส่วนสูงเท่าใด ก็ยิ่งแสดงว่าบริษัทมีสภาพคล่องมากเท่านั้น อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนมากกว่า 1 จัดว่าดี และอะไรที่ต่ำกว่า 1 จัดว่าแย่ เพราะเชื่อกันว่าหากต่ำกว่า 1 บริษัทอาจมีปัญหาในการชำระหนี้สินระยะสั้นให้กับเจ้าหนี้ของบริษัทได้
                สิ่งที่น่าขันเกี่ยวกับหลายบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนคือ บ่อยครั้งที่อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทเหล่านี้จะอยู่ต่ำกว่าตัวเลขอัศจรรย์คือ 1 โดยตัวเลขของมูดี้ส์อยู่ที่ .64 โคคา-โคล่าที่ .95 พร็อคเตอร์แอนด์แกมเบิล ที่.82 ,และอันฮอยเซอร์-บุช ที่.88 ซึ่งตามมุมมองของนักวิเคราะห์สมัยเก่าหมายความว่า บริษัทเหล่านี้อาจมีปัญหาในการชำระหนี้สินหมุนเวียนของบริษัท ความจริงก็คือบริษัทเหล่านี้มีอำนาจในการทำกำไรที่แข็งแกร่งมากจนทำให้พวกเขาสามารถชำระหนี้สินหมุนเวียนได้อย่างสบาย นอกจากนี้ ผลจากความสามารถในการทำกำไรมหาศาล บริษัทเหล่านี้ยังไม่มีปัญหาในการใช้ประโยชน์จากตลาดตราสารระยะสั้นในราคาถูกหากพวกเขาต้องการเงินสดระยะสั้นด้วย
                จากความสามารถเยี่ยมยอดในการทำกำไร บริษัทเหล่านี้ยังสามารถจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงและซื้อหุ้นคืนทั้ง 2 อย่างจะช่วยลดเงินสดสำรอง ซึ่งจะดึงอัตราเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทให้อยู่ต่ำกว่า 1 อย่างไรก็ตามอำนาจในการทำกำไรที่สม่ำเสมอซึ่งมาควบคู่กับความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนนี่เอง ที่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทสามารถชำระหนี้สินหมุนเวียนได้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดในวัฏจักรของธุรกิจและภาวะเศรษฐกิจถดถอย

                สรุปก็คือ มีหลายบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน ซางมีอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนต่ำกว่า 1 และบริษัทเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ตัวเลขอัตราเงินทุนหมุนเวียนแทบจะใช้ประโยชน์ไม่ได้ในการบ่งชี้ว่า บริษัทใดมีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนหรือไม่

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...