ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

6 ขั้นตอนการลงทุน สำหรับมือใหม่



   "การลงทุน" เปรียบเสมือนทางด่วนสู่ความมั่งคั่ง การออกตัวที่ดี ตั้งต้นได้เร็ว และเดินตามแผนที่วางไว้ ย่อมช่วยให้ถึงเส้นชัยได้สมดังใจหวัง สำหรับหลายคนที่สนใจจะลงทุน ถึงเวลา ออกสตาร์ทสู่ความมั่งคั่งด้วย " 6 ขั้น... สู่การลงทุน" กันแล้ว



ขั้นที่ 1 รู้จักตนเอง  ค้นพบเป้าหมาย  
         การจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จ  ต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม...  "การลงทุน" ก็เช่นเดียวกันที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มลงทุน

       เริ่มจาก  กำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน ว่า...

- ต้องการลงทุนเพื่ออะไร ? 
    ลงทุนเพื่อบั้นปลายชีวิต  เพื่อลดหย่อนภาษี  เพื่อเอาชนะเงินเฟ้อ  เพื่ออิสระภาพทางการเงิน หรือเพื่อทำกำไร

- ต้องการใช้เงินประมาณเท่าไหร่?
     ระบุจำนวนเงินให้ชัดเจน  เพราะแต่ละเป้าหมายย่อมใช้เงินต่างกัน

- ต้องการบรรลุเป้าหมายเมื่อใด 
    ระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี  ระยะกลาง 1-5 ปี หรือระยะยาวตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป

     เป้าหมายที่ชัดเจนจะเป็นกรอบสำคัญให้คุณ  เลือกประเภทสินทรัพย์ลงทุน  ได้อย่างเหมาะสม


ขั้นที่ 2 รู้ระดับความเสี่ยง  เลี่ยงลงทุนผิด

     เมื่อรู้เป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว  ก็ต้องพิจารณา "ข้อจำกัดและเงื่อนไข" ในการลงทุนว่า....

- มีเงินลงทุนมากน้อยเพียงใด ?
- มีเวลาติดตามข่าวสารด้านการลงทุนหรือไม่ ?
- ต้องการผลตอบแทนรูปแบบใด?  เท่าไหร่?

    ที่สำคัญก็คือ "ยอมรับความเสี่ยงได้แค่ไหน?" ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละที่จะตอบโจทย์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า...  ทางเลือกการลงทุนแบบไหนและสัดส่วนการลงทุนแบบใดเหมาะกับคุณมากที่สุด

ตัวอย่างสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
รับความเสี่ยงได้ต่ำ (Conservative)
ยอมรับความผันผวนได้น้อยหรือแทบจะไม่ได้เลย  การลงทุนส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปที่การพยายามรักษาเงินลงทุนให้ปลอดภัย

รับความเสี่ยงได้ปานกลาง (Moderate) 
ยอมรับความผันผวนได้ในระดับหนึ่งแต่ต้องไม่มากจนเกินไป  เพื่อแลกกับการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น  และหวังให้เงินลงทุนบางส่วนมีมูลค่าเพิ่มขึ้น

รับความเสี่ยงได้สูง (Aggressive)
ไม่กังวลกับความผันผวนที่เกิดขึ้น  ระหว่างการลงทุนเท่าใดนัก โดยมุ่งหวังจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นรวมถึงโอกาสที่เงินลงทุนจะเติบโต

ควรพิจารณา  ปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะกับข้อจำกัดของคุณ  ทั้งเรื่องเงินทุน  ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  และผลตอบแทนที่คาดหวัง



ขั้นที่ 3 สร้างพอร์ตให้เป็นระบบ  พบทางรวย
     หลังจากรู้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้แล้ว  ก็ต้องมีการ "จัดสรรสินทรัพย์" (Asset Allocation) อย่างเหมาะสมโดยการแบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท เช่น เงินฝาก พันธบัตร หุ้นกู้ กองทุนรวม หุ้น ฯลฯ

     ทั้งนี้ เพราะสินทรัพย์แต่ละประเภทจะมีทิศทางการขึ้นลงของราคาแตกต่างกัน   การมีสินทรัพย์หลายๆ ประเภทในพอร์ตการลงทุนจึงช่วย "ลดความเสี่ยง" จากการขาดทุนทั้งพอร์ตในคราวเดียวได้  แถมยังทำให้ "ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย" ของพอร์ตลงทุนอยู่ในกรอบที่คุณต้องการได้อีกด้วย

พอร์ตการลงทุนที่ดี  ควรมีลักษณะดังนี้ 
- ต้องการะจายความเสี่ยงอย่างสมดุล
ไม่ควรทุ่มเงินลงทุนเพื่อการลงทุนรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งทั้งหมด

-ไม่หลากหลายหรือกระจัดกระจายมากเกินไป
เพราะจะทำให้ยากในการติดตามราคาและข่าวสารเกี่ยวกับทางเลือกการลงทุนนั้นๆ

-มีสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของตน  
กล่าวคือ มีความสมดุลกันระหว่างการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อย  ให้ผลตอบแทนค่อนข้างแน่นอนกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง  ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนไม่แน่นอน  แต่เวลาได้ผลตอบแทนก็ได้เป็นกอบเป็นกำ

-มีความยืดหยุ่น
สามารถปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้  เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป  โดยสิ่งสำคัญก็คือ  ต้องหมั่นติดตามประเมิน  และทบทวนแผนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอตามสถานการณ์

ขั้นตอนที่ 4 ทำคัมภีร์ลงทุนไว้ใช้ปรับพอร์ตฯ  
คัมภีร์การลงทุนในที่นี้ ก็คือ "นโยบายการลงทุน" ที่คุณควรเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร  สำหรับใช้เป็นกรอบในการตัดสินใจลงทุน  ซึ่งคุณควรปรับปรุงนโยบายการลงทุนให้เป็นปัจจุบันเสมอ

นโยบายการลงทุน  ควรมีข้อมูลต่างๆ ดังต่อไปนี้
-เป้าหมายการลงทุน  จำนวนเงิน  และระยะเวลาลงทุน
- ข้อจำกัดในการลงทุน  และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
-ระดับอัตราผลตอบแทนที่ต้องการ
-วิธีการสร้างพอร์ตการลงทุน  และแนวทางการคัดเลือกสินทรัพย์ที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมาย
-วิธีการติดตามและทบทวนผลการลงทุน  รวมถึงเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ที่ใช้เปรียบเทียบผลตอบแทนจากการลงทุน

ขั้นตอนที่ 5 ลงทุนตามกรอบ  ตอบแทนตรงใจ  
    หลังจากจัดทำคัมภีร์ลงทุนหรือนโยบายการลงทุนเสร็จแล้ว  ก็ถึงเวลา...  เริ่มลงทุนกันเสียที

แต่ก่อนที่จะลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ได้นั้น คุณต้องทำการ "เปิดบัญชี" เพื่อใข้ในการซื้อหรือขายก่อน โดย..

-กรณีลงทุนในหุ้น ตราสารหนี่ ETF หรืออนุพันธ์ 
ต้องเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "โบรกเกอร์"

- กรณีลงทุนในกองทุนรวม 
ต้องเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บจล.)

เมื่อพร้อมจะลงทุนแล้ว.. ก็ต้อง "ลงทุนตามนโยบายการลงทุนที่วางไว้" เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและได้ผลตอบแทนตามที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 6 ติดตามและวัดผลเป็นประจำ  นำสู่เป้าหมาย
     ขั้นตอนสุดท้าย...คุณต้องมีการ "ติดตามผล" กล่าวคือ  หมั่นตรวจสอบสถานะการลงทุนของตนเป็นประจำอาจจะทุกๆ เดือน หรือ ไตรมาส  ก็ได้  ว่าเป็นไปตามเป้าหมายการลงทุนที่กำหนดไว้ตอนต้นหรือไม่  หากไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้  จะได้ปรับพอร์ตการลงทุนของตนได้ทันท่วงที

  เกณฑ์มาตรฐานที่ใช้เปรียบเทียบผลตอบแทน 


โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...