ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หมู่เฮาชาว VI



       ประมาณ 10 ปีนับตั้งแต่แนวความคิดของการลงทุนแบบ Value Investment เริ่มขึ้นในตลาดหุ้นไทย ผมคิดว่าถึงวันนี้เรามีคนที่ถือว่าตนเองเป็น Value Investor หลายพันคน บางทีอาจจะถึงหมื่นคน เท่าที่สังเกตและดูข้อมูลประกอบบ้าง ผมคิดว่า Profile หรือคำบรรยายคุณสมบัติของพวกเขาน่าจะประมาณสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้

     Value Investor ส่วนใหญ่น่าจะมีอายุระหว่าง 30 – 45 ปี มากที่สุด เหตุผลน่าจะเป็นว่า นี่คือช่วงอายุที่พวกเขาเริ่มมีเงินเหลือเก็บและเริ่มมองหาการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม นอกจากนั้น นี่คือช่วงชีวิตที่คนมักจะเริ่มเป็นหลักเป็นฐานและมีเวลามากขึ้นในการศึกษาเรื่องของการลงทุน อย่างไรก็ตาม ที่เป็นคนอายุน้อย ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยก็มีให้เห็นเช่นกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องแปลกว่าทำไมเขาจึงสนใจลงทุนทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีความจำเป็นเช่นนั้น

         นักลงทุนเน้นคุณค่าที่ผมเห็นนั้นเกือบจะ 9 ใน 10 คน เป็นผู้ชาย ในขณะที่คนลงทุนซื้อขายหุ้นในตลาดนั้น สัดส่วนของผู้หญิงน่าจะสูงกว่านี้ เหตุผลที่ผู้หญิงยังไม่เข้ามานั้น ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นว่าผู้หญิงยังมองว่าการจัดการทางด้านการเงินนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ชาย และการลงทุนในตลาดหุ้นแบบ Value Investment ยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินไปที่จะเข้าใจ

          นักลงทุนที่เรียกตนเองว่าเป็น Value Investor นั้น ส่วนใหญ่ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 90% ขึ้นไปเรียนจบอย่างน้อยปริญญาตรี สาขาวิชาที่เรียนมานั้น มักจะมาทางสายวิทยาศาสตร์ โดยกลุ่มที่มีมากที่สุดนั้น น่าจะเป็นวิศวกรรม และอีกจำนวนไม่น้อยเป็นแพทย์ จำนวนคนที่เรียนสูงกว่าปริญญาตรีก็มีสัดส่วนค่อนข้างสูง คงไม่เป็นการกล่าวที่เกินเลยถ้าจะพูดว่านักลงทุนแบบ Value Investor นั้น เป็นกลุ่มของคนที่ค่อนข้างจะมี IQ และความรู้สูงและคงแก่เรียน

           Value Investor ที่ผมพบนั้น จำนวนมากมีฐานะทางการเงินค่อนข้างดีและมีพอร์ตของหุ้นค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับทรัพย์สินอื่น ส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเหล่านี้มีความมั่งคั่งมากนั้น นอกจากฐานะทางครอบครัวที่อาจจะร่ำรวยอยู่แล้ว มาจากการที่พวกเขาประสบความสำเร็จจากการลงทุนแบบเน้นคุณค่าในหลายปีที่ผ่านมา ก็คงจะไม่เกินเลยอีกเช่นกันถ้าจะบอกว่า Value Investor โดยรวมแล้วเป็นกลุ่มของคนที่ค่อนข้างจะรวย ไม่โดยตัวเองก็มาจากฐานะทางบ้าน และนี่ก็ทำให้เราพบเห็น Value Investor หลายคนยึดอาชีพเป็นนักลงทุนทั้ง ๆ ที่อายุยังห่างจากเกณฑ์เกษียณมาก

            พูดถึงความคิดทางการเมืองและปรัชญาทางเศรษฐกิจ Value Investor ส่วนใหญ่น่าจะเป็นพวกเสรีประชาธิปไตย เป็นพวก Capitalist หรือเป็นสังคมทุนนิยม แต่ไม่ใช่ทุนนิยมผูกขาด พวกเขามักจะอยากให้ตลาดเป็นตัวกำหนดการจัดสรรทรัพยากรมากกว่าการที่รัฐจะเข้ามาแทรกแซงในเรื่องของการค้าขาย

               ความฝันของ Value Investor นั้น ที่ผมเห็นชัดเจนมากที่สุดก็คือ พวกเขาอยากจะมี “อิสรภาพทางการเงิน” นั่นก็คือ เขาอยากมีเงินมากพอที่จะให้เงินทำงานเลี้ยงชีวิตเขาได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งการทำงานหารายได้ประจำจากน้ำพักน้ำแรง หลาย ๆ คนฝันว่าเขาจะสามารถ “เกษียณ” ตัวเองจากงานประจำได้ก่อนอายุ 40-50 ปี หลังจากนั้น เขาคิดว่าเขาจะได้ทำงานในสิ่งที่เขาชอบ ซึ่งอย่างหนึ่งที่จะต้องทำแน่นอนก็คือ การลงทุนซื้อขายหุ้น บางคนฝันต่อว่า ถ้าเขารวยมาก ๆ จากการลงทุน เขาก็จะบริจาคเงินเพื่อการกุศลคิดเป็นสัดส่วนที่สูง ความฝันทั้งหมดนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่า ส่วนหนึ่งน่าจะได้รับอิทธิพลจาก Value Investor ที่ประสบความสำเร็จอย่าง วอเร็น บัฟเฟตต์ หรือเปล่า

             Value Investor นับถือและยกย่อง วอเร็น บัฟเฟตต์ มากที่สุด แต่แนวทางการลงทุนนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นการลงทุนในแนวของ เกรแฮม นั่นก็คือ นักลงทุนจะเน้นการซื้อหุ้นราคาถูกและขายหุ้นเมื่อราคาปรับตัวขึ้นหรือราคาแพงแล้วในสไตล์ของ เกรแฮม คุณภาพของกิจการที่เป็นจุดเน้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้น นักลงทุนจะให้ความสนใจน้อยกว่าเรื่องของราคา ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขายังอาจจะไม่เข้าใจในคุณสมบัติที่แท้จริงของธุรกิจดีพอ อีกส่วนหนึ่งอาจจะมองว่าการเทรดหุ้นบ้างน่าจะช่วยให้สามารถเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนได้มากกว่าการถือหุ้นตัวใดตัวหนึ่งยาวเกินไป

              สุดท้ายก็คือ เรื่องของสไตล์ในการดำรงชีวิตของ Value Investor นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตแบบ “พอเพียง” คือใช้ชีวิตตามควรแก่อัตภาพ จำนวนมากใช้ชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานความร่ำรวยของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด Value Investor มักจะใช้จ่ายเงินอย่างค่อนข้างมีเหตุผลไม่ฟุ่มเฟือย จะจ่ายเงินต่อเมื่อได้คุณค่าที่คุ้มค่า

              กล่าวโดยสรุปก็คือคุณสมบัติแบบ Value Investor โดยทั่วไปนั้น เป็นกลุ่มคนที่น่านับถือ เป็นคนที่มีเหตุผลทั้งในด้านของการเงินและการใช้ชีวิต และถ้าคุณเป็นคนที่กำลังมองหาคนที่จะมาเป็นคู่ครอง และบังเอิญคน ๆ นั้นเป็น Value Investor ผมก็คิดว่าคุณน่าจะเป็นคนโชคดีที่จะได้หุ้นส่วนชีวิตที่เป็นที่พึ่งที่ดีได้

CR. ดร.นิเวศน์  เหม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

10 หนังสือหุ้นสำหรับนักลงทุน VI

         ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วผมถือว่าการลงทุนในเรื่องความรู้ เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับชีวิตนักลงทุนอย่างพวกเราๆ คับ การหาหนังสือหุ้นดีๆ มาอ่านจึงเป็นจำเป็นอย่างมากหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดี ก็ควรหาความรู้ในเรื่องที่สนใจให้มาก ๆ คับ สำหรับบทความนี้ผมขอเสนอ หนังสือหุ้นแนว VI ดีๆ 10 เล่ม ที่ผู้ที่ชื่นชอบการลงทุนแนว Value investor ควรหามาอ่านกันนะครับ (จะเน้นที่เป็นภาษาไทยหรือมีแปลเป็นไทย เป็นหลักก่อนนะครับ) หนังสือหุ้น 10 เล่มที่ว่าก็คือ The Intelligent Investor ผู้เขียน Benjamin Graham (เบนจามิน เกรแฮม) – บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ผู้แปล พรชัย รัตนนนทชัยสุข หนังสือเล่มนี้แต่งขึ้นโดยปู่ Benjamin Graham อาจารย์ของ Warren Buffett ครับ (ปู่ Buffett เคยกล่าวไว้ว่า หนังสือเล่มนี้เป็น หนังสือการลงทุนที่ดีที่สุด) เนื้อหาในหนังสือจะกล่าวถึงการลงทุนเชิงพื้นฐานไว้ครบถ้วน ทั้ง ทัศนคติ กลยุทธ์ นโยบายการลงทุน และการมีมุมมองที่ถูกต้องต่อความผันผวนในตลาดหุ้น เนื้อหาจะละเอียดสุดๆ เป็นขั้นตอน และมีกรณีศึกษาที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ถือเป็นเล่มแรกๆ เล...

ข่าวลงทุน-หุ้น: ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558

   ปรับพอร์ตรับ “การเปลี่ยนขั้ว QE” ปีแพะ 2558 สำหรับภาพรวมการลงทุนในปีนี้นับว่ามีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างค่อนข้างเยอะทีเดียว โดยเรื่องสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเปลี่ยนขั้ว QE จากฟากสหรัฐฯ มาเป็นการอัดฉีดกระตุ้นจากทางยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2558 ญี่ปุ่นจะทำการอัดฉีดเงินเพิ่มปีละประมาณ 80 ล้านล้านเยน ขณะที่ยุโรปจะอัดฉีดประมาณ 1 ล้านล้านยูโรในปี 2558 – 59 ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนจากเดิมสมัยที่สหรัฐฯ พิมพ์แบงค์ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มา ณ จุดนี้เกิดสถานการณ์พลิกผันคือสหรัฐฯ หยุดพิมพ์แบงค์ กลายเป็นญี่ปุ่นและยุโรปเพิ่มปริมาณเงิน ค่าเงินดอลลาร์จึงเริ่มกลับมาแข็งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินเยน และยูโรพลิกกลับไปอ่อนค่า โดยเงินเยนได้อ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์ไปแล้วกว่า 50% นับจากปี 2556 ขณะที่เงินยูโรได้อ่อนค่าไปแล้วประมาณ 12% นับจากช่วงต้นปี 2557 และเป็นที่คาดการณ์ว่าแนวโน้มตรงนี้จะยังคงอยู่ต่อเนื่องในปีแพะที่กำลังจะมาถึง ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนมีโอกาสที่จะไหลไปยังสหรัฐ...

หลักการเลือกหุ้นของ วอเร็น บัฟเฟตต์ warren buffett / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การเลือกหุ้นลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์ นั้นได้รับการติดตามและศึกษามากมาย  หนังสือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีมากจนนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มก็พยายามที่จะเขียนให้มีความ “ซับซ้อน” และยากที่จะปฎิบัติเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าคนธรรมดาจะเลียนแบบได้ยาก  มีแต่คนที่มีความสามารถแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ เท่านั้นที่จะทำได้หรือวิเคราะห์ได้ถูกต้องว่าหุ้นหรือบริษัทไหนที่ดีน่าลงทุน  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  ถ้าบอกว่าหลักการลงทุนของบัฟเฟตต์นั้นง่ายและธรรมดามาก  ใครจะอยากซื้อหนังสือมาอ่าน นอกจากนั้น  น้อยคนจะเชื่อว่าคนจะประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้ด้วยสิ่งที่ “ทำได้ง่าย ๆ” ไม่อย่างนั้นคนก็คงจะ “รวยกันไปหมด”  ซึ่งเป็นไปไม่ได้!   แต่ทั้งหมดนั้นสำหรับผมแล้วมันก็คงจะเป็นเรื่องที่คล้าย ๆ  กับหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งหลายที่มักจะพูดถึงวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนซึ่งมักรวมถึงการปฏิบัติตนด้วยวิธีการต่าง ๆ   การกินอาหารและอาหารเสริม บางทีก็พูดถึงฮอร์โมนและเครื่องมือ “มหัศจรรย์” ต่าง ๆ  ที่จะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น   ทั้ง ๆ  ที่ความจริงอาจจะเป็นว่าหลักการดูแลสุขภ...