|
งบดุล/สินทรัพย์
($
ล้าน)
Ò เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น
Ò สินค้าคงคลัง
Ò ลูกหนี้การค้า
– สุทธิ
ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
|
$4,208
2,220
3,317
2,260
|
|
สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นๆ
– รวม 0
|
|
|
รวม สินทรัพย์หมุนเวียน
|
$12,005
|
หนึ่งในสิ่งแรกที่วอร์เรนทำคือ
ดูที่สินทรัพย์ว่าบริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเท่าใด
สินทรัพย์รายการนี้มีความหมายตรงตัวคือ –เงินสด— หรือสิ่งที่เทียบเท่ากับเงินสด เช่น ตั๋วเงินฝากระยะสั้น (CD) ตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือน หรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอื่นๆ การที่เงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดมีตัวเลขสูงบอกวอร์เรนว่า บริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขันซึ่งสามารถทำเงินสดได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งเป็นสิ่งดี หรือบริษัทเพิ่งขายกิจการใดกิจการหนึ่ง หรือพันธบัตรมูลค่ามหาศาล ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก การไม่มีเงินสดกองโตหรือมีน้อยมักจะหมายความว่า บริษัทมีเศรษฐกิจแย่หรือ ‘งั้นๆ’ เพื่อจะให้รู้ว่าเป็นอย่างไรกันแน่ เราจะมาเจาะลึกสินทรัพย์ประเภทเงินสดของบริษัทกัน
สินทรัพย์รายการนี้มีความหมายตรงตัวคือ –เงินสด— หรือสิ่งที่เทียบเท่ากับเงินสด เช่น ตั๋วเงินฝากระยะสั้น (CD) ตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือน หรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอื่นๆ การที่เงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดมีตัวเลขสูงบอกวอร์เรนว่า บริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขันซึ่งสามารถทำเงินสดได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งเป็นสิ่งดี หรือบริษัทเพิ่งขายกิจการใดกิจการหนึ่ง หรือพันธบัตรมูลค่ามหาศาล ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก การไม่มีเงินสดกองโตหรือมีน้อยมักจะหมายความว่า บริษัทมีเศรษฐกิจแย่หรือ ‘งั้นๆ’ เพื่อจะให้รู้ว่าเป็นอย่างไรกันแน่ เราจะมาเจาะลึกสินทรัพย์ประเภทเงินสดของบริษัทกัน
ปกติแล้ว
บริษัทต่างๆจะเก็บเงินสดไว้จำนวนหนึ่งเพื่อใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ
ให้เราคิดถึงเงินก้อนนี้ว่าเป็นเสมือนสมุดเช็คเล่มหนา
หากบริษัททำรายได้มากกว่ารายจ่าย เงินสดก็จะเริ่มเพิ่มพูน
ทำให้เกิดปัญหาการลงทุนขึ้นมาว่า จะทำอย่างไรดีกับเงินสดที่มี
แต่นี่คือปัญหาที่เราชอบ
เนื่องจากเงินสดทำรายได้ให้ไม่มากหากฝากบัญชีหรือซื้อตั๋วเงินฝาก
ดังนั้น จึงดีกว่าหากจะนำมาใช้ในการดำเนินกิจการของบริษัท
หรือนำไปลงทุนอย่างอื่นซึ่งให้ผลตอบแทนในอัตราสูงกว่า ดังนั้น
เราจึงต้องมานั่งคิดว่าอยากเป็นเจ้าของอะไรดี ระหว่าง
ตั๋วเงินฝากระยะสั้นที่มีผลตอบแทน 4% ของเงินที่ลงทุน
หรืออพาร์ตเมนต์ซึ่งให้ผลตอบแทน 20%? หากเลือกอพาร์ตเมนต์
สิ่งที่เกิดจะเหมือนกันคือ หากมีรายได้มากกว่ารายจ่ายในการดำเนินธุรกิจ
เงินก็จะเริ่มพอกพูน และเราต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับมันต่อไป
ปกติบริษัทจะใช้เงินสดส่วนเกินในการขยายธุรกิจ
ซื้อกิจการใหม่ที่ต่างจากเดิมทุกประการ หรือลงทุนเป็นเจ้าของธุรกิจเพียงบางส่วนโดยการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์
ซื้อหุ้นคืน หรือนำมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น
แต่บ่อยครั้งที่บริษัทจะเก็บไว้เพื่อเป็นเงินสำรองสำหรับวันที่ธุรกิจไม่สดใสนัก
ในโลกธุรกิจที่ท้าทายและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอไม่มีใครที่เตรียมตัวพร้อม ‘มาก’ เกินไป
บริษัทหนึ่งๆมีวิธีการพื้นฐาน
3 วิธี ในการสร้างเงินสดกองโต คือ 1 ขายพันธบัตรหรือออกหุ้นเพิ่ม
ซึ่งจะทำเงินสดได้กองโตก่อนจะนำมาใช้ 2
ขายกิจการที่มีอยู่หรือสินทรัพย์ที่เป็นเจ้าของอยู่
ซึ่งทำเงินได้กองโตก่อนที่บริษัทรู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไรเช่นกัน หรือ 3
บริษัทมีธุรกิจที่กำลังสร้างเงินจำนวนมหาศาลกว่าที่จะผลาญหมด ข้อ 3
นี่แหละที่วอร์เรนสนใจ เงินสดกองโตที่มาจากธุรกิจที่กำลังทำอยู่
เพราะบริษัทที่มีเงินสดเหลือใช้กองโตจากธุรกิจที่ทำอยู่
มักจะเป็นบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนอย่างใดอย่างหนึ่งเหนือคู่แข่ง
เมื่อวอร์เรนกำลังมองที่บริษัทที่กำลังประสบปัญหาระยะสั้น
ซึ่งทำให้ชาววอลล์สตรีทสายตาสั้นพากันทิ้งหุ้นนั้น
เขาจะมองไปที่เงินสดและหลักทรัพย์ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ที่บริษัทกักตุนไว้
ทำให้เขารู้ว่าบริษัทนั้นๆมีสถานะทางการเงินแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับปัญหาที่เผชิญอยู่หรือไม่
และนี่คือกฎ
หากเราเห็นเงินสดและหลักทรัพย์ที่สามารถขายได้จำนวนสูง
และไม่มีหนี้เลยหรือมีเพียงเล็กน้อย เป็นไปได้มากที่บริษัทจะฝ่าฟันพายุไปได้
แต่ถ้าบริษัทประสบปัญหาขาดเงินสด และกอดหนี้กองโตไว้ เป็นไปได้ว่าเรือกำลังจะจม
ซึ่งแม้แต่ผู้บริหารที่เก่งที่สุดคงก็คงไม่สามารถกอบกู้ได้
วิธีทดสอบง่ายๆ
เพื่อดูว่าเงินสดของบริษัทมาจากที่ใด คือ ดูที่งบดุลของ 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเผยให้เห็นว่า
เงินสดก้อนโตที่ตุนไว้มาจากสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เช่น
การขายพันธบัตรหรือออกหุ้นใหม่หรือการขายสินทรัพย์หรือกิจการที่มีอยู่ของบริษัท
หรือมาจากธุรกิจที่ทำอยู่ หากเราเห็นหนี้ก้อนโต
ธุรกิจที่กำลังดูนั้นคงไม่ใช่ธุรกิจที่ดีนัก
แต่หากเห็นเงินสดที่กำลังพอกพูนขึ้นเรื่อยๆและไม่มีหนี้เลยหรือมีเพียงเล็กน้อย
ไม่มีการขายหุ้นใหม่หรือสินทรัพย์ และเห็นประวัติกำไรที่สม่ำเสมอธุรกิจที่ว่านั้นน่าจะเป็นธุรกิจชั้นยอดที่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนซึ่งวอร์เรนมองหา
บริษัทที่จะทำให้เรารวยได้ในระยะยาว
อย่าลืมว่า
เงินสดคือพระราชาในยามยาก เพราะฉะนั้น หากเรามีเงินขณะที่คู่แข่งไม่มี
เราก็จะเป็นผู้ชนะ และการเป็นผู้ชนะคือเป้าหมายของเรา