ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อาคาร-ที่ดิน โรงงาน และเครื่องจักร

Property, Plant, and Equipment : For Warren Not Having Them Can Be a Good Thing
อาคาร-ที่ดิน โรงงาน และเครื่องจักร : สำหรับวอร์เรน การไม่มีของเหล่านี้อาจเป็นสิ่งดี


งบดุล/สินทรัพย์
($ ล้าน)

       รวม สินทรัพย์หมุนเวียน

Ò อาคาร-ที่ดิน/โรงงาน/เครื่องจักร
       ค่าความนิยม – สุทธิ
       สินทรัพย์ไม่มีตัวตน – สุทธิ
       การลงทุนระยะยาว
    สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นๆ



$12,005

8,493
4,246
7,863
7,777
2,675
สินทรัพย์อื่นๆ                                                                    0
      รวม สินทรัพย์
$43,059














    

   อาคาร-ที่ดิน/โรงงาน/เครื่องจักร และมูลค่ารวมของสิ่งต่างๆที่กล่าวมาจัดเป็น  สินทรัพย์ ในงบดุล ตัวเลขเหล่านี้มาจากต้นทุนเดิมลบค่าเสื่อมสะสม ซึ่งเกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของอาคาร-ที่ดิน โรงงานและเครื่องจักรตามการเวลา โดยทุกปีจะมีการหักค่าเสื่อมจำนวนหนึ่งออกจากมูลค่าของโรงงานและเครื่องจักร
                บริษัทที่ไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนจะต้องเผชิญกับการแข่งขันเสมอ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องปรับปรุงโรงงานผลิตบ่อยๆ เพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วต้องทำก่อนที่เครื่องจักรหมดอายุใช้งาน ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนไม่น้อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะไปเพิ่มตัวเลขรายการ โรงงานและเครื่องจักรในงบดุลให้สูงขึ้นเรื่อยๆ
                บริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนจะไม่ต้องคอยวุ่นอยู่กับการพัฒนาโรงงานและเครื่องจักรอยู่เสมอเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน ดูบริษัทผู้ผลิตหมากฝรั่งริกลี่ย์เป็นตัวอย่าง บริษัทได้สร้างโรงงานผลิตหมากฝรั่งและไม่เคยต้องปรับปรุงโรงงานหรือเครื่องจักรในการผลิตเลยจนกระทั่งหมดอายุการใช้งาน
                สรุปก็คือ บริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนจะเปลี่ยนเครื่องจักรหรือปรับปรุงโรงงานหลังจากที่มันหมดสภาพแล้วเท่านั้น ในขณะที่บริษัทไม่มีความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันที่ยั่งยืนจะต้องเปลี่ยนหรือปรับปรุงเสมอเพื่อให้แข่งขันได้
                บริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนจะสามารถระดมเงินทุนภายในบริษัทเพื่อสร้างโรงงานใหม่หรือซื้อเครื่องจักรใหม่ได้ แต่บริษัทที่ไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนจะถูกบังคับให้ต้องเป็นหนี้ในการหาเงินมาปรับปรุงโรงงานอยู่เสมอเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน
                เรามองเห็นได้จากตัวอย่างบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน เช่น ริกลี่ย์ ซึ่งมีโรงงานและเครื่องจักรมูลค่า $1,400 ล้าน มีหนี้สิน $1,000 ล้าน และมีกำไรต่อปีราว $500 ล้าน เปรียบกับจีเอ็มบริษัทที่ไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน ซึ่งมีโรงงานและเครื่องจักรมูลค่า $56,000 ล้าน มีหนี้สิน $40,000 หมื่นล้าน และขาดทุนในสองปีที่ผ่านมา
                หมากฝรั่งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงบ่อย และเครื่องหมายการค้าริกลี่ย์ สามารถรับประกันความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือคู่แข่งอย่างแน่นอน ในขณะที่จีเอ็มต้องปลุกปล้ำกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกและต้องปรับปรุงและออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอเพื่ออยู่ข้างหน้าคู่แข่ง ซึ่งหมายความว่าโรงงานของจีเอ็มจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่เสมอด้วย
                ธุรกิจผลิตหมากฝรั่งเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นได้มากกว่าธุรกิจผลิตรถยนต์ หากดูว่า $100,000 ที่ลงทุนในหุ้นของริกลี่ย์ในปี 1900 มีมูลค่าราว $547,000 ในปี 2008 ในขณะที่การลงทุนในหุ้นของจีเอ็มในปี 1990 มีมูลค่าเหลือเพียง $97,000 ในปี 2008 แสดงว่าผู้ถือหุ้นริกลี่ย์ได้กำไรมากกว่าถึง $460,000 ขณะที่ผู้ถือหุ้นริกลี่ย์เคี้ยวหมากฝรั่งอย่างสบายใจไปสู่ความร่ำรวย ผู้ถือหุ้นจีเอ็มกลับต้องยืนดูโชคก้อนใหญ่พุ่งลงเหวไปต่อหน้าต่อตา

                วอร์เรนบอกแล้วไม่ผิดว่า การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความสม่ำเสมอไม่ต้องเปลี่ยนแปลงบ่อย เท่ากับกำไรที่สม่ำเสมอ ผลิตภัณฑ์ที่สม่ำเสมอหมายถึงการไม่ต้องใช้เงินมหาศาลในการปรับปรุงโรงงานและเครื่องจักรเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน ทำให้บริษัทมีเงินในการลงทุนในธุรกิจที่สร้างรายได้อื่น ในการจะรวยได้ สิ่งแรกเราต้องทำเงินก่อน ซึ่งถ้าทำเงินได้มากก็จะช่วยได้มาก และวิธีหนึ่งในการทำเงินได้มากคือ การไม่ต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อชิงดีชิงเด่นกับคนอื่น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...